ทะลุมิติมาเป็นหวานใจของนายทหารคลั่งรักในยุค 70 - บทที่ 206 ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่
บทที่ 206 ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่
คำพูดของตู้เจียวเหม่ยทำให้หลี่เฟยฮวานึกถึงแผนสำคัญที่เธอวางไว้ เธอยิ้มและพยักหน้าตอบรับ “ฉันก็จะไปเยี่ยมครอบครัวของหวงหมิงลู่เหมือนกัน”
บรรยากาศเต็มไปด้วยความรู้สึกดี ๆ ที่ปนด้วยความเสียดายเล็กน้อย ทั้งสามคนที่เคยเรียนและใช้เวลาร่วมกันในมหาวิทยาลัยบอกลากันด้วยความอบอุ่น
“แล้วเจอกันใหม่นะ ปีหน้าอย่าลืมมาเล่าเรื่องสนุก ๆ ให้ฟังล่ะ” ลู่ซือเจี้ยพูดพร้อมโบกมือ หลี่เฟยฮวาหัวเราะเบา ๆ “แน่นอน ฉันจะเล่าทุกเรื่องที่ได้เจอให้ฟังเลย”
ทั้งสามหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะร่ำลากันด้วยความอบอุ่น และต่างแยกย้ายไปตามเส้นทางของตัวเอง
ทางด้านลู่อันหยางเอง แม้จะปิดเทอม แต่เขาก็ไม่ได้กลับบ้านเฉย ๆ เช่นกัน เขามีหน้าที่ที่ต้องทำ นั่นคือการช่วยน้าจ้าวเหมยเจียวดูแลกิจการโรงแรม ด้วยความที่จ้าวเหมยเจียวกำลังขยายธุรกิจเปิดโรงแรมเพิ่มอีกถึงสามสาขา
ทำให้ลู่อันหยางถูกดึงตัวหรือจะเรียกว่าถูกบังคับก็ไม่ผิดนักให้มาช่วยงานช่วงปิดเทอม ลู่อันหยางแม้จะบ่นในใจว่าถูกใช้แรงงานฟรี แต่เขาก็พยายามมองโลกในแง่ดี “ถือซะว่าช่วยครอบครัว”
เขาพึมพำกับตัวเองขณะเตรียมเอกสารสำหรับการประชุมช่วยน้าจ้าวเหมยเจียว วุ่นวายกับกิจการโรงแรมที่กำลังจะเปิดใหม่ถึงสามแห่ง ทำให้เวลาปิดเทอมของเขาเต็มไปด้วยงานไม่ต่างจากช่วงเรียน
ทางด้านหลี่เฟยฮวา ขณะที่เธอกำลังเตรียมตัวสำหรับการเดินทางไปเยี่ยมบ้านตระกูลกู้ หวงหมิงลู่ก็เดินเข้ามาหาเธอพร้อมช่วยจัดกระเป๋าเดินทาง
“หลี่เฟยฮวา ฉันช่วยเอง” เขาพูดเรียบ ๆ พลางเริ่มหยิบของใส่กระเป๋าอย่างคล่องแคล่ว การเดินทางครั้งนี้พวกเขาจะไปพักที่บ้านตระกูลกู้เป็นเวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ โดยที่หวงหมิงลู่ได้ลาพักร้อนไว้เรียบร้อย
ระหว่างที่ช่วยจัดของ เขาก็พูดขึ้นมาอย่างไม่เป็นทางการ “เรื่องพ่อของเธอ… ฉันสืบให้แล้วนะ”
หลี่เฟยฮวาหยุดมือจากการจัดกระเป๋า หันมามองสามีด้วยความสงสัย “ได้ความว่ายังไงบ้างคะ?”
