พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 515 ทำไมผมต้องอาย
ตอนที่ 515
ทำไมผมต้องอาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินทางกลับมาที่เมืองเป่ยและพักผ่อนอยู่บ้านหนึ่งวันก่อนจะไปหาอินอวี่โหรว
สภาพของอินอวี่โหรวค่อนข้างดี ถึงแม้ว่าจะไม่มีรอยยิ้มแต่ใบหน้าของเธอก็เริ่มมีสีแดงเลือดฝาด ดีขึ้นกว่าตอนที่เธอจะเข้าโรงพยาบาลมาก
อินอวี่โหรวเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวถือถุงใบเล็กใบใหญ่เข้ามาจึงถามด้วยความสงสัย “เหมี่ยวเหมี่ยว นั่นอะไรน่ะ?”
“วัตถุดิบที่ฉันซื้อมาน่ะ เดี๋ยววันนี้ฉันจะแสดงฝีมือให้เธอดู คอยชิมฝีมือฉันด้วยล่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางวัตถุดิบลง
ช่วงนี้เธอไม่ได้ออกกำลังกายมากนัก การแบกถุงสองใบเข้ามาจึงให้เธอหอบเล็กน้อย
“จะมาก็มาสิจะเอาวัตถุดิบมาด้วยทำไม? ทีหลังบอกฉันล่วงหน้าก็ได้ ฉันจะให้คนครัวเตรียมไว้ให้” อินอวี่โหรวรู้สึกกังวลที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลเกี่ยวกับเธอมากเกินไป
“ให้คนครัวเตรียมมันจะสนุกกว่าออกไปซื้อเองได้ยังไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบเลือกวัตถุดิบด้วยตัวเอง และเปลี่ยนวัตถุดิบพวกนี้ให้เป็นอาหารฝีมือเธอ
เธอสนุกกับกระบวนการเหล่านี้
เมื่อไหร่ที่ว่าง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มักจะทำแบบนี้เสมอ
“ถ้าอย่างนั้นฉันจะเก็บท้องไว้รอกินอาหารฝีมือแม่ครัวถงนะ” อินอวี่โหรวรู้ว่าการพูดโน้มน้าวไม่มีประโยชน์อะไร เธอจึงปล่อยให้อีกฝ่ายแสดงฝีมือ
เธอเตรียมผ้ากันเปื้อนมาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อนจะสวมผ้ากันเปื้อนตาม หวังจะอยู่ช่วยทำอาหารในครัว
แต่กลับถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวขับไล่ออกมา
“คนท้องน่ะอยู่ดูแลตัวเองไปเถอะ วันนี้ฉันสัญญาไว้แล้วว่าฉันทำเอง ฉันจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ไม่ต้องห่วง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดันอินอวี่โหรวออกไปและเริ่มลงมือทำอาหาร
อินอวี่โหรวจึงเดินเข้าไปในห้องทำขนม และทำขนมให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสองชิ้น
เดิมทีห้องนี้เป็นห้องว่างเปล่า แต่พ่อบ้านเห็นว่า อินอวี่โหรวชอบทำขนมจึงสั่งให้คนมาทำความสะอาดและจัดแจงห้องนี้ให้กลายเป็นห้องทำขนมสำหรับอินอวี่โหรว
ต้องบอกว่าพ่อครัวให้ความสนใจเธอมากกว่าลู่ซีจวี๋เสียอีก
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเธอท้องหรือเปล่าถึงได้แสดงความเห็นอกเห็นใจออกมาเป็นพิเศษ แม้แต่รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่เคยถูกสังเกตเห็นมาก่อนก็ค่อย ๆ ถูกเปิดเผย
ถึงอย่างนั้นเธอกลับค้นพบว่าลู่ซีจวี๋ไม่เคยสนใจเธอเลยจริง ๆ
ในเมื่อความเป็นจริงมาถึงจุดนี้แล้ว เธอก็ไม่กล้าคาดหวังอีกต่อไป
ลู่ซีจวี๋ทิ้งเธอกับลูกไว้เบื้องหลังและเดินทางตามเซเรน่าไปทำธุรกิจด้วยกัน
นี่ไม่ได้เป็นการพิสูจน์ตำแหน่งของเธอหรอกเหรอ?
