ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 980 เคารพหลุมศพบรรพบุรุษ
ตอนที่ 980 เคารพหลุมศพบรรพบุรุษ
เจียงเสี่ยวไป๋ได้ยินแบบนี้จึงพูดว่า “ลุงใหญ่ พ่อ อาสาม ไปเล่นไพ่เถอะครับ ผมจะทำให้เอง”
เจียงไห่เทียนโบกมือ “ถ้าอยากไป ก็ไปด้วยกันหมดนี่แหละ หากเด็ก ๆ คนไหนอยากไปก็พาไปด้วยกันเลย”
เจียงไห่หยางพยักหน้า “เล่นไพ่จะเล่นเมื่อไหร่ก็ได้ แต่พิธีนี้มีเพียงครั้งเดียวในรอบปี”
“ไปไหว้หลุมศพบรรพบุรุษก่อน ! ”
เจียงไห่โปกล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้น เรากลับไปเตรียมของที่บ้านแล้วไปพบกันที่หลุมศพ”
“ดี ! ”
“เอิ่ม ! ”
เจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยางต่างก็พยักหน้าเห็นด้วย จากนั้นเจียงไห่เทียนและเจียงไห่โปก็กลับบ้านเพื่อไปเอาของเซ่นไหว้ ซึ่งเจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจวก็ไปเหมือนกัน
ส่วนเจียงไห่หยางก็เข้าไปในบ้าน เพื่อเอาของเซ่นไหว้เหมือนกัน
โดยทั่วไปแล้วเครื่องเซ่นไหว้ที่ต้องเอาไปที่หลุมศพบรรพบุราก็ได้แก่ เทียน ธูป กระดาษเงินกระดาษทอง ประทัด ส่วนของเซ่นไหว้ของคนรุ่นหลัง ๆ ก็จะมีเยอะกว่านี้
ไม่นานหลังจากนั้น เจียงไห่หยางก็ออกมาพร้อมกับตะกร้าที่เต็มไปด้วยเทียน ธูป และกระดาษเงินกระดาษทอง เขาหันมาพูดกับเจียงเสี่ยวไป๋และเจียงเสี่ยวเฟิงว่า “เจ้ารอง เจ้าสาม เอาประทัดแล้วตามฉันมา”
“ครับ ! ” เจียงเสี่ยวเฟิงตอบกลับ หลังจากหันกลับมา เขาก็หันไปถามอีกครั้งว่า “เอาประทัดไปแปดแถวใช่ไหมครับ ? ”
เจียงไห่หยางพยักหน้า
ประทัดแปดแถวหมายถึงการมอบให้บรรพบุรุษแปดคน
“ปู่ หนูจะไปด้วยคนค่ะ ! ” เจียงชานวิ่งเข้ามาและพูด
เจียงไห่หยางพยักหน้า “เอาล่ะ ถ้าชานชานอยากไปก็ไปได้”
“หนูก็อยากไปเหมือนกัน ! ”
“หนูด้วย”
เจียงถิงและเจียงเสี่ยวหยูก็เดินเข้ามา
เจียงเสี่ยวเหลยเม้มริมฝีปากและไม่พูดอะไร
เจียงไห่หยางเหลือบมองลูกชายคนเล็กแล้วถามว่า “เสี่ยวเหลย แกไปช่วยพี่รองและพี่สามของแกจุดประทัดด้วย”
เจียงเสี่ยวเหลยกล่าวว่า “ตราบใดที่พี่รองและพี่สามไม่ขอให้ผมไป ผมก็จะไม่ทำครับ”
สุสานอยู่บนเนินเขา บางจุดไม่มีถนนด้วยซ้ำ เขาจึงไม่อยากไป
เจียงไห่หยางพูดด้วยความโกรธ “แม้แต่ชานชานและถิงถิงก็รู้ว่าต้องไปเคารพบรรพบุรุษ ทำไมแกถึงไม่ไปล่ะ ? ”
“ไม่ไปเคารพหลุมศพปู่ย่าตายายของแกหรือไง ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยไม่พอใจ ก็แค่ไปจุดประทัดเคารพหลุมศพบรรพบุรุษไม่ใช่เหรอ ? ไปคนเดียวก็ได้นี่ ทำไมต้องพาทั้งครอบครัวไปด้วย จำเป็นไหม ?
