ผมย้อนอดีตมาเปลี่ยนชะตายุค 80 (นิยายแปล) - ตอนที่ 995 ต่อสู้เพื่อลูกชายและลูกสาวของฉัน
ตอนที่ 995 ต่อสู้เพื่อลูกชายและลูกสาวของฉัน
การเกิดของเจียงอันและเจียงห่าวทำให้ครอบครัวเจียงมีความสุขมาก
แต่แน่นอนว่าก็มีความกังวลไม่แพ้กัน
ทุกครั้งที่เด็กน้อยทั้งสองหิวนมก็จะร้องไห้งอแงเสียงดัง ราวกับว่าเป็นผีผู้หิวโหยที่กินอย่างไรก็กินไม่อิ่ม
“เจียอิน ตอนนี้ลูกต้องให้นมเด็กทั้งสองคนแล้ว ลูกมีน้ำนมเพียงพอไหม ? ” หวังซิ่วจวี๋ถามด้วยความสงสัย
หลินเจียอินกล่าวว่า “น้ำนมก็เหมือนจะเพียงพอนะคะ แต่…”
หวังซิ่วจวี๋อดไม่ได้ที่จะกังวล “มีอะไรผิดปกติหรือเปล่า ลูกควรบอกพวกเรานะ ! ”
หลินเจียอินรู้สึกเขินอายเล็กน้อยและพูดว่า “ดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กทั้งสองยังดูดไม่เป็น แล้วน้ำนมมันไม่ไหลค่ะ”
หวังซิ่วจวี๋เข้าใจทันทีและพูดว่า “ถ้าอย่างนั้นก็บีบมันออกมาแล้วใส่ลงในขวดนม ป้อนให้เจ้าตัวเล็กทั้งสองก่อน”
หลินเจียอินพยักหน้า นี่คงจะพอแก้ปัญหานี้ได้
จากนั้น ผู้ชายทั้งสองก็ถูกไล่ออกจากห้องพักคนไข้ แม่ยายและแม่สามีก็เริ่มช่วยกัน “รีดนม” ในห้อง
เพียงแต่…ผลยังไม่เป็นที่น่าพอใจ
“แม่….หนูคัดเต้า เหมือนน้ำนมมันกำลังจะตัน ! ” หลินเจียอินพูดอย่างช่วยไม่ได้
ตอนที่เธอเริ่มจะคัดเต้าจนแทบทนไม่ไหวแล้ว
แต่เธอไม่สามารถบีบมันออกมาได้
นี่เป็นเรื่องน่าอายที่สุดเลยก็ว่าได้
“อุแว้ อุแว้…”
“อุแว้ อุแว้…”
เด็กน้อยทั้งสองคงจะหิวแล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงร้องไห้อีกครั้ง และเสียงร้องของเด็กทั้งสองก็ทำให้หัวใจของหวังซิ่วจวี๋เหมือนจะแตกสลาย
“อันอัน ห่าวห่าว อย่าร้องเลยนะ ย่าจะให้พวกหนูได้กินนมเดี๋ยวนี้แหละ ! ” หวังซิ่วจวี๋ปลอบหลาน ๆ ขณะที่เธอก็คิดหาวิธีแก้ปัญหาไปด้วย
ทันใดนั้น ดวงตาของเธอก็เป็นประกายขึ้นมา
“เจียอิน รอสักครู่นะ ! ”
พูดจบ เธอก็รีบเดินออกจากประตูไป
“แม่ อันอันและห่าวห่าวยังไม่ได้กินนมเลยเหรอ ? ” เจียงเสี่ยวไป๋อดไม่ได้ที่จะถามเมื่อเขาได้ยินเด็กน้อยทั้งสองยังคงร้องไห้งอแงอยู่ในห้อง
หวังซิ่วจวี๋เหลือบมองเขา หญิงชราดึงเขาไปข้าง ๆ และกระซิบ “ลูกชายและลูกสาวของลูกจะกินนมได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กันลูกแล้ว ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ไม่เข้าใจ เขาจึงถามพูดด้วยสงสัย “แม่…..”
หวังซิ่วจวี๋กล่าวว่า “ท่อน้ำนมของภรรยาลูกตัน จึงไม่สามารถบีบน้ำนมออกมาได้ เข้าไปข้างในและช่วยเธอดูดมันหน่อย”
อ่า ?