เธอตัดสินใจที่จะไม่คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไป ถึงอย่างนั้นอินอวี่โหรวก็ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
หลังจากเตรียมใจอยู่นาน อินอวี่โหรวก็สงบสติลงและทำขนมอบต่ออย่างระมัดระวัง
เธอรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นห่วงเธอ ถึงได้มาหาเธอทันทีที่เดินทางกลับมา
เธอไม่อยากแสดงท่าทางแปลก ๆ และทำให้คนที่เป็นห่วงเธอเป็นกังวล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช้เวลาทำเมนูผัดง่าย ๆ ที่บ้านเพียงหนึ่งชั่วโมงเท่านั้น หลังจากเสร็จแล้ว น้ำซุปที่ถูกปรุงไว้ในหม้อก็เดือดได้ที่พอดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ไฟลงและออกไปดูว่าอินอวี่โหรวกำลังทำอะไรอยู่
เธอทำอาหารมานานแล้ว แต่อินอวี่โหรวก็ไม่เดินเข้ามาดูเลยสักครั้ง
ปกติแล้วอีกฝ่ายจะไม่ใช่คนเชื่อฟังแบบนี้
หลังจากเดินวนรอบบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พบว่า อินอวี่โหรวกำลังทำขนมอยู่ในห้องทำขนม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูขนมที่สละสลวยสองชิ้นแล้วอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “เธอนี่อยู่นิ่ง ๆ ไม่เป็นเลย พักผ่อนเยอะ ๆ หน่อยได้มั้ย?”
“ฉันก็แค่ทำขนมแก้เบื่อ อยู่บ้านคนเดียวไม่มีใครคุยด้วย ถ้าเธอไม่ให้ฉันทำอะไรเลย ฉันจะไม่เบื่อตายเหรอ?” อินอวี่โหรวพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อน
“ก็ได้ ตอนนี้ขยับนิดขยับหน่อยก็ดี ตอนคลอดลูกจะได้คลอดง่าย ๆ ไม่เจ็บ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดและค้นพบว่ามันค่อนข้างสมเหตุสมผล
เธอเพียงคิดว่าช่วงนี้อินอวี่โหรวไม่สบายจึงอยากให้อีกฝ่ายพักผ่อนมาก ๆ
ใครจะรู้ว่าเธอเผลอหลงลืมสิ่งสำคัญไป
“อาหารเสร็จแล้วเหรอ? เร็วจัง?” อินอวี่โหรวมองดูเวลาและเห็นว่ามันเพิ่งผ่านไปแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น
“ยังมีซุปร้อน ๆ ด้วย รีบหน่อย อาหารพร้อมแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับไปเอาซุปมาเสิร์ฟ
เมื่อถึงเวลาเสิร์ฟซุป ขนมหวานของอินอวี่โหรวก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว
การได้กินอาหารฝีมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและกินขนมหวานที่อินอวี่โหรวเป็นคนทำ ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสุขที่สุดแล้ว
เพื่อนสนิทสองคนพูดคุยกันทุกเรื่องและดูมีความสุขกันมาก
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อยู่เล่นกับอินอวี่โหรวสักพักก่อนจะขอตัวกลับ
เมื่อกลับมาที่คฤหาสน์ตี้หลาน มู่อวี้เฉิงกำลังรออยู่ที่บ้าน และพวกเขาสองคนก็ไปรับเสี่ยวเป่าที่บ้านหลังเก่าด้วยกัน
เสี่ยวเป่าไม่ได้เจอหน้าหม่ามี้มาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้ว ทำให้เขากระโดดเข้าใส่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทันทีที่เขาเจอหน้า ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “หม่ามี้ คิดถึงจังเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอื้อมมือออกไปลูบผมของเสี่ยวเป่าและพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “หม่ามี้ก็คิดถึงเสี่ยวเป่า”
“โตขนาดนี้แล้วยังทำตัวอ้อนหม่ามี้อยู่อีก ไม่อายหรือไง?” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเสี่ยวเป่าด้วยสายตาเย็นชา
แต่ก่อนเขาเคยคิดว่าเสี่ยวเป่าเป็นสมบัติล้ำค่า แต่ตอนนี้เสี่ยวเป่ากลับเป็นจอมโจรที่พร้อมจะขโมยภรรยาของเขาไปทุกเมื่อ เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเสี่ยวเป่าอยู่ด้วย เขาจะไม่สามารถเข้าใกล้ภรรยาได้เลย
“แล้วทีแด๊ดดี้ล่ะตัวโตแล้วยังตามหม่ามี้ไปทำงานเลย ในเมื่อแด๊ดดี้ไม่อาย ทำไมผมจะต้องอายด้วย?” เสี่ยวเป่าตอบโต้อย่างไม่ไยดี
ตอนเขายังเล็ก ๆ เขาก็ได้ตามติดถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปด้วย แต่ทำไมตอนนี้ถึงเปลี่ยนมาเป็นมู่อวี้เฉิงเสียได้?