หวงหมิงลู่เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น “ก็อย่างที่เธอคิดนั่นแหละ คุณลุง…เขาไม่ใช่ลูกแท้ ๆ ของตระกูลหลี่”
หลี่เฟยฮวาได้ฟังแล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ ราวกับได้ยืนยันสิ่งที่สงสัยมาโดยตลอด “ความจริง… ฉันไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงด้วยความมั่นคงในใจ ความสงสัยนี้ฝังอยู่ในใจเธอมานานแล้ว และตอนนี้ความจริงก็ได้ถูกเปิดเผยออกมาอย่างที่เธอคาดการณ์ไว้
“ไม่แปลกใจ?” หวงหมิงลู่ถามกลับด้วยความงุนงง
หลี่เฟยฮวายิ้มบาง ๆ แต่แฝงด้วยความเศร้าจาง ๆ “ในยุคของพ่อ มันไม่ใช่เรื่องแปลกที่ครอบครัวที่ไม่มีทายาทจะหาเด็กสักคนมาเลี้ยงไว้ดูแลพกวเขาตอนแก่ พ่อฉันก็เหมือนกับคุณ ฉันสงสัยเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ไม่ได้คิดจะค้นหาความจริง”
หวงหมิงลู่พยักหน้า “แบบนี้ดีแล้ว ต่อไปนี้พวกเขาไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับเธออีก”
หลี่เฟยฮวายิ้มรับคำพูดนั้น “จริงค่ะ และมันก็ช่วยให้ฉันตัดขาดจากตระกูลหลี่ได้โดยสมบูรณ์”
หลี่เฟยฮวาพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง “อีกอย่าง พวกเขาทำร้ายแม่ของฉัน ฉันจะเดินหน้าฟ้องร้องพวกเขาต่อ เพื่อให้ความยุติธรรมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว คนพวกนั้นต้องได้รับกรรมที่พวกเขาก่อไว้”
หลี่เฟยฮวาไม่ยอมให้เรื่องราวของแม่ต้องจบลงแบบไม่มีความยุติธรรม เธอเดินหน้าฟ้องร้องตระกูลหลี่ที่เคยทำร้ายแม่ของเธอ หลักฐานที่เธอรวบรวมได้ทำให้คดีมีน้ำหนักมากพอ และคาดว่าในไม่ช้าสมาชิกตระกูลหลี่ที่เกี่ยวข้องก็จะได้ไปชดใช้กรรมในคุก
หลังจากหลี่เฟยฮวาและหวงหมิงลู่เตรียมตัวพร้อม ทั้งสองก็ออกเดินทางไปยังบ้านตระกูลกู้ การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น และเมื่อรถจิ๊ปทหารของหวงหมิงลู่แล่นเข้าสู่เขตบ้านตระกูลกู้ หลี่เฟยฮวาก็สังเกตเห็นภาพที่ทำให้เธอยิ้มออกมา
กู้ซื่อเหมียวกำลังอุ้มกู้ป๋อเหวินไว้ในอ้อมแขน เด็กชายกำลังหัวเราะคิกคักกับอะไรบางอย่าง ขณะที่กู้ซื่อเหมียวเองก็ยิ้มอ่อนโยนอย่างที่หลี่เฟยฮวาไม่เคยเห็นมาก่อน
หลังจากที่กู้ซื่อเหมียวรู้ว่าหวงหมิงลู่คือพี่ชายแท้ ๆ ของเธอ และหลี่เฟยฮวาคือพี่สะใภ้ที่แท้จริง กู้ซื่อเหมียวก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเย็นชาที่เคยมีให้หลี่เฟยฮวาหายไป และแทนที่ด้วยความเป็นมิตรและเปิดใจมากขึ้น
ในวันหนึ่งที่หลี่เฟยฮวาและหวงหมิงลู่มาที่บ้านตระกูลกู้เพื่อร่วมรับประทานอาหารเย็น กู้ซื่อเหมียวที่กำลังยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็ตัดสินใจเดินเข้ามาหาหลี่เฟยฮวา
“พี่สะใภ้…” เสียงของเธอแผ่วเบา แต่ดวงตาจริงจัง “ฉันอยากขอโทษสำหรับทุกสิ่งที่ฉันเคยพูดหรือทำไม่ดีกับพี่ก่อนหน้านี้ค่ะ”
หลี่เฟยฮวายิ้มเล็ก ๆ ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะไหล่ของกู้ซื่อเหมียวเบา ๆ “ฉันไม่ติดใจอะไรหรอก เราต่างก็เคยมีความเข้าใจผิด ตอนนี้เราก็เป็นครอบครัวเดียวกันแล้ว”
