พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 547 จะช่วยเหลือเธอทุกอย่าง
ตอนที่ 547
จะช่วยเหลือเธอทุกอย่าง
อินอวี่โหรวร้องอุทานแต่หลังจากนั้นริมฝีปากของเธอก็ถูกปิดกั้น
จริง ๆ แล้วลู่ซีจวี๋ไม่ต้องการทำเช่นนี้ แต่เมื่อเขาเห็น อินอวี่โหรวออกมาจากห้องน้ำและได้กลิ่นหอมโชยมา เขาก็ไม่อาจห้ามปรามสัตว์ร้ายในตัวและปลดปล่อยมันออกมา แม้จะรู้ว่าจะต้องถูกอินอวี่โหรวเกลียดชัง แต่ลู่ซีจวี๋ก็ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้จริง ๆ
อินอวี่โหรวพยายามดิ้นรนอยู่หลายครั้ง แต่เมื่อเธอรู้ว่าเธอไม่สามารถต่อกรกับลู่ซีจวี๋ได้ เธอก็ทำได้แค่ยอมพ่ายแพ้
เธอคิดว่าก็แค่จูบ ปล่อยให้ลู่ซีจวี๋จูบเธอสักพักหนึ่งแล้วเธอจะได้ไม่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวอีก
แต่นึกไม่ถึงว่าสัมผัสของลู่ซีจวี๋จะเริ่มลุกลามมากขึ้น เรื่อย ๆ ริมฝีปากของขยันมาที่ซอกคอ ขณะที่มือเริ่มเลื้อยไปยังต้นขาที่อยู่ใต้กระโปรง
สัมผัสที่เย็นวูบวาบทำให้อินอวี่โหรวต่อสู้กลับ
ท้ายที่สุดไม่รู้ว่าเธอไปสัมผัสถูกอะไร ลู่ซีจวี๋ถึงได้ตะคอกเบา ๆ ว่า “อย่าขยับ”
“ลู่ซีจวี๋ ปล่อยฉัน” อินอวี่โหรวพยายามผลักลู่ซีจวี๋ออก
ลู่ซีจวี๋หัวเราะเบา ๆ ก่อนจะเขยิบเข้ามาใกล้และใช้ร่างกายดุนดันอินอวี่โหรว “คุณก็เห็นว่ามันเป็นแบบนี้แล้ว ช่วยผมหน่อยสิ”
“ไอคนขี้โกง!” หลังจากรับรู้ว่าสิ่งนั้นคืออะไร อินอวี่โหรวก็ตะคอกใส่ลู่ซีจวี๋
ทำไมเขาถึงได้ไร้ยางอายขนาดนี้?
“ใช่ ผมขี้โกง และคนขี้โกงคนนี้กำลังขอความช่วยเหลือจากคุณ” ลู่ซีจวี๋ก้มลงไปขบเม้มริมฝีปากของอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวหันไปมองทางอื่น และพูดอย่างเย็นชาว่า “ลู่ซีจวี๋ ถ้าคุณแค่อยากได้ฉัน นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเมื่อทำเสร็จ เราจะหย่ากันทันที หลังจากนี้เราจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก”
เสียงแผ่วเบาดังขึ้นในห้องที่เงียบสงบ
แต่มันกลับเป็นเหมือนแอ่งน้ำเย็นที่ทำให้ลู่ซีจวี๋เปียกโชกจากล่างขึ้นบน ความเร่าร้อนในอกของเขาถูกระบายออกไปจนหมดเกลี้ยง
เขามองดูอินอวี่โหรวด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยว “คุณคิดว่าผมแค่ชอบร่างกายคุณเหรอ? คิดว่าผมทำแบบนี้เพราะเหตุผลนั้นใช่มั้ย?”
“ไม่ไช่เหรอ?” อินอวี่โหรวเงยหน้ามองด้วยความโกรธ แต่เมื่อเธอเห็นท่าทางของลู่ซีจวี๋ เธอก็ตกตะลึงทันที
เธอพบว่าดวงตาของลู่ซีจวี๋ดูเจ็บปวดมากจริง ๆ
คำพูดที่เหลือยังคงติดอยู่ในปากของเธอ จากนั้นเธอก็อธิบายอย่างหนักแน่นว่า “ตั้งแต่เราเจอหน้ากันมีตอนไหนที่คุณไม่แตะเนื้อต้องตัวฉันบ้าง?”
