พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 544 ผมจะหย่า
ตอนที่ 544
ผมจะหย่า
แต่ไม่ว่าภาพตรงหน้าจะสวยงามสักแค่ไหน อินอวี่โหรวก็ไม่มีอารมณ์จะชื่นชมมันนัก
เธอรู้สึกไม่สบายใจเมื่อต้องอยู่กับลู่ซีจวี๋เพียงลำพัง เธอแค่อยากจะรีบจัดการเรื่องนี้ให้เสร็จและรีบกลับไป
นานทีจะได้มองดูทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ น่าเสียดายที่มากับคนที่ไม่ใช่
อินอวี่โหรวฝืนมองดูอยู่หลายครั้งก่อนจะมองออกไป
เธอหันกลับไปมองลู่ซีจวี๋ที่อยู่ข้างหลังเธอ
“ไหนคุณบอกฉันว่าจะคุยเรื่องหย่าไง? รีบพูดมาสิ ฉันจะได้รีบกลับบ้าน” การมาที่นี่กับลู่ซีจวี๋ทำให้เธอเสียเวลามาก
“คุณแน่ใจเหรอว่าอยากยืนคุยกับผมตรงนี้?” ลู่ซีจวี๋ไม่ได้แสดงอารมณ์โกรธและส่งยิ้มให้เธอ
“ยังไงก็ได้” อินอวี่โหรวตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
“ผมจองห้องส่วนตัวเอาไว้แล้ว เข้าไปคุยกันข้างในเถอะ” ลู่ซีจวี๋ทำท่าทางเชิญชวน ดูเป็นสุภาพบุรุษมาก
อินอวี่โหรวเดินเข้าไปหาลู่ซีจวี๋ จากนั้นลู่ซีจวี๋ก็เดินนำหน้าเธอไปและพาเธอเดินไปตามทาง
ไม่เพียงแต่วิวทิวทัศน์ข้างนอกเท่านั้น ภายในร้านอาหารยังถูกประดับตกแต่งด้วยของเก่ามากมาย จนรู้สึกราวกับได้ย้อนเวลากลับไปในสมัยโบราณ
อินอวี่โหรวที่อยู่ในชุดกี่เพ้ามีใบหน้าที่สวยงามตามมาตรฐาน และการสวมชุดกี่เพ้าก็ทำให้เธอดูมีเสน่ห์ซ่อนเร้นมากขึ้น
รอยยิ้มของเธองดงามราวกับสาวงามที่หลุดออกมาจากภาพวาด
ทำให้ผู้ชายมากหน้าหลายตาที่กำลังกินอาหารอยู่ในร้านอาหารต่างมองมาที่อินอวี่โหรว
ลู่ซีจวี๋ไม่ชอบสายตาของพวกเขาเลย
“คุณครับ เดี๋ยวก่อน” จู่ ๆ เสียงชายหนุ่มก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
อินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋หยุดเดินและมองดูชายที่สวมใส่แว่นตากรอบทองในชุดสูทที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
“เรียกฉันเหรอคะ?” อินอวี่โหรวถามด้วยความสงสัย
“คุณครับ ถ้า ถ้าไม่เป็นการรบกวน มาทานข้าวกับผมมั้ยครับ?” ชายคนนั้นพูดขึ้นด้วยสีหน้าแดงระเรื่อ ดูราวกับว่าเขากำลังเขินอายอยู่
ใบหน้าของลู่ซีจวี๋ดูเย็นชาขึ้นในทันที
เขานึกไม่ถึงว่าจะมีคนมาจีบอินอวี่โหรวต่อหน้าเขาแบบนี้
เขากลายเป็นมนุษย์ล่องหนตั้งแต่เมื่อไหร่?
อินอวี่โหรวยังคงประหลาดใจอยู่และกว่าเธอจะได้สติกลับคืนมา แรงโอบรัดที่เอวของเธอก็กระชับแน่นขึ้น
ลู่ซีจวี๋เลิกคิ้วและมองดูชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าเขา “กล้าดียังไง?”
