พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 524 คุณยกโทษให้ผมได้มั้ย
ตอนที่ 524
คุณยกโทษให้ผมได้มั้ย
คุณปู่ลู่ทุบตีลู่ซีจวี๋จนกระทั่งหมดเรี่ยวแรง
พ่อบ้านที่เฝ้าดูทั้งสองคนทะเลาะกันจึงรู้ว่าตอนนี้ อินอวี่โหรวประสบอุบัติเหตุเข้าโรงพยาบาล
เขาเสียใจอย่างมาก หากในตอนนั้นเขายืนกรานห้ามไม่ให้เธอไปก็คงจะดี
ใครจะคิดว่าอุบัติเหตุแบบนี้จะเกิดขึ้นทันทีที่ก้าวขาออกนอกบ้าน?
คุณปู่ลู่พยุงไม้เท้าและค่อย ๆ นั่งลงบนเตียงของลู่ซีจวี๋
“อวี่โหรวรถคว่ำขนาดนี้แล้วแกมัวทำอะไรอยู่? ทำไมไม่ไปอยู่เฝ้าเธอ?” ตอนที่ผู้เฒ่าอินโทรศัพท์มาบอก น้ำเสียงของ ผู้เฒ่าอินแย่มากและบ่งบอกว่ากำลังโกรธจัด
ตอนที่ผู้เฒ่าอินฝากฝังอินอวี่โหรวไว้กับเขา เขาให้คำมั่นสัญญาว่าจะดูแลอินอวี่โหรวอย่างดี แต่อินอวี่โหรวกลับประสบอุบัติเหตุในตอนที่อยู่กับตระกูลลู่ของพวกเขา
“คุณปู่ ผมผิดเอง” ลู่ซีจวี๋พูดเสียงอู้อี้
เขาเอาแต่คิดว่าเขาพลาดไปได้อย่างไร ถึงได้ปล่อยโอกาสให้เซเรน่าแอบถ่ายรูปส่งไปให้อินอวี่โหรว
แม้ว่าระหว่างเขากับเซเรน่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดต่ออินอวี่โหรว
“มาบอกฉันว่าแกผิดแล้วจะมีประโยชน์อะไร? ไม่ไป บอกอวี่โหรวล่ะ? อวี่โหรวนอนเป็นผักเป็นปลาอยู่ในโรงพยาบาล แกยังมัวมีหน้ามาดื่มเหล้ามากปลิ้นอยู่อีกเหรอ? ฮะ?” คุณปู่ลู่ไม่เคยเห็นคนโง่เขลาแบบนี้มาก่อนจริง ๆ
ถึงตอนนี้ยังไม่ไปคุยกับอินอวี่โหรวอีก มัวมาซ่อนตัวดื่มเหล้าเมาสุราอยู่ได้
ดื่มเหล้าไปมันจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง?
ดื่มเหล้าแล้วอินอวี่โหรวจะยกโทษให้ไหม ลูกจะฟื้นคืนชีพกลับไหม?
น่าเสียดายจริง ๆ เขาเกือบจะได้เจอหน้าเหลนแล้วแท้ ๆ
แต่กลับจากไปจนได้
“คุณปู่ ตอนนี้ผมทุกข์ใจอยู่” ดวงตาของลู่ซีจวี๋แดงก่ำและดูเจ็บปวดมาก
เขารักอินอวี่โหรว อยากจะกลับไปแสดงความจริงใจให้อินอวี่โหรวเห็นและอยากจะดูแลเธอกับลูกให้ดี
แต่ตอนนี้อินอวี่โหรวคงไม่อยากจะให้อภัยเขา
นอกจากนี้เขายังไม่รู้ว่าจะต้องพูดอธิบายกับอินอวี่โหรว อย่างไรดี
“ทุกข์ใจ? อวี่โหรวที่นอนอยู่ในโรงพยาบาลต้องทุกข์ใจกับความล้มเหลวที่ไม่สามารถให้กำเนิดลูกได้มากกว่ามั้ย อวี่โหรวยังไม่บ่นอะไรสักคำ แล้วแกจะมาทุกข์ใจอะไร? ตอนนี้เธออยากได้ใครสักคนที่อยู่เคียงข้างเธอ ถ้าแกไม่ไปอยู่ข้าง ๆ เธอ มัวซุกหัวอยู่ที่มุมห้องแบบนี้มันจะไปมีประโยชน์อะไร?” คุณปู่ลู่ต่อว่าอย่างเกรี้ยวกราด
เขาผิดหวังกับหลานชายคนนี้จริง ๆ
“ผมจะปรับตัวและไปหาอวี่โหรว คุณปู่ไม่ต้องห่วงครับ” ลู่ซีจวี๋ไม่มีอะไรที่จะต้องอธิบาย
