พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 543 ไม่จับคุณไปขายหรอก
ตอนที่ 543
ไม่จับคุณไปขายหรอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องระหว่างลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวอีกต่อไป
เธอจึงขอโทษลู่ซีจวี๋ “ขอโทษค่ะรุ่นพี่ แต่ฉันช่วยไม่ได้ จริง ๆ”
ทำให้ลู่ซีจวี๋ยืนตัวแข็งทื่อราวกับรูปปั้นอยู่ตรงนั้น
เมื่อเห็นว่าเขาเงียบไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้รอให้เขาตอบกลับ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองสีหน้าเขาและพูดว่า “รุ่นพี่ ฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปแอบอยู่ข้างหลังมู่อวี้เฉิงเพราะกลัวว่าลู่ซีจวี๋จะพูดเพื่อให้เธออยู่ต่อ
ไม่ใช่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการช่วย แต่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถทำอะไรกับสถานการณ์ปัจจุบันได้เลย
ก่อนหน้าที่เธอพยายามช่วยลู่ซีจวี๋อย่างเต็มที่ แต่สุดท้ายกลับได้ผลลัพธ์เช่นนี้ เธอจึงรู้สึกว่าเธอไม่สามารถช่วยเหลือใครได้อีก
มันจะมีแต่ความหายนะเท่านั้น
หลังจากพูดคุยกับลู่ซีจวี๋แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็เดินทางกลับบ้าน
เนื่องจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวหอมแก้มเขาต่อหน้าลู่ซีจวี๋ มู่อวี้เฉิงจึงพึงพอใจมาก เขาอารมณ์ดีและโหมดแห่งความหึงหวงก็ไม่ได้กระเด็นเซ็นซ่านออกมา
…
อินอวี่โหรวใช้เวลาพักผ่อนอยู่ที่บ้านนานหลายวัน
นับตั้งแต่งานเลี้ยงกินข้าวเย็นที่บ้านครั้งล่าสุด ลู่ซีจวี๋ก็ไม่ได้มาหาเธอเลย เขาไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเธอและไม่แม้แต่จะโทรศัพท์หรือส่งข้อความมาหา
เขาทำตามที่อินอวี่โหรวต้องการและไม่ทิ้งร่องรอยใด ๆ ไว้ในชีวิตของเธอ
ถึงอย่างนั้นอินอวี่โหรวกลับรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ใช่ มันควรจะเป็นตามที่เธอบอก
ทำไมลู่ซีจวี๋ที่มีความมั่นใจในตัวเองเต็มเปี่ยมจะต้องมาขอร้องเธอด้วย?
เธอคิดเพ้อฝันไปเอง
ขณะที่อินอวี่โหรวกำลังคิดไปไกล โทรศัพท์มือถือที่อยู่ข้าง ๆ ก็ดังขึ้น
วันนี้เป็นวันแรกที่ลู่ซีจวี๋ส่งข้อความมา โดยบอกว่าเขาอยากจะชวนเธอออกไปเดท
แต่อินอวี่โหรวปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
หลังจากนั้นไม่นานลู่ซีจวี๋ก็ส่งข้อความมาอีกฉบับ โดยบอกว่าเขาอยากจะหารือเรื่องการหย่าร้างกับอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวกระชับโทรศัพท์ในมือแน่น ในที่สุดลู่ซีจวี๋ก็ยอมแพ้จนได้
นี่คือสิ่งที่อินอวี่โหรวต้องการมาตลอด แต่เมื่อลู่ซีจวี๋พูดแบบนี้ออกมาจริง ๆ อินอวี่โหรวกลับรู้สึกหวิวในใจ
อินอวี่โหรวลังเลอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจนัดหมายและบอกให้ลู่ซีจวี๋ส่งตำแหน่งมาให้เธอ
อินอวี่โหรวหยิบชุดกี่เพ้าออกมาจากตู้เสื้อผ้า แต่งหน้าเบา ๆ และเดินออกไปข้างนอก
แต่ก่อนอินอวี่โหรวมักสวมชุดกี่เพ้าออกไปซื้อของทุกครั้ง แต่หลังจากที่เธอได้เจอกับลู่ซีจวี๋ เธอก็ไม่ได้แต่งตัวมากนัก และหลังจากที่เธอตั้งครรภ์ เธอก็ไม่ได้สวมมันอีกเลย
พอตอนนี้มาคิดดูแล้ว เธอเสียสละหลายอย่างเพื่อลู่ซีจวี๋จริง ๆ
อินอวี่โหรวมองดูรอยยิ้มเหยเกของตัวเองในกระจก
จากนั้นเธอก็สูดลมหายใจเข้าลึก หยิบกระเป๋าแล้วเดินลงไป
ผู้เฒ่าอินกำลังนั่งดื่มน้ำชาอยู่ในห้องโถง เมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวเดินถือกระเป๋าลงมา ผู้เฒ่าอินก็ถามว่า “ไปไหน?”