ชายตรงหน้าค่อนข้างหล่อเหลา แต่เมื่อเปรียบกับลู่ซีจวี๋แล้วเขายังไม่ดีพอนัก
ในความเป็นจริง ชายคนนี้เพิ่งสังเกตเห็นว่าลู่ซีจวี๋มากับอินอวี่โหรว
แต่เนื่องจากลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวรักษาระยะห่างที่มีต่อกัน ไม่แสดงความใกล้ชิดสนิทสนม เขาจึงคิดว่าทั้งสองเป็นเพียงแค่คนรู้จักกัน
พอมองดูปฏิกิริยาของเขาแล้วกลับพบว่ามันไม่เป็นเช่นนั้นเลย
ออร่าของลู่ซีจวี๋ดุดันมาก เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่ไม่ควรไปรุกรานด้วย
อินอวี่โหรวนึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะแสดงท่าทางสนิทสนมในที่สาธารณะ
โดยเฉพาะต่อหน้าคนอื่น
อินอวี่โหรวจ้องมองลู่ซีจวี๋ด้วยความโกรธ “ปล่อยฉัน!”
ลู่ซีจวี๋แสดงสีหน้าเย้ยหยัน เขาโน้มตัวลงไปกระซิบข้างหูของอินอวี่โหรวว่า “ถ้าคุณปฏิเสธผมต่อหน้าเขา ผมจะจูบคุณ”
เรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย เธอจะไปต่อต้านคนที่ชอบฉวยโอกาสอย่างลู่ซีจวี๋ได้ยังไง
เธออยากจะหายตัวไปให้พ้นทาง
อินอวี่โหรวเบิกตากว้างและจ้องมองลู่ซีจวี๋ด้วยสายตาเหลือเชื่อ
จากนั้นเธอก็นึกถึงการกระทำที่ลู่ซีจวี๋ทำกับเธอ เธอรู้สึกว่าลู่ซีจวี๋สามารถทำเรื่องพรรค์นั้นได้อย่างแน่นอน
เธอจึงหยุดผลักดันลู่ซีจวี๋ออกไป
เมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างเชื่อฟัง ลู่ซีจวี๋ก็แสยะยิ้ม
เขาเงยหน้ามองชายคนนั้นด้วยสีหน้าเย็นชาอย่างมาก และแสยะยิ้มให้อีกฝ่ายเบา ๆ “ทำไม? ยังอยากจะคิดการใหญ่อะไรอยู่อีกเหรอ?”
ชายคนนั้นเห็นรูปลักษณ์ที่น่าสะพรึงกลัวของลู่ซีจวี๋แล้วไม่พูดอะไรต่อ โบกมือลาและลดตัวกลับไปประจำตำแหน่งเดิมของตัวเอง
ลู่ซีจวี๋โอบเอวอินอวี่โหรวแล้วเดินเข้าไปข้างใน จากนั้น ลู่ซีจวี๋ก็หันกลับมากวาดสายมองผู้ชายทุกคนที่จ้องมอง อินอวี่โหรวก่อนหน้านี้ด้วยสายตาเย็นชา ทำให้ผู้ชายที่มองดูอินอวี่โหรวเมื่อสักครู่นี้รีบก้มหน้าลง
แม้ว่าคนสวยจะงดงามเพียงใด พวกเขาก็ไม่มีสิทธิ์ได้ชมเชย
เมื่อเดินมาถึงห้องอาหารส่วนตัว อินอวี่โหรวก็ปัดมือของลู่ซีจวี๋ออก
เธอเดินเข้าไปนั่งด้านใน ขณะที่ลู่ซีจวี๋นั่งลงตรงข้ามเธอ
“ตอนนี้คุยกันได้แล้วใช่มั้ย?” อินอวี่โหรวมองดูลู่ซีจวี๋ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
การสูญเสียความนุ่มนวลและส่วนโค้งอันเรียวเล็กในมือไปทำให้ลู่ซีจวี๋ต้องประสานมือเข้าหากัน เขาอยากจะรู้สึกแบบนั้นอีกครั้งแต่มันกลับไม่เกิดผล
“ไม่ต้องรีบร้อน ดื่มน้ำก่อน” ลู่ซีจวี๋รินชาให้อินอวี่โหรวด้วยตัวเอง
อินอวี่โหรวจิบน้ำชาเล็กน้อยและไม่มีความตั้งใจจะดื่มอีกต่อไป เธอจึงเงยหน้าขึ้นมามองลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋ทำอะไรไม่ถูกเพราะเธอ
เขาจึงจำใจพูดว่า “ผมจะหย่า”
