พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 538 ไม่จำเป็นแล้ว
ตอนที่ 538
ไม่จำเป็นแล้ว
หลังจากเรื่องราวของเซเรน่าคลี่คลายลง อินอวี่โหรวก็พักอยู่ในโรงพยาบาลเป็นเวลาหนึ่งเดือนเต็ม
การเสียบุตรเทียบเท่ากับการทำแท้งบุตร และจะต้องอยู่ไฟหนึ่งเดือน
ในช่วงนี้ร่างกายของเธอจะอ่อนแอที่สุดและจะต้องได้รับการดูแลอย่างดี
ในความเป็นจริงเธอไม่ต้องอยู่นานขนาดนี้ และสามารถกลับบ้านได้ แต่ผู้เฒ่าอินรู้สึกว่านอนพักอยู่ในโรงพยาบาลดีกว่ามากเพราะที่นี่มีทีมแพทย์ที่มีความเป็นมืออาชีพ
หากกลับบ้านไป ที่บ้านจะไม่มีทีมแพทย์คอยดูแล และตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิวหน้าขวานจึงไม่ควรประมาทเลินเล่อ
ถึงตอนนี้อินอวี่โหรวจึงรู้ว่าผู้เฒ่าอินกับพ่อแม่อินห่วงใยเธอมากแค่ไหน
เธอไม่อยากทำอะไรให้พวกเขาเสียใจอีก
ดังนั้นไม่ว่าผู้เฒ่าอินจะพูดอะไร อินอวี่โหรวก็ทำตามทุกอย่าง
พ่อแม่อินอยากจะใช้เวลากับอินอวี่โหรวให้มากกว่านี้ แต่หลังจากไม่อยู่บริษัทมาเกินครึ่งเดือน เอกสารในบริษัทก็กองพะเนินเทินทึก
บริษัทปักหลักอยู่ในต่างประเทศจึงไม่สามารถดำเนินการอะไรในประเทศจีนได้เลย
พวกเขาเสียใจว่าทำไมตนเองถึงเลือกพัฒนาบริษัทในต่างประเทศตั้งแต่เริ่ม
ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงจะไม่ต้องวิ่งชุลมุนไปรอบ ๆ เมื่อลูกสาวป่วยนัก
แม้ว่าพวกเขาจะเดินทางมาที่นี่ แต่ผู้เฒ่าอินก็เป็นคนอยู่ดูแลอินอวี่โหรวเป็นส่วนใหญ่ ในขณะที่พวกเขากำลังยุ่งวุ่นวายกับงาน
แม่อินรู้สึกผิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก
ทว่าอินอวี่โหรวสามารถเข้าใจพวกเขาได้
“แม่ หนูไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงแล้วค่ะ แม่กับพ่อกลับไปทำงานเถอะ หนูอยู่คนเดียวได้ ไม่เป็นไรค่ะ” อินอวี่โหรวรู้สึกทุกข์ใจเมื่อเห็นพ่อแม่อินเข้ามานั่งได้สองสามนาทีโทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงดังอีกครั้ง
เห็นได้ชัดว่าเธอเป็นคนที่ป่วย แต่พ่อแม่อินกลับดูอิดโรยกว่าเธอเสียอีก
“พวกแม่จะอยู่เป็นเพื่อนลูกจนกว่าลูกจะออกจากโรงพยาบาล ไม่ได้ยุ่งอะไรหรอกจ๊ะ” ทันทีที่คุณแม่อินพูดจบ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋าก็ส่งเสียงร้อง
สองแม่ลูกมองหน้ากัน และแม่อินก็ทำอะไรไม่ถูก
อินอวี่โหรวตีมือแม่อินเบา ๆ อย่างเข้าใจดี “แม่ หนูโตแล้ว ไม่ต้องมาพะวงกับเรื่องของหนูหรอกค่ะ หนูรู้ว่าต้องทำยังไง อีกอย่างที่นี่ยังมีคุณปู่อยู่ไม่ใช่เหรอคะ? คุณปู่จะอยู่ดูแลหนูเอง”