อินอวี่โหรวไม่อยากบอกผู้เฒ่าอินว่าเธอกำลังจะออกไปเจอลู่ซีจวี๋ แต่เธอเป็นคนโกหกไม่เก่งและทำตัวไม่ถูก เหงื่อจึงไหลออกมาชุ่มฝ่ามือ
เธอตอบรับอย่างคลุมเครือว่า “ไม่ได้จะไปไหนคะ หนูแค่ไม่ได้ออกไปช้อปปิ้งนานแล้ว จะออกไปเดินเล่นสักหน่อย”
ผู้เฒ่าอินไม่ได้สงสัยอะไร
ตั้งแต่ออกมาจากโรงพยาบาล อินอวี่โหรวก็เอาแต่นั่งแก่วอยู่บ้าน ผู้เฒ่าอินจึงกลัวว่าเธอจะเบื่อหน่าย
พอตอนนี้เธอออกไปเที่ยวเล่น ผู้เฒ่าอินก็มีความสุขมาก
อินอวี่โหรวโค้งคำนับลวก ๆ และเดินออกจากประตูไป
แต่แทนที่จะใช้รถยนต์ของครอบครัว เธอกลับเรียกแท็กซี่และมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่ลู่ซีจวี๋พูดถึง
เมื่อมาถึงร้านกาแฟ อินอวี่โหรวออกมายืนรอที่ด้านหน้า
ลู่ซีจวี๋บอกให้เธอยืนรออยู่ตรงนี้และไม่ได้ระบุจุดนับพบที่ชัดเจน
หลังจากอินอวี่โหรวมาถึงได้ไม่นาน ลู่ซีจวี๋ก็มาถึง
อันที่จริงลู่ซีจวี๋มาถึงนานแล้ว เขาแค่กลัวว่าอินอวี่โหรวจะไม่อยากมา
เขานั่งอยู่ในรถยนต์และจ้องมองอินอวี่โหรวอย่างโง่เขลาอยู่นาน
โดยปกติอินอวี่โหรวมักจะสวมใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ ไม่ใช่ว่าเธอดูไม่ดี แต่มันมักจะให้ความรู้สึกที่อ่อนโยนมากกว่านี้ พอมาวันนี้อินอวี่โหรวกลับแต่งหน้าสละสลวยและสวมชุดกี่เพ้าที่เน้นทรวดทรงองเอวของเธอให้ดูชัดเจน
ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มดูสดใสขึ้นราวกับช่อดอกกุหลาบที่มีความงามแต่เฉียบคม
ลู่ซีจวี๋รู้สึกทึ่งกับภาพตรงหน้า นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะดูสง่างามเมื่ออยู่ในชุดกี่เพ้า
มันดูมีเสน่ห์ไปอีกแบบ
ลู่ซีจวี๋แอบมองดูเธอลับ ๆ และไม่ตอบสนองจนกระทั่งเห็นคนอื่นกำลังมองมาที่อินอวี่โหรว
ใช่ เธอดึงดูดความสนใจของเขาและยังดึงดูดความสนใจของคนอื่นด้วย
ลู่ซีจวี๋ลงจากรถยนต์และเดินเข้าไปหาอินอวี่โหรว โดยปิดกั้นสายตาของผู้คนที่มองมาที่เธอ
“มาแล้วเหรอ” ลู่ซีจวี๋รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยและมองดู อินอวี่โหรวอยู่ครู่หนึ่ง
“อืม” อินอวี่โหรวตอบรับเรียบ ๆ
“ขึ้นรถ” ลู่ซีจวี๋เดินไปเปิดประตูรถยนต์ให้อินอวี่โหรว
“ไปไหน? คุยกันสบาย ๆ ก็พอ ฉันไม่อยากไปไหน” อินอวี่โหรวไม่อยากอยู่กับลู่ซีจวี๋สองต่อสองเพราะว่าเธอรู้สึกไม่สบายใจ
“ถ้าจะคุยกันก็ไปหาที่คุยกันดี ๆ ผมจองที่เอาไว้แล้ว มากับผม” ลู่ซีจวี๋รู้อยู่แล้วว่าอินอวี่โหรวจะต้องปฏิเสธ ดังนั้นเขาจึงพยายามพูดชักชวนเธออย่างอดทน
อินอวี่โหรวไม่มีทางเลือกอื่น ในเมื่อเธอมาถึงที่นี่แล้วเธอก็ต้องตอบตกลง
ลู่ซีจวี๋เปิดประตูรถยนต์และเชิญให้อินอวี่โหรวเข้าไปนั่ง
อินอวี่โหรวเดินไปนั่งลงที่เบาะหลัง และพยายามนั่งให้ห่างจากลู่ซีจวี๋มากที่สุด
ลู่ซีจวี๋คอยปลอบตัวเองในใจ
อย่างน้อยอินอวี่โหรวก็เต็มใจขึ้นรถมาด้วยกัน แค่นี้ก็ดีมากแล้ว
รถยนต์แล่นออกไปนานแล้วและอินอวี่โหรวก็รู้สึกไม่คุ้นเคยกับเส้นทางตรงหน้า เธอจึงอดไม่ได้ที่จะถามว่า “เราจะไปไหน? ใกล้ถึงหรือยัง?”
