พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 517 เปิดโอกาสให้เธอทำไม
ตอนที่ 517
เปิดโอกาสให้เธอทำไม
อินอวี่โหรวขดตัวเป็นลูกบอล และรอจนกระทั่งน้ำตาแห้งเหือด อินอวี่โหรวก็ค่อย ๆ สงบลง
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตรวจสอบเวลาและพบว่ามันจะไม่ดึกเกินไป
อินอวี่โหรวตรงเข้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถปกปิดดวงตาที่แดงก่ำเอาไว้ได้
เธอเดินลงไปชั้นล่างและพบกับพ่อบ้าน
พ่อบ้านยังคงไม่หยุดพักและกำลังจัดแจงข้าวของอยู่ในโกดัง
เธอสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วพูดว่า “พ่อบ้าน เตรียมรถให้ฉันหน่อยได้มั้ยคะ?”
“คุณผู้หญิง จะไปไหนครับ?” พ่อบ้านสะบัดมือที่เปื้อนฝุ่นด้วยความกังวลเมื่อเห็นว่าสีหน้าของอินอวี่โหรวไม่ดีนัก
“ไปส่งที่ที่ซีจวี๋เดินทางไปทำงานที” อินอวี่โหรวกำลังรู้สึกหมดหวัง
ในเมื่อลู่ซีจวี๋มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับเซเรน่าจริง ๆ พวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องรักษาคำว่าครอบครัวไว้อีกต่อไป
การไปเห็นกับตาตัวเองอาจจะทำให้เธอยอมแพ้อย่างสิ้นเชิง
หากมันเกิดขึ้นจริง ๆ ตอนที่เธอฟ้องหย่า ลู่ซีจวี๋ก็จะไม่มีเหตุผลมาปฏิเสธอีก
ภายในใจของเธอกำลังรู้สึกหวาดกลัว ลังเล และเศร้าใจ ทุกอารมณ์ผสมปนเปกันไปหมด ดังนั้นเธอก็จะใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ทำทุกอย่างให้กระจ่าง
เธอเหนื่อยมามากแล้ว และเธอพยายามยืนกรานการแต่งงานระหว่างพวกเขามาจนถึงตอนนี้
ในความเป็นจริงเธอไม่ควรยืนกรานที่จะทำแบบนี้เลย
ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับลู่ซีจวี๋ไม่ควรจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำ
ในเมื่อคิดจะละทิ้งความรักก็ต้องกำจัดเยื่อใยนี้ออกไปให้หมด
ทุกส่วนในร่างกายของเธอกำลังกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด
เธอบอกตัวเองให้อดทน มันกำลังจะจบลงแล้ว
แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่ลู่ซีจวี๋กระทำกับเธอ เธอก็ค้นพบว่าความผิดหวังในตัวเธอกำลังเพิ่มขึ้นทีละน้อย
บางทีการฟ้องหย่าอาจจะช่วยเธอบรรเทาทุกข์ได้
ลู่ซีจวี๋คงจะรู้สึกรังเกียจชีวิตแบบนี้มานานแล้ว รังเกียจที่เธอพยายามจะจับมือลู่ซีจวี๋เอาไว้ให้แน่น รังเกียจที่เธอคอยอยู่เคียงข้างลู่ซีจวี๋ เธอได้สัมผัสทั้งความทุกข์ใจและความสุขใจ ได้รู้ว่าเขาเป็นคนอบอุ่นและอาฆาตพยาบาท แต่เท่านี้ก็เพียงพอแล้วและเธอควรจะปล่อยมือจากเขาสักที
หยุดเป็นคนดื้อดึง และเลิกคิดจินตนาการเพ้อฝันไปไกล
“คุณผู้หญิง มันดึกแล้ว เดี๋ยวคุณชายก็เดินทางกลับมาครับ ทำไมจะต้องไปหาด้วย? อีกอย่างคุณกำลังท้องอยู่ รอให้คุณชายกลับมาดีกว่านะครับ” พ่อบ้านกังวลที่อินอวี่โหรวจะออกไปข้างนอกกลางดึกดื่น