“ลูกโอเคจริง ๆ เหรอ?” ทั้งพ่ออินและแม่อินต่างรู้ดีว่าบริษัทอดทนรอไม่ไหวแล้ว
ทว่าพวกเขายังอยากจะใช้เวลากับอินอวี่โหรวอยู่
“หนูไม่เป็นไรค่ะ พ่อกับแม่อยู่กับหนูมานานแล้ว แค่นี้ก็พอแล้วค่ะ” อินอวี่โหรวพูดด้วยรอยยิ้ม
“อวี่โหรว ไม่ว่าลูกจะทำอะไร แม่ก็จะสนับสนุนลูกทุกอย่าง ลูกต้องจำไว้ว่าพ่อแม่จะอยู่เคียงข้างลูกเสมอ หลังจากนี้ถ้าอยากกลับไปคบกับซีจวี๋ก็ได้ ไม่คบก็ไม่เป็นไร และถ้าโดนรังแกก็แค่โทรศัพท์มาหาแม่ ต่อให้เราอยู่ห่างกันเป็นพันไมล์ แม่ก็จะรีบบินกลับมาหาทันที” แม่อินลูบหัวอินอวี่โหรว
“แม่ หนูรู้แล้วค่ะ” อินอวี่โหรวตอบรับเบา ๆ
เธอกังวลว่าถ้าเธอเผลอพูดไปมากกว่านี้ เธอจะเผลอส่งเสียงสะอื้นไห้
ความห่วงใยของพ่อแม่อินที่มีต่อเธอนั้นถูกส่งทอดผ่านการกระทำทั้งหมด
ในทางตรงกันข้าม เธอโตแล้วแต่กลับทำให้พ่อแม่อินเป็นห่วงอยู่ตลอดเวลา
“เด็กดี” แม่อินโน้มตัวลงไปกอดอินอวี่โหรว และ อินอวี่โหรวก็พิงพักอยู่ในอ้อมกอดอันแสนอบอุ่นของแม่อิน มันเหมือนกับตอนที่เธอยังเป็นเด็ก อ้อมกอดของแม่อินอบอุ่นที่สุดในโลก
มันเป็นเหมือนกับที่หลบภัย ไม่ว่าจะฝนตก ลมพัดแรงแค่ไหนก็ไม่หวาดหวั่น
สองวันต่อมา พ่อแม่อินก็เดินทางกลับไป
ร่างกายของอินอวี่โหรวยังไม่แข็งแรงนัก เธอจึงไม่ได้ออกไปส่งพ่อแม่อิน แต่ถึงอย่างนั้นก่อนหน้านี้แม่อินก็พูดคุยกับอินอวี่โหรวเยอะมาก
จนอินอวี่โหรวจดจำทุกอย่างขึ้นใจ
ต่อมา เสี่ยวเถากับผู้เฒ่าอินมักจะมาเฝ้าเธอที่โรงพยาบาล และในบางวันถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะพาเสี่ยวเป่ามาหาเธอยามว่าง
วันนี้ค่อนข้างน่าเบื่อ แต่อินอวี่โหรวกลับรู้สึกโล่งใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
มันสบายใจมากที่ได้พักผ่อนอย่างไร้แผนการใด ๆ
“ติ๊ง” เสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือของอินอวี่โหรวดังขึ้น
อินอวี่โหรวเหลือบมองด้านข้างแล้วเบือนหน้าหนี
บางทีเขาอาจจะรู้ปฏิกิริยาของเธอและรู้ว่าเธอไม่ได้อ่านข้อความ ในไม่ช้าเสียงแจ้งเตือนก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ไม่เพียงแต่เท่านั้น เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นด้วย เธอไม่ได้รับสายและเสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นอีกครั้ง
เสี่ยวเถาที่กำลังจัดเก็บเสื้อผ้าอยู่เงียบ ๆ ได้ยินเสียงเรียกเข้าจึงถามอย่างลวก ๆ ว่า “คุณหนู คุณชายลู่เหรอคะ?”