“ใกล้แล้ว ไม่ต้องห่วง ผมไม่จับคุณไปขายหรอก” ลู่ซีจวี๋ตอบรับอย่างคลุมเครือ
ผ่านไปครึ่งทางแล้ว อย่างไรอินอวี่โหรวก็ลงจากรถไม่ได้อยู่แล้วไหม?
นอกจากนี้เขายังวางแผนก่อนจะมารับอินอวี่โหรวไปแล้ว
อินอวี่โหรวรู้ดีว่าลู่ซีจวี๋จะไม่ทำอะไรเธอ ดังนั้นเธอจึงนั่งหลับตาพักผ่อนอยู่ในรถยนต์เงียบ ๆ
ลู่ซีจวี๋หันไปด้านข้างและเห็นส่วนเว้าของซอกคอที่ขาวนวล
เขามองดูภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกจั๊กจี้หัวใจ
เขาบีบบังคับตัวเองให้หันหน้าไปมองทางอื่น เพื่อหลีกเลี่ยงปฏิกิริยาที่ไม่ดี
ขณะที่อินอวี่โหรวนอนพิงเบาะและหลับไปโดยไม่รู้ตัว
ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่านั้น เสียงของลู่ซีจวี๋ถึงดังขึ้นว่า “ถึงแล้ว”
น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋ฟังดูอ่อนโยนเล็กน้อย และอินอวี่โหรวก็ตื่นขึ้นมาด้วยความงุนงง ก่อนจะเห็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเขา
อินอวี่โหรวเขยิบถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
ลู่ซีจวี๋ออกไปยืนด้านนอกและพูดต่อว่า “ถึงแล้ว ลงมาสิ”
อินอวี่โหรวลงจากรถยนต์และมองดูสภาพแวดล้อม รอบ ๆ เธอเห็นด้านหน้ามีสระน้ำขนาดใหญ่ และเมื่อเธอลงมาจากรถยนต์ เธอก็ได้กลิ่นหอมของดอกบัวโชยมา
วิวทิวทัศน์ด้านหน้าดีมาก มันเป็นเมืองขนาดเล็กท่ามกลางฤดูร้อน มีภูเขาและป่าไม้เรียงราย เต็มไปด้วยสีเขียวขจี
ต้นไม้เหล่านี้ช่วยบดบังความร้อนจากแสงอาทิตย์ ทำให้รู้สึกเย็นสบายเล็กน้อยเมื่อเดินลอดป่าไม้
กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของป่าไม้แทรกซึมเข้ามาในจมูก ช่วยผ่อนคลายความเหนื่อยล้าสะสมที่มีมา
อินอวี่โหรวเดินตรงไปข้างหน้าอย่างเชื่องช้า
ลู่ซีจวี๋เดินตามหลังเธออย่างสบายใจเฉิบ
ครั้งล่าสุดที่เดินทางไปกินบะหมี่ในย่านชานเมือง ทำให้ ลู่ซีจวี๋พอจะคาดเดาได้ว่าอินอวี่โหรวชอบสถานที่ที่เต็มไปด้วยธรรมชาติ
เขาใช้พยายามอย่างมากในการค้นหาสถานที่แห่งนี้
และเขาก็เดาได้ว่าอินอวี่โหรวชอบที่นี่