พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 539 ดูถูกสามีตัวเองเกินไปแล้ว
ตอนที่ 539
ดูถูกสามีตัวเองเกินไปแล้ว
ลู่ซีจวี๋ยังคงเป็นเหมือนเดิม สวมชุดสูทสีฟ้าอ่อน มีหน้าตาหล่อเหลา และมีนิสัยอ่อนโยนราวกับหยก
เขายังเหมือนเดิม เหมือนกับตอนที่เธอเห็นในครั้งแรก แค่มองแวบเดียวก็ทำให้คนใจสั่นได้
แต่อินอวี่โหรวกลับรู้สึกว่าเรื่องราวระหว่างเธอกับลู่ซีจวี๋ได้เปลี่ยนไปแล้ว และระหว่างเธอกับลู่ซีจวี่ก็ไม่มีความเป็นไปได้ใด ๆ อีก
จากนี้ไปไม่ว่าลู่ซีจวี๋จะเป็นยังไงก็ไม่เกี่ยวข้องกับเธออีก
ความคิดยุ่งเหยิงปรากฏขึ้นมาในใจของอินอวี่โหรว
ทว่าสีหน้าของเธอกลับดูสงบมาก
หลังจากมองดูลู่ซีจวี๋แล้ว เธอก็ถอนสายตากลับมาอย่างใจเย็นราวกับว่าคนตรงหน้าไม่ได้สร้างความหวั่นไหวใด ๆ ในใจของเธออีก
ถึงอย่างนั้นลู่ซีจวี๋กลับไม่ได้ดูสงบเท่าอินอวี่โหรว
เขาไม่ได้เจออินอวี่โหรวมาเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว
เขาคิดถึงเธอมาก ๆ และความโหยหาที่แทรกซึมอยู่ในแกนกระดูกก็ไหลเวียนออกมาในวันที่ไม่ได้เจอหน้าอินอวี่โหรว มันจึงทำให้เขาตระหนักได้ว่าอินอวี่โหรวมีความสำคัญมากแค่ไหนในโลกใบนี้
กลับกลายเป็นว่าเขาไม่สามารถอยู่ได้โดยปราศจากอินอวี่โหรว ไม่ใช่อินอวี่โหรวไม่ได้สามารถอยู่ได้โดยไม่มีเขา
เมื่อมองเห็นอินอวี่โหรว ลู่ซีจวี๋ก็รีบเดินบึ่งมาหยุดตรงหน้าอินอวี่โหรว “อวี่ อวี่โหรว ผมมารับคุณออกจากโรงพยาบาล กลับบ้านไปกับผมนะ”
“ฉันไม่กลับ ฉันจะพักสักสองวันก่อนแล้วค่อยกลับไปเก็บของที่คฤหาสน์ เพราะงั้นฉันไม่รบกวนคุณหรอกค่ะ” อินอวี่โหรวตกแต่งบ้านหลังนั้นด้วยสองมือของเธอ ดังนั้นอินอวี่โหรวจึงยังรู้สึกอาลัยอาวรณ์อยู่
แต่ในตอนนี้บ้านหลังนั้นกลับนำความเจ็บปวดมาให้เธอเยอะเหลือเกิน เช่นเดียวกับลู่ซีจวี๋ จนทำให้อินอวี่โหรวต้องยอมพ่ายแพ้
ไม่เช่นนั้นเธอจะไม่สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้เลย
“คุณยังโกรธผมอยู่ใช่มั้ย? ผมต้องทำยังไงคุณถึงจะยกโทษให้?” ลู่ซีจวี๋รู้อยู่แล้วว่าอินอวี่โหรวจะปฏิเสธเขา เขาจึงเตรียมใจก่อนมาที่นี่
แต่เมื่อได้ยินคำปฏิเสธของอินอวี่โหรวจริง ๆ ลู่ซีจวี๋ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกย่ำแย่
ในสายตาของอินอวี่โหรว เขาดูแย่มากเลยเหรอ?