เจียงเสี่ยวไป๋ตกตะลึง “นี่……แม่จะให้ผมทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอครับ ? ”
เมื่อคิดถึงฉากนั้น เขาก็หน้าแดงขึ้นมาทันที
หวังซิ่วจวี๋จ้องมองไปที่ลูกชายด้วยความโกรธ “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ? ลูกสะใภ้ของตระกูลหยางในหมู่บ้านของเราก็ท่อน้ำนมตันหลังคลอดแบบนี้แหละ สามีของเธอจึงช่วยดูดมันออกมา”
“ถ้าอย่างนั้น…เอาล่ะ ผมจะ…ลองดู ! ”
เจียงเสี่ยวไป๋ต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อให้ลูกชายและลูกสาวของเขาได้กินนมให้ได้
แน่นอนว่าเขามั่นใจพลังปอดของตนเองมาก
เขาเชื่อว่าถ้าเขาเค้นดูดมัน น้ำนมของภรรยาจะต้องไหลออกมาอย่างแน่นอน
ดังนั้นเขาจึงเข้าไปในห้องแล้วปิดประตู
“สามี เอ่อ…คุณเข้ามาทำไม ? ”
เมื่อเห็นเจียงเสี่ยวไป๋เข้ามา หลินเจียอินก็ถามด้วยความประหลาดใจ
เจียงเสี่ยวไป๋พูดว่า “เมียจ๋า แม่บอกว่าหน้าอกของคุณ…โอ้ ท่อน้ำนมอุดตัน น้ำนมจึงไม่ออก แม่ออกไปเรียกให้ผม……”
เมื่อต้องพูดมันต่อหน้าภรรยาของเขา เขาจึงพูดไม่ออกเล็กน้อย
หลินเจียอินเข้าใจทันที และอดไม่ได้ที่จะหน้าแดง ความร้อนแผ่ซ่านไปถึงใบหูของเธอ
แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ลูกชายและลูกสาวของเธอได้กินนม เธอก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องลองดู
“งั้นคุณก็มาทำมันเลย ! ”
หลินเจียอินตัดสินใจ หลับตา และถกเสื้อผ้าของเธอขึ้น เผยให้เห็นหน้าอกสีขาวอวบอิ่มของเธอที่ตั้งเต้าอยู่……
เจียงเสี่ยวไป๋อยู่ในอาการงุนงงและได้แต่ส่ายหัวไปมาอย่างดุเดือด
หลังจากเข้าใกล้หลินเจียอินแล้ว เขาก็ได้กลิ่นหอมของน้ำนมอันเป็นเอกลักษณ์
บ๊วบ ! บ๊วบ !
เจียงเสี่ยวไป๋ดูดอย่างแรง
“โอ้ย… เบา ๆ หน่อยสิ ! ” หลินเจียอินอดไม่ได้ที่จะเตือนขึ้นมา
“โอ้ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋ตอบอย่างรู้สึกผิด เขาทำให้ภรรยาของเขาเจ็บ เขาก็รู้สึกเป็นทุกข์ไม่ต่างกัน และความดุดันในการดูดของเขาก็ลดลง
อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าจะยังไม่เห็นผล
หลังจากดิ้นรนอยู่นาน ก็มีน้ำนมเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่อยู่ในปากของเขา
น้ำนมเพียงเล็กน้อยเช่นนี้ ไม่เพียงพอสำหรับเด็กน้อยสองคนแน่นอน !
“ดูดและบีบไปพร้อม ๆ กัน ! ”
หลินเจียอินพูดอย่างอ่อนแรง
เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ไม่สามารถดูดมันออกมาได้ เธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องบอกวิธีให้เขา
แน่นอนว่ามันได้ผลจริง
การใช้ปากและมือประสานกัน ใช้เวลาไม่นานนัก น้ำนมรสเปรี้ยวอมหวานจำนวนมากก็ไหลลงมาในปากของเขา
“ออกมา ! ออกมาแล้ว ! ”
หลินเจียอินรู้สึกโล่งและหายปวดเต้า จนเธออดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
ทว่า…..เจียงเสี่ยวไป๋ยังคงดูดเต้าไม่หยุด
“ไอ้หยา ทำไมคุณถึงยังดูดอยู่ล่ะ ? ” เมื่อเห็นว่าเจียงเสี่ยวไป๋ยังไม่เลิกดูด หลินเจียหยินก็ตบหัวของเขาด้วยความอับอายและรำคาญ และพูดด้วยความโกรธ “ทำไมคุณไม่รีบพาอันอันมากิน”
“อ้อ โอ้……”
เจียงเสี่ยวไป๋สะดุ้งแล้วรีบไปอุ้มลูกของเขามาทันที
แต่ทำไมต้องเป็นอันอันก่อนทุกครั้ง ?