“เกิดอะไรขึ้น? ทำไมมาทะเลาะกันล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำตัวไม่ถูก
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมความสัมพันธ์ระหว่างเสี่ยวเป่ากับมู่อวี้เฉิงจึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้
เหมือนกับเด็กอนุบาลสองคนกำลังแย่งชิงของเล่นชิ้นโปรดกันอยู่
“แด๊ดดี้ขี้เหนียว” เสี่ยวเป่าที่ซ่อนตัวอยู่หลัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแลบลิ้นใส่มู่อวี้เฉิง
“พอแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบหัวปลอบโยนเสี่ยวเป่าแล้วหันไปมองมู่อวี้เฉิง
ขณะกินข้าว เสี่ยวเป่าคอยเกาะติดถงเหมี่ยวเหมี่ยว ไม่ยอมห่างแม้แต่คืบเดียว
ลิ่นอวี๋เหยียนพบว่ามันแปลกประหลาดมาก โดยปกติแล้วเสี่ยวเป่าจะเป็นคนฉลาดและสามารถทำอะไรคนเดียวที่บ้านได้ เธอไม่เคยเห็นเขาติดแม่ขนาดนี้มาก่อน
ถึงอย่างนั้นก็เป็นเรื่องปกติที่ลูกน้อยจะเกาะติดแม่
“ชุดแต่งงานออกแบบใกล้จะเสร็จแล้ว บัตรเชิญของทางโรงแรมก็เลือกเสร็จแล้ว เหลือแค่เลือกวันแต่งงานในปีหน้า” ลิ่นอวี๋เหยียนกังวลเรื่องของพวกเขามาก แต่เธอกลับไม่ได้รู้สึกเบื่อหน่ายเลย
“คุณแม่เลือกวันไหนหนูก็ว่าดีค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพึงพอใจมากที่แผนการเสร็จสิ้นแล้ว
“เดี๋ยวตอนชุดแต่งงานทำเสร็จแล้วพวกลูกมาดูกันด้วยล่ะ เหมี่ยวเหมี่ยวต้องมาดูนะ แม่ติดต่อซ่งฉิงไปบอกให้เธอทำให้ดีที่สุด” ลิ่นอวี๋เหยียนเป็นผู้หญิงจึงรู้ความต้องการของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“หนูจะพยายามหาเวลาไปดูค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อยากเห็นชุดแต่งงานเช่นกัน
“มัวแต่ทำงานหาเงินได้ยังไง? พวกลูกกำลังจะแต่งงานกันนะ ยังเด็กกันอยู่ หัดออกไปเที่ยวเล่นให้สนุกสนานบ้าง เดี๋ยวแก่ก็มาเสียดายทีหลังหรอก” ลิ่นอวี๋เหยียนไม่อยากให้พวกเขาทำอะไรมาก แค่มีความสุขกันก็พอ
อย่างไรก็ตามมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่างเก่งกันทั้งคู่ ซึ่งทำให้เธอภาคภูมิใจมาก
“รู้แล้วครับแม่ เดี๋ยวเราจัดการกันเอง” มู่อวี้เฉิงรู้สึกรำคาญกับคำพูดจู้จี้จุกจิกของลิ่นอวี๋เหยียน
“แกว่าแม่พูดมากเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนเป็นคนเลี้ยงดู มู่อวี้เฉิงมาก เธอจะไม่รู้ได้อย่างไรว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่?
“คุณแม่ อวี้เฉิงไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ไม่ต้องห่วงค่ะ เราจะหาเวลามา” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียดเล็กน้อยจึงพยายามทำให้เรื่องต่าง ๆ คลี่คลายลง
ลิ่นอวี๋เหยียนสูดลมหายใจอย่างเย็นชาแล้วไม่พูดอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจินตนาการถึงงานแต่งงานในอุดมคติของเธอด้วยความคาดหวังอันเลือนราง