เขาไม่รู้จริง ๆ ว่าจะต้องทำอย่างไร
“ลู่ซีจวี๋ ฉันว่าฉันพูดชัดเจนแล้วนะ ถ้าฉันอยากหย่าพวกคุณปู่ก็จะเห็นด้วย คุณไม่จำเป็นต้องรู้สึกหนักอกหนักใจอะไรหรอก หรือถ้าคุณรู้สึกผิดเรื่องลูกก็ไม่จำเป็น เพราะฉันไม่ได้ตำหนิคุณ คุณไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้” น้ำเสียงของอินอวี่โหรวยังคงอ่อนโยน แต่คำพูดของเธอกลับเปรียบเสมือนดาบคมที่ทิ่มแทงเข้าไปในหน้าอกของลู่ซีจวี๋จนทำให้เขารู้สึกถึงเลือดที่ไหลออกมา
เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัยว่าก่อนหน้านี้ตอนที่เขาปฏิเสธอินอวี่โหรว อินอวี่โหรวจะรู้สึกสิ้นหวังเหมือนกับเขาในตอนนี้ไหม?
“อวี่โหรว ผมรู้ว่าคุณไม่เชื่อว่าผมรักคุณจริง ๆ แต่ได้โปรดให้เวลาผมหน่อย ผมจะพิสูจน์มันเอง” ลู่ซีจวี๋ก้าวไปข้างหน้า
อินอวี่โหรวก้าวถอยหลังแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง”
หลังจากพูดจบ เธอก็เดินผ่านลู่ซีจวี๋ไปและตรงไปหารถยนต์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เสี่ยวเถาเดินถือของตามหลังอินอวี่โหรวไปอย่างรวดเร็ว เธอแอบชำเลืองมองลู่ซีจวี๋เล็กน้อย ก่อนจะย่นคอและรีบเดินตามอินอวี่โหรวไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลว่าจะขับรถออกไปดีหรือไม่
เธอนึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะมา
สถานการณ์ตรงหน้าดูอึดอัดเล็กน้อย
“เหมี่ยวเหมี่ยว สตาร์ทรถ ขอร้องล่ะ” เมื่อเห็นว่าเธอไม่สตาร์ทรถสักที อินอวี่โหรวก็อดไม่ได้ที่จะพูดบอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเสียงอ้อนวอนของอินอวี่โหรวกัดฟันฮึดและขับรถยนต์ออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางผิดหวังของลู่ซีจวี๋ จนถึงตอนนี้เขาก็ยังมองเข้ามาในรถยนต์อย่างใจจดใจจ่อ
เธออดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ สิ่งต่าง ๆ กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปจริง ๆ
ย้อนกลับไปตอนนั้นอินอวี่โหรววิ่งไล่ตามลู่ซีจวี๋อย่างต่ำต้อยมากแค่ไหน ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ก็จะตกอยู่ในความยากลำบากนั้นเช่นกัน
แน่นอนว่าบุญคุณที่ติดค้างเอาไว้จะต้องได้รับการชำระคืน
คืนนั้น เพื่อเฉลิมฉลองที่อินอวี่โหรวออกจากโรงพยาบาล ผู้เฒ่าอินจึงจัดงานเลี้ยงอาหารโต๊ะใหญ่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มาส่งอินอวี่โหรวกลับบ้านได้รับคำเชิญชวนจากผู้เฒ่าอินเช่นกัน
“หนูถง คืนนี้หนูกับคุณมู่ต้องมาให้ได้นะ ปู่ทำของว่างให้พวกหนูแล้ว” ผู้เฒ่าอินพูดอย่างอบอุ่น
“ไม่ ไม่เป็นไรค่ะ มันเป็นเรื่องในครอบครัว เชิญพวกคุณตามสบายเลยค่ะ” งานเลี้ยงอาหารค่ำสำหรับครอบครัวส่วนใหญ่ล้วนจัดขึ้นเพื่อคนในครอบครัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงเป็นคนนอกจะมาร่วมงานทำไม?