คำพูดของหลี่เฟยฮวาทำให้กู้ซื่อเหมียวตื้นตันจนดวงตาเริ่มแดงก่ำ เธอยิ้มออกมาพร้อมกล่าวขอบคุณเบา ๆ และนับตั้งแต่วันนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งสองก็แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เมื่อเวลาผ่านไป กู้ป๋อเหวินที่เคยตั้งแง่กับอาสาวก็เริ่มเปลี่ยนความคิด เด็กชายสังเกตเห็นว่ากู้ซื่อเหมียวทำตัวดีกับหลี่เฟยฮวามากขึ้น ทั้งยังพยายามใส่ใจดูแลหลานชายอย่างเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการถามไถ่เรื่องเรียนหรือการแอบนำของโปรดมาให้ กู้ป๋อเหวินจึงเริ่มเปิดใจรับอาสาวคนนี้เข้ามาในชีวิต
ไม่นาน ทั้งคู่ก็กลายเป็นคู่ซี้ที่มักจะหัวเราะและหยอกล้อกันบ่อย ๆ ทุกครั้งที่อยู่ด้วยกัน บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ
กู้ซื่อเหมียวที่เคยมีท่าทีหยิ่งยโสและเย็นชา ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด เธอกลายเป็นหญิงสาวที่ร่าเริงและมีความกล้าแสดงออกมากขึ้นจนใครต่อใครในบ้านตระกูลกู้ต่างประหลาดใจ
แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เฟยฮวาถึงกับส่ายหน้าอย่างอ่อนใจคือ ความกระตือรือร้นของกู้ซื่อเหมียวที่มุ่งมั่นตามจีบลู่อันหยางอย่างจริงจัง ทุกครั้งที่เธอมีโอกาส กู้ซื่อเหมียวก็มักจะหาเรื่องแวะไปที่คณะของเขา พร้อมอาหารหรือของฝากเล็ก ๆ น้อย ๆ ติดมือไปด้วยเสมอ
“สหายลู่คะ! นี่เค้กที่ฉันอบเองค่ะ ลองชิมดูนะคะ” เสียงสดใสของกู้ซื่อเหมียวดังขึ้นในห้องเรียน พร้อมรอยยิ้มกว้างที่ทำเอาลู่อันหยางถึงกับชะงัก
“อืม… ขอบคุณมากครับ” ลู่อันหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ ก่อนจะรับเค้กมาวางไว้บนโต๊ะ แต่แววตาของเขากลับดูเหมือนคนที่กำลังคิดไม่ตก
หลี่เฟยฮวาเฝ้าดูสถานการณ์นี้อยู่ห่าง ๆ พร้อมกับพยายามกลั้นหัวเราะจนแทบไม่ไหว เธอไม่รู้จะสงสารใครมากกว่ากัน ระหว่างกู้ซื่อเหมียวที่มุ่งมั่นตามจีบอย่างจริงจัง หรือว่าลู่อันหยางที่ตอบสนองด้วยท่าทีเย็นชาและแสดงความรู้สึกแบบ ‘หุ่นยนต์’ อย่างแท้จริง
“เฮ้อ… เรื่องนี้จะจบลงยังไงกันนะ” หลี่เฟยฮวาพึมพำกับตัวเอง แต่สุดท้ายเธอก็เลือกที่จะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะเธอเคารพการตัดสินใจของทั้งสองฝ่าย
หลี่เฟยฮวาก็อดยิ้มไม่ได้ เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่กู้ซื่อเหมียวตามจีบอาจารย์ของเธอในมหาวิทยาลัยอย่างกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยสีสัน
เมื่อเสียงรถจิ๊ปของหวงหมิงลู่จอดสนิทหน้าบ้าน เด็กชายตัวเล็ก ๆ อย่างกู้ป๋อเหวินที่อยู่ในอ้อมกอดของกู้ซื่อเหมียวถึงกับดิ้นลงทันที
“พี่สาวมาแล้ว!” เด็กชายพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ก่อนจะกระโดดลงจากอ้อมกอดของอาสาว แล้ววิ่งตรงไปที่รถ
“หลี่เฟยฮวา!” กู้ป๋อเหวินตะโกนพร้อมยิ้มกว้าง หลี่เฟยฮวาที่ยืนอยู่ข้างรถหันมาเห็นเขา ก็ย่อกายลงเพื่ออุ้มเด็กชายขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
“ป๋อเหวิน ฉันไม่ได้เจอเธอแค่สองอาทิตย์นะ ทำไมดูเหมือนจะตัวโตขึ้นอีกแล้ว?” หลี่เฟยฮวาหยอกล้อ ขณะลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเด็กชาย
“เพราะกินเยอะ จะได้โตเร็ว ๆ ” กู้ป๋อเหวินตอบอย่างภาคภูมิใจ
หลี่เฟยฮวาหัวเราะเบา ๆ ก่อนจะมองใบหน้าเล็ก ๆ ที่เปื้อนรอยยิ้มของเด็กชาย เธออดคิดไม่ได้ว่า จากคนแปลกหน้าในอดีต เด็กคนนี้กลับกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวเธออย่างแท้จริง