คุณปู่ลู่ส่งเขามาทำงานที่นี่เพื่อคอยจับตาดูคู่รักหนุ่มสาวทั้งสองคนนี้และสั่งให้เขาคอยดูแลอินอวี่โหรวอย่างดี
อินอวี่โหรวรู้สึกเจ็บจมูก พยายามละกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลลงมาและพูดด้วยน้ำเสียงแกมสะอึกสะอื้นว่า “พ่อบ้าน ขอร้องล่ะค่ะ เตรียมรถให้ฉันหน่อยนะคะ ฉันอยากไปหาซีจวี๋ แล้วอย่าบอกเรื่องนี้กับซีจวี๋นะคะ ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ฉัน ฉันแค่คิดถึงเขามาก อยากจะไปเซอร์ไพรส์เขา”
ท้ายที่สุดอินอวี่โหรวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดแบบนี้ หากเธอบอกว่าเธอจะหย่ากับลู่ซีจวี๋ พ่อบ้านก็คงจะไม่เห็นด้วยอย่างแน่นอน
ถ้าบอกว่าคิดถึงลู่ซีจวี๋ก็ยังจะพอมีความเป็นไปได้อยู่
แน่นอนว่าหลังจากที่อินอวี่โหรวพูดแบบนี้ พ่อบ้านก็ลังเลเล็กน้อย
อินอวี่โหรวเห็นว่าเขาลังเลจึงพูดต่อว่า “ฉันไม่ได้เจอซีจวี๋มานานแล้ว พ่อบ้านคะ รบกวนคุณด้วยนะคะ ช่วยเก็บเรื่องนี้เป็นความลับได้มั้ย?”
ในที่สุดพ่อบ้านก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเตรียมรถยนต์ให้อินอวี่โหรว
ก่อนจะขึ้นรถยนต์ อินอวี่โหรวหันกลับไปยิ้มให้พ่อบ้านเล็กน้อย “พ่อบ้าน ฉันจะไปเซอร์ไพรส์ซีจวี๋ คุณจะไม่บอกเขาใช่มั้ยคะ?”
“คุณผู้หญิง ไม่ต้องห่วงครับ ผมจะไม่บอก” พ่อบ้านรับปากอย่างเคร่งขรึม
เขารู้สึกว่าอินอวี่โหรวลำบากมามากและใจดีกับลู่ซีจวี๋มาก ถึงกับจะเดินทางไปหาเขาเป็นพิเศษ แต่ลู่ซีจวี๋กลับไม่รู้จักเฝ้าทะนุถนอม
บางทีถ้าลู่ซีจวี๋รู้ว่าเธอตั้งใจเดินทางหลายกิโลเมตรเพื่อไปหาเขา เขาก็อาจจะรู้ซึ้งถึงหัวใจก็ได้
“ขอบคุณพ่อบ้านมากนะคะ” อินอวี่โหรวยิ้มและโบกมือให้พ่อบ้าน
จนกระทั่งอินอวี่โหรวขึ้นรถยนต์ไป ใบหน้าของเธอก็มืดมนลง
ดวงตาคู่สวยดูเหนื่อยล้าเต็มทน
คนขับรถขับรถยนต์ออกไปเงียบ ๆ และไม่ได้พยายามพูดคุยกับอินอวี่โหรว
พวกเขาได้รับการฝึกอบรมมาเป็นพิเศษจึงรู้ว่าอะไรควรทำ อะไรไม่ควรทำ
หลังจากขับรถไประยะหนึ่งแล้ว อินอวี่โหรวก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งรูปถ่ายดังกล่าวไปให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังนอนไม่หลับ และเมื่อเธอเห็นภาพถ่าย เธอก็โทรศัพท์ไปหาอินอวี่โหรวทันที
“อวี่โหรว เกิดอะไรขึ้น?”
“ฉันก็ไม่รู้ เซเรน่าส่งรูปนี้มาให้ฉัน” อินอวี่โหรวสูดลมหายใจ รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
เธอพยายามทำเพื่อลู่ซีจวี๋มามากมาย แต่ทำไมลู่ซีจวี๋ถึงไม่เคยชายตามองเธอเลย?
เธอคิดว่าเธอสามารถอดทนต่อความยากลำบากนี้ได้ แต่ใครจะรู้ว่าเธอจะตกลงไปในเหวลึกแห่งนี้?
