พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 527 ลงมือสังหารอินอวี่โหรว
ตอนที่ 527
ลงมือสังหารอินอวี่โหรว
รูปลักษณ์ของมู่อวี้เฉิงดูหลอกลวงมาก โดยปกติเขาจะแสดงสีหน้าเย็นชาตลอดเวลา แต่พอตอนนี้เขาอยากจะขอโทษ ดวงตาของเขากลับลู่ลงและแสงในดวงตาก็หรี่ลงทีละน้อย
ใครก็ตามที่เห็นรูปลักษณ์ดังกล่าวจะต้องอยากกอบกุมโลกทั้งใบมาไว้ตรงหน้าเขา
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังเงียบจึงคิดว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ยอมให้อภัยเขา เขาจึงพูดต่อว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว จากนี้ไปผมจะปกป้องคุณให้ดี ไม่ตัดสินใจแทนคุณอีก อย่าโกรธผมเลยนะ”
เมื่อได้ยินคำวิงวอนของมู่อวี้เฉิง ความโกรธเคืองของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จางหายไป
อันที่จริงนี่ไม่ใช่ความผิดของมู่อวี้เฉิง
ที่มู่อวี้เฉิงแสดงทัศนคติออกมาแบบนั้นเป็นเพราะเขาห่วงใยเธอมากต่างหาก
เมื่อเธอลองกลับมาคิดให้รอบคอบดูแล้ว เธอก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เธอทำลงไปไม่ถูกต้อง
หากฆาตกรซุ่มโจมตีและจับเธอไปเป็นตัวประกัน ตำรวจจะต้องแยกกองกำลังออกมาช่วยเหลือเธอ และเธอจะยิ่งทำให้เหตุการณ์มันโกลาหลไปกันใหญ่ไม่ใช่เหรอ?
ถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ เวลาทำการรักษาของ อินอวี่โหรวก็จะล่าช้าไปด้วย
โชคดีที่เหตุการณ์ในครั้งนี้ราบรื่น
ถึงอย่างนั้นความกังวลของมู่อวี้เฉิงก็ไม่ได้ไร้สาระไปเสียทีเดียว
“ฉันก็ผิดเหมือนกัน ฉันต้องขอโทษคุณด้วย ขอโทษนะ ต่อไปฉันจะคิดให้รอบคอบและไม่ทำอะไรใจร้อนอีกแล้ว” ในที่สุดสามีกับภรรยาก็เข้าใจกัน
เธอยังต้องการพูดเรื่องนี้กับมู่อวี้เฉิงให้กระจ่าง แต่เธอกำลังรอให้มู่อวี้เฉิงหลีกทางให้เธอลงไปข้างล่างก่อน
“วันนี้ผมทำอาหารที่คุณชอบทั้งหมดเลย มาลองชิมดูสิ” มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงไปจูบหน้าผากอันอวบอิ่มของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก
โชคดีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต่อว่าอะไรเขา
เขาคิดว่าเขาจะต้องทำมากกว่านี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงจะให้อภัยเขา
“ขอบคุณนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเขยิบเข้ามาใกล้และจูบแก้มของมู่อวี้เฉิง
แม้ว่าจะเป็นการเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่มันกลับจุดประกายไฟไปทั่วทั้งร่างกายของมู่อวี้เฉิง
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา เขาไม่ได้แตะต้องร่างกายของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย เขาอยากจะกดรัดฟัดเหวี่ยงร่างกายหอมนุ่มละมุนนี้เต็มทนแล้ว
เขาเป็นเหมือนกับคนที่กระหายน้ำมาเป็นเวลานาน และการที่ได้เห็นน้ำอยู่ตรงหน้ามันช่วยจุดประกายความปรารถนาในใจของเขาเหลือเกิน
มู่อวี้เฉิงเอื้อมมือออกไปตึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้กับกำแพง และโน้มตัวลงไปจูบเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่คิดจะต่อสู้ แต่ถึงอย่างนั้นมู่อวี้เฉิงก็ยังควบคุมเธอจนตัวตาย
หลังจากทำสงครามทางปากเสร็จ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โน้มตัวลงไปหอบในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลงมามองและเห็นดวงตาแวววาวของเธอ
มู่อวี้เฉิงจึงก้มจูบดวงตาของเธออย่างละเมียดละไม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาแล้วหัวเราะ “คุณขอโทษเพื่อรังแกฉันเหรอ?”