ทุกอย่างเป็นความผิดของเขา
“รีบไปดูแลอวี่โหรวให้ดีแล้วพาเธอกลับมาซะ สำหรับเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทุกคนก็ทุกข์ใจกันทั้งนั้นแหละ แต่อวี่โหรวเป็นภรรยาของแก หลังจากนี้แกห้ามทำผิดกับเธออีก เข้าใจมั้ย?” คุณปู่ลู่มองดูลู่ซีจวี๋ด้วยสายตาเศร้าโศก
“เข้าใจแล้วครับคุณปู่” ลู่ซีจวี๋ตอบ
“อีกอย่างเรื่องของอวี่โหรวทำให้ตระกูลอินแข็งข้อขึ้น ถ้าผู้เฒ่าอินต่อว่าอะไรก็อดทนเอาไว้ อย่าไปเถียงเขา” คุณปู่ลู่กังวลเกี่ยวกับลู่ซีจวี๋และเกรงว่าความตื่นตระหนกในครั้งนี้จะทำให้ผู้เฒ่าอินขุ่นเคือง
นอกจากนี้สถานการณ์ในปัจจุบันก็ตึงเครียดมากแล้ว
จู่ ๆ คุณปู่ลู่ก็คิดไปอีกระดับขณะจ้องมองไปที่ลู่ซีจวี๋ “แกเคยไม่ชอบอวี่โหรวไม่ใช่เหรอ? หรือว่าแกวางแผนจะหย่ากับเธอล่ะ?”
“ไม่ฮะคุณปู่ ตอนนี้ผมชอบอวี่โหรวมาก ผมจะดูแลเธอให้ดีและพาเธอกลับมา คุณปู่ไม่ต้องเป็นห่วงครับ” สิ่งที่ลู่ซีจวี๋ไม่ต้องการได้ยินมากที่สุดในตอนนี้คือการหย่าร้าง
แม้จะไม่แน่ชัดว่าอินอวี่โหรวกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็หวังว่าอินอวี่โหรวจะไม่พูดเรื่องการหย่าร้างกับเขา
“ฮึ่ม เข้าใจแล้วก็ดี ปู่กลับก่อน” คุณปู่ลู่ถอนหายใจอย่างเย็นชาและหันหลังกลับไปโดยไม่หันกลับมามองเขาอีก
…
วันรุ่งขึ้น ลู่ซีจวี๋แต่งตัวและออกเดินทางไปเยี่ยม อินอวี่โหรวที่โรงพยาบาล
บนร่างกายของอินอวี่โหรวยังมีรอยถลอกมากมายที่ยังต้องคอยฉีดยาอย่างต่อเนื่อง ศีรษะของเธอยังมีผ้าก๊อซพันอยู่และใบหน้าก็ซีดเซียวมาก
ลู่ซีจวี๋รู้สึกราวกับว่าหัวใจของเขาถูกมือใหญ่กุมเอาไว้ ทำให้เขาเจ็บปวดจนทุกข์ทรมาน
“อวี่โหรว” เขาพยายามเรียกหาเธอ แม้ว่าน้ำเสียงจะแผ่วเบามากก็ตาม
อินอวี่โหรวได้ยินเสียงจึงหันกลับมามอง แต่สีหน้าของเธอกลับไร้อารมณ์อย่างมาก
“รู้สึกดีขึ้นบ้างหรือยัง?” ลู่ซีจวี๋ถามเบา ๆ แต่น้ำเสียงของเขาฟังดูอ่อนโยนมาก
“ดีขึ้นมากแล้ว” อินอวี่โหรวตอบกลับเสียงเรียบ
ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ลู่ซีจวี๋ที่เห็นท่าทางเย็นชาของอินอวี่โหรวก็รู้สึกตื่นตระหนกขึ้น
มันรู้สึกเช่นเดียวกับในความฝัน ไม่เพียงแค่ลูกเท่านั้นที่จากไป แต่อินอวี่โหรวก็กำลังจะทิ้งเขาไปด้วย
แต่ก่อนที่ลู่ซีจวี๋จะตอบสนอง เขาก็รีบคว้าข้อมือของอินอวี่โหรวเอาไว้
อินอวี่โหรวมองดูลู่ซีจวี๋ด้วยท่าทางตกใจและพยายามจะชักมือออก
แต่ลู่ซีจวี๋กลับจับไว้แน่น
อินอวี่โหรวไม่สามารถดึงมือเธอออกไปได้ เธอจึงไม่ได้ดึงมือออกและปล่อยให้ลู่ซีจวี๋จับมือไว้
อย่างไรก็ตามลู่ซีจวี๋มักจะทำอะไรด้วยความโลเลเสมอ เขาไม่เคยคิดทำอะไรจริงจัง ดังนั้นอินอวี่โหรวก็จะไม่คิดจริงจังเช่นกัน