“อวี่โหรว อย่าเพิ่งตื่นตระหนก ใจเย็น ๆ ก่อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลัวว่าเธอจะคิดฟุ้งซ่านไปไกล
“ตอนนี้ฉันกำลังเดินทางไปหาเขา ฉันว่าฉันควรจะยุติความสัมพันธ์กับเขาแล้วล่ะ” อินอวี่โหรวยังไม่เต็มใจที่จะปล่อยมือ
แต่ในเมื่อสิ่งต่าง ๆ มาถึงขั้นนี้แล้ว เธอก็ไม่อยากหลอกลวงตัวเองอีกต่อไป
“อวี่โหรว กลางคืนมันไม่ปลอดภัย เธอยังท้องอยู่ กลับมาก่อน แล้วค่อยคิดหาวิธีแก้ไขทีหลังเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะใจร้อนขนาดนี้
“ไม่ ถ้าฉันไม่ไปเห็นกับตาตัวเอง เซเรน่าก็จะรับบทเป็นคนน่าสงสารอีก และซีจวี๋ก็จะไม่ยอมรับความผิด” เพราะฉะนั้นเธอจะต้องจับพวกเขาให้ได้คาหนังคาเขา
ไม่อย่างนั้นเธอก็จะกลายเป็นคนที่ชอบชวนทะเลาะแบบไม่มีเหตุผลอีก
“อวี่โหรว เธอก็รู้จักเซเรน่าดี ถ้าเกิดหล่อนจงใจกุเรื่องล่ะ? บางทีเรื่องนี้อาจจะเข้าใจผิดก็ได้มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าลู่ซีจวี๋เป็นคนอย่างไร ถึงแม้ว่าเขาจะดูแลอินอวี่โหรวไม่ดี แต่ในเมื่ออินอวี่โหรวเป็นภรรยาของลู่ซีจวี๋ เขาก็จะไม่มีวันทำอะไรลับหลังเธอ
ลู่ซีจวี๋เป็นคนประเภทนี้
เธอคิดว่าลู่ซีจวี๋จะไม่มีทางทำอะไรเหลวไหลแบบนี้
แต่ภาพถ่ายดูคลุมเครือเกินไปจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอธิบายลำบาก และไม่รู้ว่าจะพูดปลอบโยนอินอวี่โหรวอย่างไรดี
“ซีจวี๋ก็รู้ว่าฉันอาจจะเข้าใจผิดได้ แต่ทำไมถึงยังเดินทางไปกับเซเรน่าล่ะ? ไปเปิดโอกาสให้เซเรน่าทำไม? เขาก็รู้ว่าฉันคิดมากเรื่องนี้ แต่ทำไมเขาจะต้องทำอะไรแทงใจฉันทุกครั้งด้วย?” อินอวี่โหรวกำลังตีโพยตีพาย
ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ยังดื้อดึงจะทำเรื่องนี้ให้ชัดเจน
ภาพถ่ายที่เซเรน่าส่งมาเป็นแรงกระตุ้นเธอชั้นดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินคำพูดของเธอ หากลู่ซีจวี๋ไม่ออกเดินทางไปเซเรน่า เรื่องราวมันจะบานปลายแบบนี้ได้อย่างไร?
ลู่ซีจวี๋ซื่อบื้อจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะพูดแก้ต่างให้ลู่ซีจวี๋สักสองสามประโยค แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรจริง ๆ
ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรมันก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของลู่ซีจวี๋
“อวี่โหรว ช่วยใจเย็นก่อนได้มั้ย? อารมณ์แปรปรวนของเธอจะส่งผลกระทบกับลูกในท้องเอานะ อย่าตื่นตระหนกไป รุ่นพี่ทำแบบนี้ใช่ไม่ได้เลย เธอหย่ากับเขาเลยน่าจะดีกว่ามั้ย? อย่าไปคิดอะไรให้มากความนักเลย” อินอวี่โหรวเพิ่งออกมาจากโรงพยาบาล ลูกในท้องจึงไม่ควรได้รับผลกระทบใด ๆ อีกต่อไป
“เข้าใจแล้ว” อินอวี่โหรวตอบกลับเบา ๆ
“ถ้าอย่างนั้นเดินทางปลอดภัย ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นโทรมาหาฉันนะ ไม่ว่าสุดท้ายแล้วจะเป็นยังไง เธอก็ต้องโทรมาบอกฉันว่าเธอปลอดภัยดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นห่วงเธอมาก ถึงอย่างนั้นเธอกลับทำอะไรไม่ได้เลยเพราะลู่ซีจวี๋เป็นคนสร้างเรื่องเอง
อินอวี่โหรวตอบกลับและวางสายลง เธอเท้าคางและจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างรถยนต์ด้วยอาการเหม่อลอย