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่กล้าโต้เถียงกับพ่อของเขา
เขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องตามเจียงเสี่ยวเฟิงเข้าไปในบ้านเพื่อเอาประทัดออกมา
เจียงไห่หยางตะโกนตามหลังไปว่า “เอาประทัดหนึ่งหมื่นนัดเลยนะ ! ”
“รู้แล้วน่า ! ”
เจียงเสี่ยวเหลยตอบอย่างไม่อดทน
ประทัดที่ซื้อมาในปีนี้ไม่มีแบบสิบนัดหรือหนึ่งร้อยนัดเลย จะมีก็แต่ประทัดหนึ่งพันนัดขึ้นไปถึงหนึ่งหมื่นนัด
ซึ่งประทัดหนึ่งหมื่นนัดก็หนักมากถึงห้ากิโลกรัม
เจียงเสี่ยวไป๋และเจียงเสี่ยวเฟิงขนไปคนละสามแถว ส่วนเจียงเสี่ยวเหลยขนไปสองแถว
การยกของที่หนักสิบกิโลกรัมเดินเป็นระยะทางไกลนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
เจียงเสี่ยวเหลยรู้สึกไม่พอใจมาก และพึมพำเบา ๆ “จะไปเคารพสุสานบรรพบุรุษของตัวเอง แล้วทำไมต้อง ให้ฉันไปด้วย ? ”
“แกพูดอะไร ? ” เจียงไห่หยางถาม เพราะเขาได้ยินที่เจียงเสี่ยวเหลยพูดไม่ชัดเจน
“ผมบอกว่าปีนี้เราให้ประทัดกับบรรพบุรุษหมื่นนัด ผมกลัวว่าพวกเขาจะตกใจเสียงประทัด ! ” เจียงเสี่ยวเหลยโกหกออกมา เพราะเขาไม่กล้าพูดความจริง
“ไอ้เด็กสารเลว หัดเคารพต่อบรรพบุรุษของแกหน่อยสิ ! ” เจียงไห่หยางจ้องมองลูกชาย “เอาไปเยอะ ๆ ยิ่งดี พอไปไหว้ก็ขอให้พวกเขาช่วยให้แกสอบเข้ามหาวิทยาลัยดี ๆ ให้ได้”
เจียงเสี่ยวเหลยคิดในใจว่าถ้าเขาสามารถเข้ามหาวิทยาลัยที่ดีได้เพราะความช่วยเหลือจากบรรพบุรุษของเขา เขาคงไม่มานั่งเรียนงก ๆ อยู่แบบนี้หรอก
แต่เมื่อคิดถึงคำพูดของเจียงเสี่ยวไป๋ พี่รองบอกว่าจะให้รถกับเขาหลังจากที่เขาสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ เขาก็เปลี่ยนความคิดทันที
“ผมรู้ ผมจะขอทีหลังครับ ! ” เจียงเสี่ยวเหลยตอบ
หลุมศพบรรพบุรุษของตระกูลเจียงล้วนอยู่บนเนินเขาด้านหลังของบ้านหลังเก่า เจียงไห่หยางนำกลุ่มคนเดินไปยังบ้านหลังเก่าอย่างทรงพลัง
ระหว่างทางก็ได้ยินเสียงประทัดดังเป็นครั้งคราวตามทุ่งนาและภูเขาในหมู่บ้าน
นั่นหมายความว่ามีคนมาเคารพหลุมศพบรรพบุรุษของพวกเขาแล้ว
ระหว่างทางยังได้เจอกับคนมากมายที่ต่างก็ถือตะกร้าซึ่งเต็มไปด้วยธูป เทียน และกระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งพวกเขากำลังจะนำไปเคารพหลุมศพบรรพบุรุษของพวกเขาเช่นกัน
“ลุงไห่หยางก็จะไปเคารพหลุมศพบรรพบุรุษเหมือนกันใช่ไหม ! ”