ทว่าเขาไม่ได้สังเกตว่าในขณะที่เขาพูดประโยคนั้นออกไป มือของอินอวี่โหรวกำถ้วยชาเอาไว้แน่นจนปลายนิ้วของเธอเปลี่ยนไปเป็นสีขาว
“งั้นเรามาหย่ากันให้จบภายในสองวันนี้” อินอวี่โหรวพยายามประคองเสียงให้สงบ
จนกระทั่งมาถึงจุดนี้ อินอวี่โหรวก็ตระหนักได้ว่าเธอลังเลที่จะยอมแพ้
“หย่าก็ได้ แต่คุณต้องให้ผมติดตามคุณ ไม่กีดกั้นผมออก ถ้าคุณสัญญาผมก็จะหย่ากับคุณ ไม่อย่างนั้นผมก็ไม่เห็นด้วย” เนื่องจากตอนนี้อินอวี่โหรวไม่ชอบเขา เขาจึงหาทางทำให้ อินอวี่โหรวกลับมาชอบเขาได้ยากขึ้น
อย่างน้อยการทำแบบนี้ก็ทำให้พวกเขากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้
เขาจะไล่ตามอินอวี่โหรวจนกว่าอินอวี่โหรวจะเห็นด้วย
ลู่ซีจวี๋ทำแบบนี้เพราะเขาอยากจะลองเสี่ยงดูอีกสักครั้ง อินอวี่โหรวมักจะหนีหน้าเขา เพราะฉะนั้นถ้าเขาไม่พูดแบบนี้ เขาก็จะไม่มีโอกาสอีกเลย
เขาจำต้องต่อสู้เพื่อที่เขาจะได้รับโอกาสอีกครั้ง
ถ้าอินอวี่โหรวเห็นด้วยกับเขา ทุกคนก็จะมีความสุข แต่ถ้าไม่…
ไม่ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้มันเกิดขึ้น
“เพื่ออะไร?” อินอวี่โหรวไม่ทันสังเกตด้วยซ้ำว่าตัวเองกำลังถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้สึกว่าลู่ซีจวี๋ไม่จำเป็นต้องทำแบบนี้
ลู่ซีจวี๋ต้องการอะไร? ทำไมถึงต้องทำแบบนั้นด้วย?
“แค่ตอบผมมาว่าตกลงหรือไม่ตกลง” ลู่ซีจวี๋พูดอย่างร้ายกาจ
“มันเป็นกฎของคุณแล้วเกี่ยวอะไรกับฉันด้วย?” อินอวี่โหรวเหลือบมองเขาอย่างเกียจคร้าน
“คุณอยากหย่ากับผมไม่ใช่หรือไง? ผมก็ตอบตกลงแล้ว ถ้าเกิดคุณไม่ชอบผมจริง ๆ ก็ไม่เห็นต้องกังวลอะไรเลย หรือว่าคุณกลัวผม?” ลู่ซีจวี๋มองเข้าไปในดวงตาของอินอวี่โหรว
ดูเหมือนทั้งสองคนนี้กำลังเล่นเกมกันอยู่
ท้ายที่สุดอินอวี่โหรวเบือนหน้าหนีด้วยความรู้สึกไม่สบายใจและประนีประนอม “ก็ได้”
อินอวี่โหรวคิดว่าหลังจากพวกเขาหย่าร้างกันแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองก็คงจะตัดขาดลงอยู่ดี
ไม่รู้ว่าสิ่งที่ลู่ซีจวี๋พูดจะเป็นเรื่องจริงไหม แต่สุดท้ายการแต่งงานครั้งนี้ก็จบลงที่หย่าร้างกัน
หลังจากพูดคุยเสร็จแล้ว อินอวี่โหรววางแผนจะกลับบ้าน
แต่เนื่องจากฉนวนกันเสียงนั้นมีประสิทธิภาพดีมากจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นข้างนอก
เมื่ออินอวี่โหรวเดินออกมา เธอเห็นว่าข้างนอกมีฝนตกหนัก
ฝนตกหนักมากจนแทบจะมองไม่เห็นถนน
ไม่เพียงแต่เธอเท่านั้น แขกที่มาใช้บริการร้านอาหารนี้ก็มองลอดออกมาจากหน้าต่างด้วยความกังวล
ฝนเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงจริง ๆ เมื่อสักครู่นี้แดดจ้า แต่ตอนนี้กลับฝนตกหนัก
ลู่ซีจวี๋มองดูสายฝนด้านนอกแล้วอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก
อย่างไรก็ตามเขารีบควบคุมตัวเองอย่างรวดเร็ว
เขาวิ่งเข้าไปหาอินอวี่โหรว “ฝนตก กินอะไรก่อนสิ รอฝนหยุดแล้วผมจะไปส่ง”