“จะรังแกคุณได้ยังไง? สามีรักคุณจะตาย” มือของ มู่อวี้เฉิงลูบไล้ไปตามชุดซาตินอย่างซุกซุน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกรีบตะครุบมือของมู่อวี้เฉิง “กินข้าวก่อน”
“ให้ผมกินก่อนสิแล้วค่อยคุยกัน” มู่อวี้เฉิงปฏิเสธ
เนื้อเข้าปากแล้ว ใครจะปล่อยให้มันบินหนีไปล่ะ
“คุณอุตส่าห์ทำกับข้าวให้ฉัน จะไม่ให้ฉันลองชิมหน่อยเหรอ? ฉันไม่ได้กินข้าวฝีมือคุณมานานแล้วนะ สามี ได้มั้ยคะ? ให้ฉันกินข้าวก่อนได้มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเขย่าแขนของมู่อวี้เฉิง
ใครจะยืนกรานปฏิเสธภรรยาที่ทำตัวออดอ้อนได้ล่ะ?
มู่อวี้เฉิงกัดริมฝีปาก “งั้นก็ได้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงนั่งกินข้าวด้วยกัน โดยที่ มู่อวี้เฉิงคอยตักกับข้าวให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นครั้งคราว
เขากำลังกระตุ้นให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินไว ๆ หรือเปล่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สนใจเขา และค่อย ๆ เพลินเพลิดกับอาหารที่อยู่ตรงหน้า
จนกระทั่งกินไม่ไหวอีกแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็วางตะเกียบลง
ทันทีที่ตะเกียบหยุดเคลื่อนไหว มู่อวี้เฉิงก็ช้อนตัว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโอบรอบคอมู่อวี้เฉิงและเงยหน้ามองเขา “คุณมู่ ทำไมรีบร้อยขนาดนี้? ท่านประธานมู่ที่ใจเย็นหายไปไหนแล้ว?”
“ความใจเย็นของคุณมู่ไม่ได้มีไว้ใช้กับภรรยาครับ” มู่อวี้เฉิงตอบโต้อย่างไร้ยางอาย
จนมาถึงห้องนอน มู่อวี้เฉิงก็โยนถงเหมี่ยวเหมี่ยวลงกับเตียงและขึ้นไปคร่อมทับเธอ
คืนนี้การเคลื่อนไหวของมู่อวี้เฉิงอ่อนโยนมากจน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคล้อยตามเขา และหลงใหลไปกับตัวตนของเขา
ทั้งสองต่อสู้กันตลอดทั้งกลางดึก
กระทั่งเช้าวันรุ่งขึ้น โทรศัพท์ของมู่อวี้เฉิงก็ส่งเสียงดัง
มู่อวี้เฉิงกดตัดสายทันทีที่มันส่งเสียงดังในครั้งแรก
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าโทรศัพท์จะส่งเสียงดังอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงจึงกดรับสายด้วยสีหน้าบูดบึ้ง “โทรมาเช้าขนาดนี้ต้องมีเรื่องสำคัญนะ”
“ไอหยา คุณมู่ เช้าแล้วอย่าโมโหนักสิ” เสียงร่าเริงของเฉินจิ่นเต๋อดังมาจากปลายสาย
“ไม่พูดงั้นฉันวางนะ” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
“อย่าเพิ่ง ฉันหาเบาะแสสำคัญเคสของเพื่อนน้องสะใภ้เจอแล้ว พวกแกอยากมาดูมั้ย?” สีหน้าของมู่อวี้เฉิงดูจริงจังขึ้นทันทีเมื่อพูดถึงคดีความดังกล่าว
“แป๊บนึง” มู่อวี้เฉิงลุกขึ้นยืน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งลืมตาขึ้น และมู่อวี้เฉิงก็โน้มตัวลงไปจูบเธอ “ผมปลุกคุณหรือเปล่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว เธอเป็นคนนอนหลับไม่สนิท ดังนั้นเธอจึงพูดตอบบทสนทนาที่มู่อวี้เฉิงกำลังพูดคุยอยู่ “ฉันไปด้วย”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า เดิมทีเขาอยากจะให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนอนต่ออีกสักพัก