“เสี่ยวไป๋ พวกคุณซื้อประทัดหนึ่งหมื่นนัดไปจุดที่หน้าหลุมศพบรรพบุรุษเลยเหรอ ! ”
“ชานชาน ถิงถิงก็ไปเคารพหลุมศพบรรพบุรุษด้วย ! ”
“เสี่ยวเหลยแข็งแกร่งมากที่สามารถยกประทัดหนึ่งหมื่นนัดได้ตั้งสองแถว ! ”
“……”
ระหว่างทาง หากเจอชาวบ้าน พวกเขาก็มักจะถูกทักทายอยู่เสมอ
เมื่อเดินเข้าใกล้บ้านของเจียงไห่โจว เขาก็กำลังจะออกไปเคารพหลุมศพบรรพบุรุษพอดี หลังจากเห็นเจียงไห่หยางและคนอื่น เขาก็พูดว่า “พี่ไห่หยาง พี่กำลังจะไปเคารพหลุมศพของลุงรองและป้ารองใช่ไหม ? ไปก่อนเลยนะ ฉันขอไปเคารพหลุมศพพ่อแม่ฉันก่อน แล้วจะตามไปเคารพหลุมศพของลุงรองต่อ”
เจียงไห่หยางพยักหน้า “เอาล่ะ ฉันเองก็จะไปเคารพหลุมศพลุงใหญ่หลังจากนี้เหมือนกัน”
เจียงไห่หยางและเจียงไห่โจวมีปู่คนเดียวกัน เจียงเซี่ยวหยุนพ่อของเจียงไห่หยางเป็นลูกคนที่สองในครอบครัว ดังนั้นเจียงไห่โจวจึงเรียกพ่อของเขาว่าลุงรอง
ในชนบท เมื่อไปเคารพหลุมศพบรรพบุรุษ จะต้องไปที่หลุมศพของพ่อแม่ก่อน แล้วค่อยไปหลุมศพของปู่ย่าตายายและญาติพี่น้อง
และหากว่าอยู่ไม่ไกลหลุมศพของญาติ ก็ควรจะไปเคารพด้วย ดังนั้นสามพี่น้องเจียงไห่หยางจึงไปเคารพหลุมศพลุงและอาของพวกเขาทุกปี
หลุมศพของเจียงเซี่ยวหยุนอยู่บนเนินเขาต้าชิง หลังจากเดินตามถนนแล้ว คุณต้องเดินเข้าไปในป่าที่อยู่ข้าง ๆ
เนื่องจากเทศกาลนี้จัดขึ้นปีละครั้ง จึงไม่มีใครมาทำถนนเข้าสู่สุสานเลย
แต่เนื่องจากเจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจวมาถึงก่อนแล้ว พวกเขาจึงใช้เคียวถางหญ้าออกให้มีทางเดิน ซึ่งทำให้เจียงไห่หยางและคนอื่นเดินเข้ามาได้ง่ายขึ้น
เมื่อไปถึงสุสาน ก็เห็นหลุมศพติดพื้นที่ถูกล้อมรอบไปด้วยหิน แผ่นดินถูกปกคลุมไปด้วยหญ้าจนแทบไม่เห็นหลุมฝังศพเลย
หากไม่ใช่คนท้องถิ่น ก็แทบจะไม่รู้ว่านี่คือสุสาน
ในเวลานี้ เจียงไห่เทียนและเจียงไห่โปได้จุดเทียนและธูปหน้าหลุมศพ พร้อมกับกำลังเผากระดาษเงินกระดาษทองอยู่
เจียงไห่หยางเห็นอย่างนั้นจึงรีบเข้าไป
หลังจากจุดเทียนและธูปแล้ว เขาก็เผากระดาษเงินแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่ น้องสาม สุสานของพ่อกำลังจะถล่มแล้ว”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “เมื่อกี้ฉันกำลังพูดถึงเรื่องนี้กับเจ้าสามอยู่พอดี”
เจียงไห่หยางถามว่า “แล้วพูดอะไรกัน ? ”