หลังจากรู้ว่าอินอวี่โหรวกำลังหย่ากับลู่ซีจวี๋ เสี่ยวเถาก็ไม่ได้เรียกเขาว่าลูกเขยอีก
และกลับมาเรียกคุณชายลู่ตามเดิม
“อืม” อินอวี่โหรวตอบรับนิ่ง ๆ
ขณะที่เธอพักฟื้นอยู่ในโรงพยาบาล ลู่ซีจวี๋ส่งข้อความและโทรศัพท์มาหาเธอนับไม่ถ้วน
แต่เธอไม่ได้อ่านข้อความหรือรับสายเขาเลย
เธอไม่ได้กีดกันรายชื่อผู้ติดต่อ เพียงแต่ปล่อยมันไว้อย่างนั้น
เวลาจะช่วยลืมทุกอย่าง
รอให้ลู่วีจวี๋เบื่อก่อนแล้วเขาจะยอมแพ้ไปเอง
ท้ายที่สุดลู่ซีจวี๋ไม่ได้ชอบเธอจริง ๆ
“เมื่อไม่กี่วันก่อนหนูเห็นคุณชายลู่มาด้วยค่ะ มาขอร้องนายท่านบอกว่าอยากเจอหน้าคุณหนู แต่นายท่านไม่ยอม เขาดูน่าสงสารมากเลย คุณหนู ไม่อยากเจอเขาจริงๆ เหรอคะ?” เสี่ยวเถาแอบมองดูอินอวี่โหรว แต่การเคลื่อนไหวของเธอแยบยลมาก
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของอินอวี่โหรวก็ขยับเขยื้อนเล็กน้อย แต่เมื่อนึกถึงความเจ็บปวดที่เสียลูกในท้องไป อินอวี่โหรวลงและตอบรับอย่างใจร้ายว่า “ไม่”
“คุณหนูจะหย่ากับคุณชายลู่จริง ๆ เหรอคะ? หนูว่าคุณชายลู่จริงใจและอดทนมาก ดูไม่เหมือนว่าไม่สนใจคุณหนูเลย คุณหนูจะทำแบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ?” เมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวไม่ว่าอะไร เสี่ยวเถาก็ถามต่ออีกสองสามประโยค
“ฉันจะรู้ได้ไงว่าเขากำลังคิดอะไร? บางทีเขาอาจจะแค่รู้สึกผิดก็ได้” อินอวี่โหรวยิ้มเหยเก
ท้ายที่สุดแล้วลู่ซีจวี๋ทำดีกับเธอเพราะเห็นแก่ลูกในท้อง
เธอไม่สามารถคาดเดาความคิดของลู่ซีจวี๋ได้ และไม่อยากจะคาดเดาอีกต่อไป
ตอนนี้มันไม่จำเป็นอีกแล้ว
หลังจากต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดที่แสนสาหัส เธอก็ตระหนักได้ว่าความมั่นคงนั้นยากเพียงใด
รักแล้วยังไง? ทนไม่ไหวแล้วยังไง? เธอก็อยากจะเห็นแก่ตัวดูสักครั้งบ้าง และตอนนี้เธอก็แค่อยากจะปกป้องตัวเอง
“คุณหนู คุณหนูต้องคิดให้รอบคอบ อย่ารีบด่วนสรุปนะคะ” เสี่ยวเถายังคงพูดต่อไปอย่างไม่ใส่ใจนัก
ท้ายที่สุดอินอวี่โหรวนั้นเสียสละอย่างมากเพื่อให้ได้อยู่กับลู่ซีจวี๋
ทุกคนรู้ดีว่าอินอวี่โหรวชอบลู่ซีจวี๋มากแค่ไหน หากพวกเขาหย่าร้างกันจริง ๆ ขึ้นมา ถึงตอนนั้นจะเสียใจก็คงสายไปแล้ว
“ฉันรู้ดีว่าต้องทำยังไง แม่สาวน้อยทำไมถึงกังวลกับฉันนัก? หรือเธอกำลังหาแฟนอยู่? ฉันให้คุณปู่จับคู่ให้เธอดีมั้ย?” อินอวี่โหรวจ้องมองเสี่ยวเถาแล้วยิ้ม
คำพูดหยอกล้อของอินอวี่โหรวทำให้เสี่ยวเถาเบิกตากว้าง แต่หลังจากตระหนักถึงคำพูดของอินอวี่โหรว ใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปเป็นสีแดง “ฉัน ฉันเปล่าค่ะ”
อินอวี่โหรวมองดูเสี่ยวเถาที่กำลังพยายามหลบหนีแล้วส่ายหัว เธอยิ้มและอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เป็นเด็กนี้มันดีจังนะ
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในไม่ช้าวันที่อินอวี่โหรวต้องออกจากโรงพยาบาลก็มาถึง
วันนี้อินอวี่โหรวขอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมารับเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวช่วยเธอเอาไว้มาก และเธอยังไม่ได้ขอบคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเหมาะสมเลย อินอวี่โหรวจึงชวนเธอไปกินข้าวด้วยกันเพื่อที่ทั้งสองจะได้พูดคุยกันอย่างเพลิดเพลิน
อินอวี่โหรวรอให้เสี่ยวเถาจัดของเสร็จก่อนแล้วจึงเดินออกมา แต่ด้านหน้าโรงพยาบาลกลับไม่ได้มีแค่รถยนต์ของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเท่านั้น ยังมีของลู่ซีจวี๋อยู่ด้วย
อินอวี่โหรวไม่ได้เจอลู่ซีจวี๋มานานแล้ว เมื่อต้องพบปะอย่างกะทันหัน เธอก็รู้สึกสับสนเล็กน้อย