ดังนั้นเขาจึงอุ้มลูกสาวเจียงห่าวมาให้หลินเจียอิน แล้วพูดว่า “ให้ห่าวห่าวกินก่อน ! ”
หลินเจียอินเหลือบมองเขาและไม่พูดอะไร
แต่ในใจของเธอกลับแอบบ่นว่า: เขาคนนี้ยังคงรักลูกสาวมากกว่าไม่เคยเปลี่ยน
เมื่อเจียงห่าวกินนมอิ่มแล้ว เธอก็หยุดร้องไห้
เจียงเสี่ยวไป๋มองดูและอดไม่ได้ที่จะยิ้ม
การที่ลูกสาวตัวน้อยของฉันสามารถกินนมได้นั้น ก็เนื่องมาจากผลงานของฉันเอง
แต่ในเปลข้าง ๆ เขา เจียงอันยังคงร้องไห้อย่างหนัก เจียงเสี่ยวไป๋ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องอุ้มเจียงอันขึ้นมา และเดินเข้าไปหาหลินเจียอิน แล้วพูดว่า “ผมจะจับอันอันดูดอีกข้างหนึ่งละกัน”
หลินเจียอินไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากต้องขยับตัวเจียงห่าวเล็กน้อย
ในที่สุดเด็กน้อยทั้งสองก็ได้ดูดนมสักที ไม่นาน ภายในห้องพักก็เงียบลง
หลังจากเวลาผ่านไป ในที่สุดเด็กน้อยทั้งสองก็อิ่มแล้ว
พอกินอิ่ม ก็นอนหลับตาพริ้ม
“น้ำนมยังไหลออกมาอยู่เลย ! ” หลินเจียอินมองลงไปและเห็นว่าน้ำนมยังไหลอยู่ จึงพูดพร้อมกับขมวดคิ้ว
เจียงเสี่ยวไป๋มองดู และมันก็เป็นเรื่องจริง
“หากปล่อยไว้แบบนี้ก็สูญเปล่า นอกเสียจากว่าให้ผมกินมัน ! ” เจียงเสี่ยวไป๋พูดด้วยรอยยิ้ม
ก่อนหน้านี้เขายังไม่ได้รับรสชาติที่ยอดเยี่ยมเพียงพอ
“ช่างเป็นความคิดที่บ้าบอจริง ๆ คุณยังจะแย่งอันอันและห่าวห่าวกินนมอยู่เหรอ ! ” หลินเจียอินมองไปที่เขาตาดุ และพูดว่า “รีบไปเอาขวดมาเร็วเข้า”
“ได้ ๆ ! ” เจียงเสี่ยวไป๋เดินไปหยิบขวดนมอย่างว่าง่าย
ดูเหมือนว่าเขาอยากจะแย่งลูกชายและลูกสาวของเขากินนมจริง ๆ แล้วสินะ ?
หากมีลูกเพียงคนเดียว ก็อาจจะเป็นไปได้ที่เขาจะเป็นอีกคนที่กินนมภรรยาจริง ๆ
แต่ครั้งนี้ภรรยาให้กำเนิดลูกแฝดและเธอต้องให้นมพวกเขาทั้งสองพร้อมกัน จึงไม่รู้ว่าทั้งสองจะได้กินนมเพียงพอหรือไม่ในอนาคต
เขาจึงไม่กล้ายุ่ง
ไม่นานก็มาถึงวันรุ่งขึ้น และเฝิงเยี่ยนหงก็ออกจากโรงพยาบาลแล้ว
“ฉันจะออกจากโรงพยาบาลแล้วกลับบ้านพร้อมเธอ ! ”
หลินเจียอินรู้สึกว่าเธอหายดีแล้วจึงพูดออกมาแบบนั้น
เจียงเสี่ยวไป๋จึงไปถามปี้ช่านฟางก่อน
เขายังคงกังวล จึงต้องการให้หมอยืนยันก่อน
ปี้ช่านฟางกล่าวว่าหลินเจียอินสามารถออกจากโรงพยาบาลได้ทุกเมื่อ ดังนั้นเจียงเสี่ยวไป๋จึงไม่รอช้าและดำเนินการตามขั้นตอนในทันที
หลิวอี้ถิงเองก็ได้ตามกลับมาที่เจียงวานด้วยเหมือนกัน
ครั้งนี้เธอลางานครึ่งเดือน จึงสามารถใช้เวลาอยู่กับลูกสาวได้หลายวัน
ที่บ้านสบายกว่าในโรงพยาบาลจริง ๆ
เด็กน้อยสองคน เจียงอันและเจียงห่าวดูเหมือนจะชอบสถานที่นี้มาก จึงไม่ค่อยร้องไห้งอแงเหมือนอยู่ในโรงพยาบาลเลย
“น้องอันอันและน้องห่าวห่าวเก่งมาก ! ” แม้แต่เจียงชานก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมทั้งสอง
หวังซิ่วจวี๋ยิ้ม “ตอนเด็กๆ หลานดื้อยิ่งกว่าน้อง ๆ เสียอีก ร้องไห้งอแงทั้งวันไม่หยุดเลย”
เจียงชานเม้มริมฝีปากของเธอ ดูเหมือนเธอจะไม่เชื่อ “หนูจะเป็นเด็กขี้งอแงได้อย่างไรคะ ? ”
เธอหันกลับมาแล้วถามเจียงเสี่ยวไป๋ “ป่าป๊าคะ ตอนเด็ก ๆ หนูชอบงอแงมากเลยเหรอคะ ? ”
เจียงเสี่ยวไป๋หน้าเจื่อน เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าเจียงชานเป็นเด็กที่งอแงหรือไม่ตอนที่เธอยังเป็นเด็ก เพราะในเวลานั้นเขาไม่ได้ช่วยดูแลลูกสาวเลย มีเพียงหลินเจียอินเท่านั้นที่คอยเลี้ยงเจียงชานมา
“เอ่อ… หนูเป็นเด็กที่ฉลาดมากต่างหาก ! ”