พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 546 บดขยี้ความงามของเธอ
ตอนที่ 546
บดขยี้ความงามของเธอ
เมื่อได้ยินเรื่องดังกล่าว อินอวี่โหรวก็ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
แต่เมื่อมองไปที่ห้องโถงที่มีคนพลุ่กพล่าน อินอวี่โหรวก็เข้าใจได้ในทันที
ตอนนี้ยังดีที่ยังเหลือห้องว่างอยู่อีกห้องหนึ่ง
แต่เนื่องจากอินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋กำลังตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ อินอวี่โหรวจึงไม่อยากนอนห้องเดียวกับลู่ซีจวี๋จริง ๆ
เธอมองไปที่พนักงานด้วยความกระอักกระอ่วนใจ “ไม่มีห้องว่างอีกแล้วเหรอคะ?”
พนักงานต้อนรับตอบกลับอย่างช่วยไม่ได้ “ค่ะคุณผู้หญิง คุณก็เห็นแล้ว ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากช่วยหาห้องนะคะ แต่เราก็ไม่มีทางเลือกอื่นจริง ๆ เพราะว่ามันไม่มีห้องเหลือแล้วค่ะ”
ลู่ซีจวี๋รู้ว่าอินอวี่โหรวไม่อยากนอนห้องเดียวกับเขา ดังนั้นเขาจึงคิดหาวิธีการ
นี่คือช่วงเวลายากลำบากที่จะต้องคว้าชัยชนะมาให้ได้
เขาจงใจเดินเข้าไปหาพนักงานและพูดด้วยสีหน้าวิตกกังวล “งั้นแบ่งห้องเป็นสองห้องให้ผมหน่อย”
เมื่อพนักงานเห็นลู่ซีจวี๋ สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันทีและพูดตอบรับเบา ๆ ว่า “คุณลู่ ไม่ใช่ว่าเราไม่อยากทำแบบนั้นนะคะ แต่มันไม่มีที่ว่างเหลือแล้วจริง ๆ ค่ะ”
จะไล่แขกที่เช็คอินแล้วออกไปก็คงจะไม่ได้ใช่ไหม?
“ในเมื่อคุณรู้จักตัวตนของผม คุณก็น่าจะรู้ว่าผมเป็นแขกกิตติมศักดิ์ของพวกคุณ ไม่มีห้องว่างเหลือแล้วคุยกับพวกคุณไปจะมีประโยชน์อะไร? ไปเรียกผู้จัดการมา” ใบหน้าของลู่ซีจวี๋เปลี่ยนเป็นเย็นชาและดูน่ากลัวมาก
พนักงานแผนกต้อนรับจึงรู้สึกสับสน
ขั้นตอนการทำงานของที่นี่เข้มงวดมาก หากต้องไปตามผู้จัดการมาจริง ๆ เธอก็อาจจะต้องตกงาน
ดังนั้นพนักงานจึงพยายามตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “คุณลู่คะ มันไม่มีห้องว่างจริง ๆ ค่ะ ต้องขออภัยด้วยนะคะ”
ลู่ซีจวี๋จงใจสร้างความยากลำบากให้กับพนักงานต้อนรับ เพราะฉะนั้นเขาจะปล่อยมันไปง่าย ๆ ได้อย่างไร
“ผมไม่สน ถ้าวันนี้คุณหาอีกห้องมาให้ผมไม่ได้ ผมจะไปบอกเจ้านายพวกคุณ ที่นี่คุณก็หาทางจัดการเอาเองแล้วกัน” ลู่ซีจวี๋แสร้งทำเป็นบ้าอำนาจอย่างมาก
พนักงานต้อนรับมองดูลู่ซีจวี๋ด้วยสีหน้าสับสน ดวงตาของเธอแดงก่ำเล็กน้อยดูราวกับกำลังจะร้องไห้
อินอวี่โหรวเป็นคนจิตใจอ่อนโยนมาโดยตลอด เมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋กำลังทำเรื่องยากลำบากให้กับคนอื่น เธออดไม่ได้ที่จะก้าวไปข้างหน้า “ช่างเถอะค่ะ เปิดแค่ห้องเดียวก็พอ”
พนักงานต้อนรับหวาดกลัวลู่ซีจวี๋ ไม่ใช่อินอวี่โหรว
ดังนั้นเมื่ออินอวี่โหรวพูดออกมาแบบนี้ พนักงานต้อนรับก็เหลือบมองลู่ซีจวี๋โดยที่ไม่รู้ตัว
สีหน้าของลู่ซีจวี๋ยังคงมืดมน “ภรรยาผมบอกให้ไปเปิดห้องก็รีบไปเปิดซะสิ”
พนักงานต้อนรับสะดุ้งและรีบเปิดห้องให้อินอวี่โหรว เธอฉวยโอกาสท่ามกลางความชุลมุนเหลือบมองอินอวี่โหรวเบา ๆ
เธอคิดว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงชู้ของลู่ซีจวี๋เท่านั้น พวกเขาถึงได้ต้องการเปิดห้องสองห้อง
นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเป็นภรรยาตัวจริง
ในเมื่อเป็นสามีภรรยากันแล้ว ทำไมจะต้องเปิดห้องสองห้องด้วย?