“รถยนต์คันนั้นตั้งใจชนฉัน มันตามฉันมาตั้งแต่ฉันออกจากเมืองเป่ย มันน่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันจะไปปรากฏตัวตรงนั้น คงจะวางแผนกันมาตั้งแต่เนิ่น ๆ สำหรับฉันไม่เป็นไร แต่ลูกไม่อยู่แล้ว และนี่ไม่ใช่ลูกของฉันคนเดียวแต่ยังเป็นลูกของคุณด้วย ฉันหวังว่าคุณจะหาคำตอบสำหรับเรื่องนี้มาอธิบายให้ลูกฟังให้ได้” น้ำเสียงของอินอวี่โหรวค่อนข้างเย็นชาราวกับเธอกำลังพูดถึงเรื่องอย่างอื่นที่เธอไม่ได้สนใจเลย
แต่ตอนนั้นอินอวี่โหรวก็ใส่ใจลูกมากไม่ใช่เหรอ? เธอคอยปกป้องลูกอย่างระมัดระวัง พาตัวเองไปเข้าเรียนหลักสูตรก่อนคลอดเพื่อลูกในท้อง แล้วตอนนี้มาพูดอย่างไม่สนใจไยดีได้อย่างไร?
ตอนนี้ใจของอินอวี่โหรงคงจะเจ็บปวดมาก
พวกมันจงใจชนหรือเปล่า? ลู่ซีจวี๋หลับตาลง ใครบังอาจกล้าแตะต้องคนของลู่ซีจวี๋?
ต่อให้อินอวี่โหรวไม่พูดอะไร เขาก็จะตามหาเบาะแสของเรื่องนี้
“อวี่โหรว ไม่ต้องห่วง ผมจะกลับมาอธิบายให้คุณกับลูกแน่นอน” ลู่ซีจวี๋ยกมือขึ้นเพื่อทำท่าสัญญา
“ขอโทษนะที่ผมไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณตอนที่เกิดเรื่อง หลังจากนี้ผมจะไม่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นอีก” ลู่ซีจวี๋จับมือ อินอวี่โหรวแล้วมองดูเธอ มองดูริมฝีปากสีซีดที่เขากำลังจะเขยิบเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ
อินอวี่โหรวรีบหันหน้ากลับและหดตัวลง
ทำให้ลู่ซีจวี๋ต้องจูบกับอากาศ เขาจึงยืดตัวขึ้นและทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้ต่อ
อินอวี่โหรวฉวยโอกาสในตอนนี้ดึงมือออก “อย่าไปพูดถึงเรื่องในอดีตเลย มาหาเบาะแสเรื่องนี้ก่อนเถอะ”
อินอวี่โหรวต้องการตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเอง แต่ร่างกายของเธอกลับไม่เป็นใจ
ไม่ว่าอย่างไรเธอก็จะไม่มีวันปล่อยให้คนที่ทำร้ายลูกของเธอลอยนวลอยู่อย่างนี้
“ไม่ ผมขอโทษ ผมควรจะพูดมันตั้งแต่แรก อวี่โหรว ยกโทษให้ผมได้มั้ย?” ลู่ซีจวี๋พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน
เขาอยากให้อินอวี่โหรวทุบตีเขาหรือดุด่าเขามากกว่าคำพูดเรียบ ๆ ในตอนนี้
เขารู้สึกราวกับว่าเขาถูกมองเป็นแค่เพียงคนแปลกหน้า ไม่มีนัยสำคัญ และเธอไม่แม้แต่จะพูดขึ้นเสียงกับเขาด้วยซ้ำ
ราวกับเธอไม่อยากจะพูดกับเขาอีกต่อไป
“ฉันไม่ว่าอะไรคุณหรอก” แน่นอนว่าไม่ให้อภัยเช่นกัน
อินอวี่โหรวไม่ได้พูดประโยคสุดท้ายออกมา เพราะในเมื่อสิ่งต่าง ๆ กลายมาเป็นแบบนี้แล้วเธอก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก