พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 545 ภรรยาของเขาคงจะหนีหายไป
ตอนที่ 545
ภรรยาของเขาคงจะหนีหายไป
ข้างนอกฝนตกหนักมาก แถมยังมีฟ้าร้องอย่างต่อเนื่อง
ช่วงนี้รถแท็กซี่หาได้ยาก และอินอวี่โหรวก็ไม่อยากให้ผู้เฒ่าอินจัดแจงคนรถมารับเธอ
ครั้งล่าสุดคนขับรถเพิ่งเสียชีวิตไปไม่ใช่เหรอ?
เมื่อนึกถึงคนขับรถ อินอวี่โหรวก็หรี่ตาลง
แม้ว่าผู้เฒ่าอินจะชดเชยเงินจำนวนมากและทำสัญญากับทางครอบครัวของคนขับรถ แต่อินอวี่โหรวก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี
ถ้าตอนนั้นเธอไม่รีบร้อนออกไป คนขับรถก็จะไม่ต้องตามเธอไปด้วย
ท้ายที่สุดแล้วเธอเป็นคนพรากชีวิตของคนอื่น
อินอวี่โหรวจ้องมองสายฝนด้านนอกด้วยอาการเหม่อลอย
ลู่ซีจวี๋มองดูอินอวี่โหรวที่กำลังมึนงงอยู่แล้วโบกไม้โบกมือต่อหน้าเธอ
เมื่ออินอวี่โหรวกลับมาได้สติอีกครั้ง ลู่ซีจวี๋ก็ถามว่า “ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า? ทำไมสีหน้าไม่ดีเลย?”
อินอวี่โหรวส่ายหัว แต่ในเมื่อเธอไม่อยากพูด มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่ลู่ซีจวี๋จะถามอีกครั้ง
ลู่ซีจวี๋จึงพาเธอกลับเข้าไปในห้องอาหารส่วนตัว
จากนั้นพนักงานนำอาหารมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว
ทุกอย่างบนโต๊ะคืออาหารจานโปรดของอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวมองดูอาหารตรงหน้าและรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก
เธอไม่เคยบอกลู่ซีจวี๋ว่าชอบอะไร
ตอนที่เธออยู่บ้านตระกูลลู่ เธอมักจะเป็นคนดูแลอาหารการกินของลู่ซีจวี๋ฝ่ายเดียว
อาหารเหล่านี้บนโต๊ะคืออาหารที่เธอไม่เคยกินต่อหน้า ลู่ซีจวี๋เลย
ดูเหมือนว่าลู่ซีจวี๋จะค่อนข้างใส่ใจและเข้าใจรายละเอียดมากจริง ๆ
“เป็นไง? ถูกปากมั้ย?” ลู่ซีจวี๋ถามคำถามด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
เขาขอให้คุณปู่ลู่ช่วยค้นหาคำตอบและสอบถามจากแหล่งต่าง ๆ ว่าอินอวี่โหรวชอบกินอะไรบ้าง
เขาแอบเกลียดตัวเองที่ประมาท ก่อนหน้านี้เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอินอวี่โหรวชอบกินอะไร
“ก็ดี” อินอวี่โหรวตอบ
ดวงตาของลู่ซีจวี๋เป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินว่าน้ำเสียงของอินอวี่โหรวไม่ได้เย็นชาอีกต่อไป
นี่ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดี
อย่างน้อยอินอวี่โหรวก็พูดกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เหมาะสมมากขึ้น
ลู่ซีจวี๋รู้สึกตลกตัวเองมากที่มาทำเรื่องพรรค์นี้เพื่อผู้หญิงคนเดียว
ทว่าตราบใดที่เขาได้รับรอยยิ้มจากอินอวี่โหรว ลู่ซีจวี๋ก็รู้สึกว่าทุกอย่างที่เขาทำลงไปนั้นคุ้มค่า
ระหว่างกินอาหาร ลู่ซีจวี๋จะเป็นฝ่ายพูดเสียส่วนใหญ่ ขณะที่อินอวี่โหรวจะคอยตอบรับแค่ครั้งสองครั้ง
ลู่ซีจวี๋อยากจะตักอาหารให้เธอ แต่เขากลับพบว่าหลังจากเขาตักอาหารให้อินอวี่โหรวแล้ว อินอวี่โหรวไม่แม้แต่จะแตะต้องอาหารในชามหรืออาหารที่เขาตักแบ่งให้เลย
ถ้าเขาตักอาหารให้เธอครบทุกเมนู อินอวี่โหรวจะไม่หยุดกินเลยเหรอ?
ลู่ซีจวี๋กังวลว่าอินอวี่โหรวจะกินไม่พอจึงไม่กล้าตักอาหารให้เธออีก
พวกเขาทั้งสองจึงกินอาหารภายใต้บรรยากาศที่ดูกลมกลืนขึ้น
เดิมทีเธอวางแผนจะกลับออกไปตอนที่ฝนหยุดตก แต่หลังจากกินข้าวเสร็จและเดินออกจากห้องอาหารส่วนตัวแล้ว เธอก็พบว่าฝนยังไม่หยุดตกและตกหนักกว่าเดิม
บังเอิญว่าวันนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่างพอดี และอินอวี่โหรวก็เป็นคนบ้านใกล้เรือนเคียง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอยากจะชวนอินอวี่โหรวออกไปเดินเล่นสูดอากาศและซื้อของด้วยกัน
แต่เมื่อเธอไปถึงบ้านตระกูลอิน พวกเขากลับบอกเธอว่าอินอวี่โหรวไม่อยู่บ้าน
พอถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่อถาม ผู้เฒ่าอินก็บอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าอินอวี่โหรวออกไปซื้อของตั้งแต่เช้าแล้วยังไม่กลับมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงออกมาจากบ้านและโทรศัพท์ไปหาอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวโทรมาจึงกดรับสาย
“ไม่อยู่บ้าน เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? จะไปไหนทำไมไม่บอกฉัน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหยอกล้อ
“หยุดล้อฉันได้แล้ว” อินอวี่โหรวตอบ
เธอรู้สึกผ่อนคลายกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเสมอ
“เธออยู่ไหน? ฉันไปหามั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแค่อยากจะออกไปเลือกซื้อเสื้อผ้า
อินอวี่โหรวเหลือบมองไปทางลู่ซีจวี๋ ลู่ซีจวี๋รู้สึกได้ว่าเธอกำลังจ้องมองมาทางเขา เขาจึงหันหน้ากลับไปส่งยิ้มให้เธอเบา ๆ
อินอวี่โหรวรีบเบือนหน้าหนีด้วยความตื่นตระหนก แล้วบอกเล่าสถานการณ์ในตอนนี้ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง “ที่เมืองเป่ยฝนไม่ตกเหรอ? ที่นี่ฝนตกหนักมากจนฉันมองไม่เห็นอะไรเลย”
คำพูดของเธอเต็มไปด้วยถ้อยคำบ่นอุบอิบ
“ดูเหมือนว่าพระเจ้าจะกำลังช่วยรุ่นพี่อยู่นะ อวี่โหรว เธอหนีไม่พ้นหรอก เพราะงั้นยอมรับมันซะเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกโล่งใจเมื่อรู้ว่าอินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋อยู่ด้วยกัน
ลู่ซีจวี๋จะปกป้องอินอวี่โหรวอย่างแน่นอน และจะไม่ทำร้ายเธอ
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงยังคงพูดหยอกล้อกับ อินอวี่โหรว
“อย่าเลย แต่ฝนก็ตกไม่รู้เวล่ำเวลาจริง ๆ เหมี่ยวเหมี่ยว เธอก็รู้เรื่องระหว่างฉันกับเขา อย่าล้อฉันสิ ไม่งั้นฉันจะโกรธแล้วนะ” อินอวี่โหรวจงใจพูด
แน่นอนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าเธอจะไม่โกรธ
“เอาล่ะ ๆ ฉันไม่พูดแล้ว ในเมื่อเธอไม่อยู่ ฉันก็จะไปดูเสื้อผ้าคนเดียว ไปดูคนเดียวนี่มันเปล่าเปลี่ยวจริง ๆ น่าเสียดายชะมัด จิ๊ ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพร่ำบ่นยาวเหยียด
“เธอก็ชวนคุณมู่ไปด้วยสิ” อินอวี่โหรวรู้สึกหูชาเมื่อได้ยินถ้อยคำพร่ำบ่นจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ช่างเถอะ ขอให้เธอโชคดีแล้วกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดราวกับเรื่องตลกและวางสายไป
อินอวี่โหรวขมวดคิ้ว รู้สึกปวดหัวและทำอะไรไม่ถูก
ลู่ซีจวี๋สังเกตเห็นว่าสีหน้าของเธอดูผิดแปลกไปจึงเดินเข้ามาหาเธอและถามอย่างระมัดระวังว่า “ใคร?”
จากนั้นลู่ซีจวี๋ก็ตระหนักได้ว่าอินอวี่โหรวเป็นคนที่มีเสน่ห์ดึงดูด หากเขาไม่ใส่ใจ ภรรยาของเขาคงจะหนีหายไปแล้ว
อินอวี่โหรวตอบกลับลวก ๆ “เหมี่ยวเหมี่ยว”
หลังจากตอบกลับ อินอวี่โหรวก็ตระหนักได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าไม่สมควรจะได้รับการตอบกลับ
ลู่ซีจวี๋รู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
อินอวี่โหรวขมวดคิ้วขณะมองดูสายฝนที่โปรยปรายอยู่ด้านนอก
เมื่อเห็นว่าเธอขมวดคิ้ว ลู่ซีจวี๋ก็อยากจะเอื้อมมือออกไปลบรอยย่นระหว่างคิ้วของเธอให้เรียบเนียน
เขาพูดบอกเบา ๆ “ที่ร้านอาหารนี้สะสมของเก่าเอาไว้เยอะแยะ คุณอยากจะเข้าไปดูมั้ย?”
อินอวี่โหรวคิดว่าการยืนมองสายฝนอยู่ข้างนอกมันดูโง่เขลาเล็กน้อย เธอจึงพยักหน้า “ค่ะ”
ลู่ซีจวี๋กดโทรศัพท์และในไม่ช้าก็มีคนออกมาทักทายพวกเขา
“คุณลู่ อยากไปดูของในโกดังเหรอครับ?” พนักงานมีความเป็นมืออาชีพมากและไม่ได้มองไปรอบ ๆ
“ไปดูที่เดียวก็พอ ในนั้นก็มีของเยอะแล้ว” ลู่ซีจวี๋ตอบกลับอย่างเกียจคร้าน
“เดี๋ยวผมนำไปครับ” พนักงานตอบกลับด้วยความเคารพ
อินอวี่โหรวอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าร้านอาหารแห่งนี้เป็นทรัพย์สินของตระกูลลู่หรือไม่
ทำไมผู้คนที่นี่ถึงเคารพนับถือลู่ซีจวี๋ขนาดนี้?
อินอวี่โหรวเดินตามหลังลู่ซีจวี๋ไปอย่างไม่ใกล้ไม่ไกล โดยจะเว้นระยะห่างเอาไว้เสมอ
เมื่อเดินมาถึงโกดังหมายเลขหนึ่งที่พูดถึงก่อนหน้านี้ เธอก็พบกับของสะสมล้ำค่าที่วางกองอยู่ด้านใน ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นทรัพย์สมบัติทั้งหมด อินอวี่โหรวชอบสิ่งเหล่านี้มากและไม่สามารถละสายตาจากพวกมันได้
ใครคือเจ้าของโกดังแห่งนี้ มีของสะสมล้ำค่าอยู่เต็มไปหมด
ของทุกอย่างที่ถูกเก็บรวบรวมเอามาไว้ที่นี่แทบจะได้ครึ่งหนึ่งของเมืองเป่ยเลยไหม?
“ชอบอันไหนก็หยิบไป ผมจะเอาให้” ลู่ซีจวี๋พูดอย่างภาคภูมิใจ
“ไม่จำเป็น” อินอวี่โหรวปฏิเสธอย่างเย็นชา
ของสะสมพวกนี้ค่อนข้างดูดี หากเธอเอาไปเกรงว่าเธอจะดูแลมันได้ไม่ดี
ต่อให้ชื่นชอบก็ไม่จำเป็นต้องครอบครอง
ลู่ซีจวี๋หยักไหล่ ไม่ได้บีบบังคับเธอ
อินอวี่โหรวก้มหน้าก้มตามองดูสะสมไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเธอกลับออกมา ท้องฟ้าก็มืดสนิทแล้ว
ทว่าฝนยังคงไม่หยุดตก
“ทำไมคืนนี้ไม่ค้างที่นี่ก่อนล่ะ มันมืดและถนนลื่น จะไม่ปลอดภัยเอา” ลู่ซีจวี๋พูดแนะนำ
อินอวี่โหรวไม่สามารถกลับไปได้จึงต้องจำใจตอบตกลง
แค่คืนเดียวคงจะไม่เป็นไร
เธอกับลู่ซีจวี๋เดินไปที่แผนกต้อนรับ โดยวางแผนจะจองห้องพักสองห้อง
แต่พนักงานกลับมองดูหน้าจออยู่สักพักแล้วพูดว่า “ขออภัยค่ะ คืนนี้ฝนตกหนัก มีนักท่องเที่ยวเยอะมาก เหลือห้องสวีตอยู่แค่ห้องเดียวเท่านั้นค่ะ”