คนรวยพวกนี้ขยันสร้างเรื่องจริง ๆ
แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องของลู่ซีจวี๋ คนที่ไร้อำนาจอย่างพวกเธอก็ไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้
โชคดีที่อินอวี่โหรวพูดขึ้นมาจึงช่วยให้เธอรอดชีวิต
ไม่เช่นนั้นวันนี้เธอคงจะตกงานแล้วจริง ๆ
อินอวี่โหรวคำนึงถึงตำแหน่งของลู่ซีจวี๋มาโดยตลอด แต่เธอเห็นว่ามีบุคคลภายนอกอยู่ด้วย เธอจึงระงับเอาไว้และไม่ได้พูดโจมตีเขา
หลังจากรับคีย์การ์ดห้องมาแล้ว อินอวี่โหรวก็เดินนำหน้าไปโดยมีลู่ซีจวี๋เดินตามหลัง
อินอวี่โหรวเดินเข้าไปในลิฟต์ โดยยืนทำสีหน้าเย็นชาอยู่ฝั่งตรงข้ามลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋อยากจะเขยิบไปใกล้ ๆ เธอ แต่เธอกลับถอยหลังหนีไปหลายก้าว
ลู่ซีจวี๋ได้อยู่ห้องเดียวกับอินอวี่โหรวตามความปรารถนาของเขาแล้ว
แต่เขาไม่อยากทำให้อินอวี่โหรวโกรธ
เขามองไปที่อินอวี่โหรวและพูดประจบประแจงว่า “เป็นอะไร? โกรธเหรอ?”
หากเขาไม่พูดก็คงจะดีกว่านี้ แต่ทันทีที่เขาปริปากพูด อินอวี่โหรวก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป เธอจ้องมองไปที่ลู่ซีจวี๋แล้วพูดว่า “คุณลู่ ครั้งหน้าอย่าพูดจาเหลวไหลข้างนอกอีกนะคะ”
“เหลวไหลอะไร? คุณหมายถึงที่ผมเรียกคุณว่าภรรยาน่ะเหรอ?” ลู่ซีจวี๋มองตรงไปที่อินอวี่โหรว
“พวกเรากำลังจะหย่ากัน ฉัน ฉันไม่ใช่ภรรยาคุณ” อินอวี่โหรวพบว่ามันยากมากที่จะพูดประโยคนี้ออกไป แต่หลังจากที่เธอพูดมันออกมาแล้ว เธอก็หันหลังกลับและมองเผชิญหน้ากับกำแพง
ลู่ซีจวี๋เขยิบเข้าไปหาและโน้มตัวลงไปข้างหน้าจนร่างกายที่เร่าร้อนกดทับบนแผ่นหลังของอินอวี่โหรว ทำให้ร่างกายของเธอตึงเครียดจนสั่นเทา
อินอวี่โหรวเป็นคนที่มีผิวขาวมาก จนรอยแดงจากแก้มลามไปถึงลำคอ ท่าทางเขินอายของเธอทำให้ดวงตาของลู่ซีจวี๋มืดมนลง
เขาโน้มตัวลงไปจนได้กลิ่นหอมจาก ๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของอินอวี่โหรว
กลิ่นหอมไม่ได้ฉุนกึกจนเกินไป จึงทำให้ลู่ซีจวี๋ติดใจและค้างเติ่งอยู่ใกล้ ๆ เป็นเวลานาน
จากนั้นเขาก็เขยิบเข้าไปใกล้ ๆ ติ่งหูของอินอวี่โหรวและขบเม้มใบหูอันขาวเนียนอย่างนุ่มนวล “เป็นอะไร? เขินเหรอ?”
ด้านหน้าของอินอวี่โหรวคือลิฟต์ที่มีบรรยากาศเย็นเฉียบ ส่วนด้านหลังของเธอคือร่างกายอันเร่าร้อน
การกระตุ้นจากสองสิ่งที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงทำให้ดวงตาของเธอแดงก่ำ
อินอวี่โหรวอยากจะผลักลู่ซีจวี๋ออกไป แต่ลู่ซีจวี๋กลับขัดขืน
เธอขยับตัวไปไหนไม่ได้ และตำแหน่งของเธอก็อำนวยให้ลู่ซีจวี๋ได้ทำอะไรตามที่เขาต้องการ
อินอวี่โหรวพูดราวกับกำลังจะร้องไห้ “ลู่ซีจวี๋ ฉันสัญญาว่าจะให้โอกาสคุณ แต่ไม่ได้หมายความว่าคุณจะแตะต้องตัวฉันยังไงก็ได้ ถ้าคุณทำแบบนี้กับฉันอีกฉันจะโทรให้คุณปู่ส่งคนมารับฉัน”
ลู่ซีจวี๋รีบดึงตัวกลับไปอย่างไม่เต็มใจ และก่อนที่จะผละตัวออกไปเขาก็แลบลิ้นออกมาหยอกล้อกับใบหูของอินอวี่โหรวเบา ๆ
ร่างกายของอินอวี่โหรวสั่นเทามาก
ทำให้เมื่ออินอวี่โหรวหันกลับมา แก้มของเธอแดงก่ำราวกับถูกกลั่นแกล้งอย่างทารุณ ดวงตาแวววาวด้วยน้ำที่เจิ่งนองอยู่
อินอวี่โหรวไม่รู้ว่าการที่เธอตกอยู่ในสภาพแบบนี้ทำให้เขาอยากจะเอารัดเอาเปรียบเธอมากขึ้น ทำให้เขาอยากจะบดขยี้ความงามของเธอ
ลู่ซีจวี๋หันหลังกลับแล้วพูดว่า “ขอโทษ”
อินอวี่โหรวไม่ได้มองเขาเพราะใบหูของเธอกำลังร้อนผ่าว
จนกระทั่งมาถึงห้องพัก อินอวี่โหรวอยากจะปิดประตูลงเพื่อเว้นระยะห่างกับลู่ซีจวี๋
แต่เมื่อคิดขึ้นได้ว่าที่นี่เหลือห้องพักเพียงห้องเดียวและข้างนอกกำลังฝนตกหนัก เธอก็ไม่สามารถปล่อยลู่ซีจวี๋อยู่ข้างนอกได้และเปิดประตูทิ้งไว้ให้เขาเข้ามา
เธอพบว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงลู่ซีจวี๋ได้
ตอนนี้ลู่ซีจวี๋กำลังวนเวียนอยู่ข้างกายเธอ
หลังจากเข้าไปในห้องพักแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็ปิดประตูลง
คนหนึ่งนั่งอยู่ที่หัวเตียง ส่วนอีกคนนั่งอยู่ที่ปลายเตียงเงียบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นานลู่ซีจวี๋ก็เป็นคนแรกที่ปริปากพูด “อยากอาบน้ำมั้ย?”
“ไม่” อินอวี่โหรวปฏิเสธทันควัน เธอมีเสื้อผ้าติดตัวมาเพียงชุดเดียว หากอาบน้ำแล้วจะสวมใส่อะไร? โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนนี้เธอรู้สึกไม่ปลอดภัยมากเมื่อต้องอยู่กับลู่ซีจวี๋
“ไม่ต้องห่วง ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวผมให้คนไปเตรียมชุดมาให้อีกสองชุด” ลู่ซีจวี๋พูดแล้วออกไปโทรศัพท์
อินอวี่โหรวไม่ได้ปฏิเสธ และหลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงต่อมาก็มีคนนำเสื้อผ้ามาส่งให้
ลู่ซีจวี๋ยื่นถุงเสื้อผ้าให้อินอวี่โหรว อินอวี่โหรวเปิดดูถุงเสื้อผ้าและพบว่ามันมีแม้แต่ชุดชั้นในอยู่ในนั้น เธอจึงหยิบมันมาออกมาดูและพบว่ามันพอดีกับตัวเธอ
แก้มของเธอเปลี่ยนไปเป็นสีแดงก่อนจะหยิบเสื้อผ้าเข้าไปในห้องน้ำ
อินอวี่โหรวมีเหงื่อออกเล็กน้อยจนเสื้อผ้าติดหนึบกับร่างกาย ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวและอยากเปลี่ยนเสื้อผ้ามานานแล้ว
เสื้อผ้าที่ลู่ซีจวี๋เตรียมมาให้เป็นชุดกระโปรงผ้าฝ้ายสีขาวที่ยังมีป้ายติดอยู่ สวมใส่สบายมาก
หลังจากอาบน้ำเสร็จ อินอวี่โหรวก็จัดแจงเตรียมเสื้อผ้าส่งไปที่แผนกต้อนรับเพื่อส่งซักในภายหลัง
ไม่เช่นนั้นวันพรุ่งนี้เธออาจจะต้องพูดอธิบายให้ผู้เฒ่าอินฟังด้วยความยากลำบาก
หลังจากใส่เสื้อผ้าแล้ว อินอวี่โหรวก็เช็ดผมและเดินออกมาจากห้องน้ำ
แต่จู่ ๆ เธอก็ถูกใครบางคนโยนขึ้นไปบนเตียง