เจียงไห่เทียนกล่าวว่า “ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยคิดจะใส่ใจเรื่องพวกนี้มาก่อนเลย เมื่อพ่อจากไป เราไม่มีโลงศพ ให้เขาด้วยซ้ำ มีเพียงเสื่อฟางพันไว้เพียงครึ่งผืน”
เขาชี้ไปที่ก้อนหินที่อยู่รอบ ๆ สุสาน “ดูสิ ก้อนหินที่อยู่รอบ ๆ สุสานก็เอามาจากแถวนี้ทั้งนั้น และยังกองไว้สะเปะสะปะ”
ขณะที่เขาพูด มุมตาของเขาก็ชื้นขึ้นมาเล็กน้อย
เจียงไห่โปพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือว่า “รุ่นพ่อแม่ของเรานั้นต้องทนทุกข์ทรมานมาก ! ”
เจียงไห่เทียนยิ้มอย่างขมขื่นและพูดว่า “แต่รุ่นเราไม่เหมือนกัน”
เขามองย้อนกลับไปที่เจียงเสี่ยวไป๋ และพูดว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะเสี่ยวไป๋ ตอนนี้เราก็คงมีชีวิตที่น่าสังเวชไม่ต่างจากพวกเขาหรอก”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “พี่ใหญ่อย่าพูดอย่างนั้น แม้ว่าจะไม่มีเขา ชีวิตของเราในตอนนี้ก็ยังดีกว่าชีวิตของพ่อแม่ในตอนนั้นมาก”
เจียงไห่เทียนพยักหน้าและพูดว่า “อย่าพูดถึงเรื่องนี้เลย ฉันจะบอกว่าหลังจากเทศกาลเชงเม้ง ฉันจะปรับปรุงหลุมศพพ่อแม่ และสร้างมันขึ้นมาใหญ่ให้คงทนกว่านี้”
เจียงไห่หยางกล่าวว่า “ฉันเห็นด้วย ! ”
เจียงไห่โปยังกล่าวอีกว่า “ฉันก็เห็นด้วย พวกเราสามคนพี่น้องจะรวมเงินสร้างสุสานใหม่ให้พ่อแม่ของเราด้วยกัน”
เจียงไห่เทียนและเจียงไห่หยางไม่คัดค้านอะไร
ท้ายที่สุดแล้ว การสร้างสุสานใหม่ให้พ่อแม่ก็ถือเป็นเรื่องที่สามพี่น้องควรทำ
หลังจากเผากระดาษเงินกระดาษทองเสร็จแล้ว สามพี่น้องก็คำนับหน้าหลุมศพของเจียงเซี่ยวหยุน จากนั้นจึงยืนไว้อาลัยอย่างเงียบ ๆ
“เสี่ยวจี๋ เสี่ยวโจว ถึงตาพวกนายแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวจี๋และเจียงเสี่ยวโจวก็รีบไปคำนับที่หน้าหลุมศพทันที
หลังจากนั้นก็มาถึงตาของเจียงเสี่ยวไป๋, เจียงเสี่ยวเฟิง, เจียงเสี่ยวเหลย และคนอื่น แล้วก็มาถึงรุ่นของเจียงซง, เจียงชาน และรุ่นที่สามต่อ ทั้งหมดได้มาเคารพที่หน้าหลุมศพทีละคน
หลังจากที่ทุกคนคุกเข่าลง เจียงไห่เทียนก็นำพวกผู้ใหญ่กำจัดวัชพืชที่อยู่หน้าหลุมศพ ส่วนเจียงเสี่ยวเฟิงก็ไปจุดประทัด
“ปัง ปัง ปัง ปัง ปัง….”
เสียงประทัดระเบิด ควันสีเขียวลอยอยู่ในอากาศ และแสงเทียนที่ด้านหน้าหลุมศพก็ส่องสว่างราวกับเป็นการอำนวยอวยชัยให้อนาคตของคนรุ่นต่อไปมีแต่ความเจริญรุ่งเรือง