แต่ตอนนี้เธอคงจะได้ยินเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์แล้ว
และแน่นอนว่าเธอคงอยากจะจัดการเรื่องของ อินอวี่โหรวด้วยตัวเอง
ทั้งสองจึงแต่งตัวออกไปโรงพัก
เฉินจิ่นเต๋อกำลังนั่งรอพวกเขาอยู่ โดยมีซาลาเปาสองลูกวางอยู่ตรงหน้า “น้องสะใภ้น่าจะเพิ่งตื่นยังไม่ได้กินอะไรมาใช่มั้ย? กินซาลาเปารองท้องก่อนสิ”
“ขอบคุณค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหิวมาก เมื่อคืนนี้เธอใช้พลังงานไปมาก ดังนั้นเธอจงไม่ได้ทำตัวเกรงใจกับเฉินจิ่นเต๋อ
มู่อวี้เฉิงมองดูเฉินจิ่นเต๋อด้วยสายตาชื่นชม นานทีปีหนเฉินจิ่นเต๋อจะทำตัวมีน้ำใจแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงกินซาลาเปาเสร็จอย่างรวดเร็วก่อนที่เฉินจิ่นเต๋อจะปริปากพูด
เฉินจิ่นเต๋อเล่าว่าตอนที่พวกเขาออกไปเก็บของในรถยนต์ของอินอวี่โหรว พวกเขาบังเอิญเจอเครื่องสะกดรอยตามบนโทรศัพท์มือถือของอินอวี่โหรว
เนื่องจากเพื่อนร่วมงานเคยเป็นสายลับมาก่อนจึงมีความเชี่ยวชาญในด้านนี้มาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว แสดงว่าคนกลุ่มนี้วางแผนมานานแล้วสิ
อินอวี่โหรวเผลอไปรุกรานใครเข้า อีกฝ่ายถึงพยายามลงมือสังหารอินอวี่โหรวแบบนี้?
“ฉันขอดูกล้องวงจรปิดอีกครั้งได้มั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเรื่องนี้น่าสงสัยมาก
“ได้สิ” เฉินจิ่นเต๋อเปิดวิดีโอขึ้นมาอีกครั้งไม่ห้ามปรามอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูที่จอภาพอยู่หลายครั้ง
เธอพยายามจ้องมองมันอย่างละเอียดถี่ถ้วน โดยไม่พลาดรายละเอียดแม้แต่น้อย
การจ้องมองแบบนี้ส่งผลเสียต่อดวงตามาก มู่อวี้เฉิงเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยี้ตาจนแดงจึงพูดขึ้นด้วยความกังวลว่า “ทำไมไม่หยุดพักก่อนแล้วค่อยดูกันใหม่”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัว
เธอมองดูรายละเอียดต่อไปแต่จู่ ๆ เธอก็เปิดตากว้างและรีบพูดว่า “หยุด”
เฉินจิ่นเต๋อกดหยุดชั่วคราวทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเขยิบเข้าไปมองดูใกล้ ๆ ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นจริงจัง
“มีอะไร?” มู่อวี้เฉิงถาม
“อวี้เฉิง คุณจำอุบัติเหตุตอนฉันเดินทางไปดูงานที่สาขาได้มั้ย? คนหัวทองที่นั่งอยู่ในรถยนต์ลุยป่าเป็นคนพาพรรคพวกมาขวางทางฉัน”
“แน่ใจแล้วใช่มั้ยว่าไม่ผิดคน?” มู่อวี้เฉิงถามด้วยสีหน้าเย็นชา
“ไม่ผิดแน่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับด้วยความมั่นใจ
ผู้ชายหัวทองคนนี้ย้อมสีผมสีฟ้าตรงกลาง ซึ่งที่ดูสะดุดตามากและด้วยลักษณะที่เด่นชัดแบบนี้จึงทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจำได้แม่น