นอกจากนี้เธอยังกังวลว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่สะดวกมาที่นี่ เธอจึงไม่ได้ตอบตกลง
“ได้ยังไง? โชคดีที่ครั้งนี้หนูกับคุณมู่คอยช่วยเหลือ อวี่โหรว ไม่งั้นเราคงจับฆาตกรไม่ได้เร็วขนาดนี้ แค่มากินข้าวกันง่าย ๆ เพื่อให้คนแก่ได้ตอบแทนน้ำใจพวกคุณก็พอ” ผู้เฒ่าอินแก่แล้วและไม่ชอบงานเลี้ยงเลิศหรูอลังการพวกนั้น
แต่เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ตระกูลมู่มีอำนาจมากกว่าตระกูลอินมาก และไม่ได้ขาดแคลนอะไรเลย
เวลามีคนช่วยเหลือจะรับน้ำใจไว้โดยไม่ขอบคุณก็คงจะไม่ดี ผู้เฒ่าอินจึงคิดหาวิธีการและมาจบลงที่วิธีการนี้
“เหมี่ยวเหมี่ยว รับปากสิ” อินอวี่โหรวขยิบตาให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ฉัน…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก
“ก็แค่กินข้าวด้วยกัน ไม่มีใครอีกแล้ว ไม่ต้องกังวล” อินอวี่โหรวพูดชักชวน
“งั้นก็ได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจำใจตอบตกลง
“จากนี้ไปถ้าพวกหนูต้องการความช่วยเหลืออะไรก็มาหาปู่นะ ตระกูลอินของพวกเราจะไม่มีวันปฏิเสธ” ผู้เฒ่าอินสัญญากับถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสัญญาที่ล้ำค่าที่สุด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงตอบตกลง
หลังจากกลับมาบ้าน มู่อวี้เฉิงเพิ่งเลิกงานกลับมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเล่าเรื่องเหตุการณ์ดังกล่าวให้มู่อวี้เฉิงฟัง
“คุณอยากไปมั้ย?” มู่อวี้เฉิงไม่ได้ตอบตกลงในทันที เพียงแต่ถามว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดอย่างไร
“ฉันไปได้ แต่ฉันแค่กลัวว่าคุณจะอึดอัดกับสภาพแวดล้อมแบบนั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้จักนิสัยของมู่อวี้เฉิงดี และรู้ว่าเขาไม่ชอบสถานที่ที่มีคนเยอะ
สำหรับเธอนั้นไม่สำคัญอะไร เพราะสามารถหาสถานที่นั่งกินข้าวได้ตลอดเวลา
แต่มู่อวี้เฉิงนั้นไม่เหมือนกัน
“เหมี่ยวเหมี่ยว คุณดูถูกสามีตัวเองเกินไปแล้ว” มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงไปจุ๊บแก้มถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ถ้าคุณอยากไป ผมก็จะไปกับคุณ ไม่ต้องคิดมากเรื่องผมหรอก”
“งั้นเราจะไปใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่ามู่อวี้เฉิงจะต้องออกไปเจรจาเรื่องธุรกิจอยู่บ่อย ๆ มีใครบ้างที่ไม่รู้จักเขา? ทำไมเธอถึงคิดว่าเขาจะหวาดกลัวเพราะเรื่องแบบนี้?
มันไม่น่าจะเป็นไปได้ไหม?
เธอมัวกังวลอะไร? เธอควรจะกังวลเกี่ยวกับตัวเองมากกว่า
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไปเลือกเสื้อผ้าด้วยความลำบากใจ
เธอรู้สึกว่าเสื้อผ้าของเธอยังไม่เหมาะสมพอ แต่เสื้อผ้าที่ดูดีก็ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ทำให้เธอไม่สามารถตัดสินใจได้เลย
“อวี้เฉิง คุณคิดว่าฉันใส่ชุดไหนดี?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีปัญหาในการเลือกเสื้อผ้า เธอจึงขอความช่วยเหลือจากมู่อวี้เฉิง
“จะใส่ชุดไหนก็ดูดีหมดแหละ อีกอย่างครอบครัว อินอวี่โหรวเคยเจอคุณมาก่อน ก็แค่ไปกินข้าวด้วยกัน ไม่ต้องพิธีรีตองมากหรอก” มู่อวี้เฉิงพูดบอกเธอ
ในที่สุดคำพูดปลอบใจของมู่อวี้เฉิงก็ทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลือกชุดได้อย่างเหมาะสม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึก ครึ่ง ๆ กลาง ๆ
โชคดีที่มู่อวี้เฉิงใส่เสื้อผ้าธรรมดา ไม่ได้แต่งชุดสูท ไม่อย่างนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะเข้าไปเปลี่ยนชุดใหม่อีกรอบ
หลังจากเตรียมตัวเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็ขึ้นรถมุ่งหน้าไปที่บ้านของอินอวี่โหรว