มันเป็นเรื่องปกติที่เธอควรจะพูดออกมาเช่นนี้
ลู่ซีจวี๋ชอบเธอมาก ดังนั้นเขาจึงอดไม่ได้ที่จะอยากใกล้ชิดเธอ
ในเมื่ออินอวี่โหรวตัดสินใจเด็ดขาดกับเขา เขาก็แค่อยากจะเข้าใกล้อินอวี่โหรวเพื่อพิสูจน์การมีอยู่ของตัวเอง
เขากลัวว่าวันหนึ่งอินอวี่โหรวจะไม่ต้องการเขาอีก
อันที่จริงหากพูดว่าเขาโลภร่างกายเธอนั้นก็ไม่ผิด เพราะทั้งหมดนี้เกิดจากความรักใคร่อันลึกซึ้ง
นอกจากอินอวี่โหรวแล้ว เขาไม่เคยทำเรื่องพรรค์นี้กับใครเลย
แต่ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายให้อินอวี่โหรวฟังอย่างไรดี
ลู่ซีจวี๋ลุกขึ้นยืนและเดินเข้าไปในห้องน้ำ
อินอวี่โหรวมองดูแผ่นหลังของเขาและรู้ว่าลู่ซีจวี๋กำลังอารมณ์เสีย
แต่อารมณ์เสียแล้วไง สมควรมาบีบบังคับคนอื่นแล้วเหรอ?
อินอวี่โหรวหลับตาลงแต่เธอกลับพบว่าเธอนอนไม่หลับ เธอเอาแต่คิดถึงดวงตาที่ฉายแววความเจ็บปวดของลู่ซีจวี๋
แต่เนื่องจากอินอวี่โหรวรู้สึกเหนื่อยล้ามาก ในที่สุดเธอก็ผล็อยหลับไป
เมื่อลู่ซีจวี๋เดินกลับออกมา เขาก็เห็นอินอวี่โหรวผู้ไม่แยแสนอนหลับไปแล้ว
เขาจึงอดไม่ได้ที่ขดริมฝีปาก
ตอนนี้ร่างกายของเขาถูกปกคลุมไปด้วยไอเย็น เขาจึงยืนสลัดไอเย็นอยู่สักพักจนกระทั่งมันจางหายไปจึงมุดเข้าไปโอบกอดอินอวี่โหรวเอาไว้ในอ้อมแขน
เช้าวันรุ่งขึ้น อินอวี่โหรวตื่นขึ้นมาและพบว่าลู่ซีจวี๋กำลังนอนกอดเธออยู่
อินอวี่โหรวจึงพยายามลุกขึ้นยืน อยากจะหนีออกไปทันที
ทว่าทันทีที่เธอเคลื่อนไหว มือของเธอกลับถูกลู่ซีจวี๋ดึงกลับมา และร่างกายของเธอก็โอนเอนไปในอ้อมกอดของลู่ซีจวี๋อีกครั้ง
ลู่ซีจวี๋ลูบไล้ลำคอของอินอวี่โหรวเบา ๆ “ขออีกแป๊บนึงเดี๋ยวผมไปส่ง ที่นี่เป็นบ้านพักตากอากาศ ทุกคนขับรถกันมาเอง ไม่มีแท็กซี่ผ่านมาทางนี้หรอก”
อินอวี่โหรวรีบผลักลู่ซีจวี๋ออกไปเพื่อป้องกันไม่ให้เขาทำตามอำเภอใจ
ลู่ซีจวี๋หลับตาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลืมตาขึ้น
หลังจากนั้นไม่นานเสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น ลู่ซีจวี๋เดินไปเปิดประตูและรับถุงผ้ามาสองใบ
“ชุดกี่เพ้าของคุณ ผมส่งไปซักแห้งเมื่อคืนนี้ ส่วนอีกถุงมีอาหารเช้าอยู่ กินซะ” ลู่ซีจวี๋พูดแบบนั้นและเดินเข้าไปในห้องน้ำ
ภายในถุงมีโจ๊กอยู่สองกล่อง อินอวี่โหรวหยิบออกมากล่องหนึ่งและค่อย ๆ ละเมียดละไมกิน
หลังจากเธอกินเสร็จ ลู่ซีจวี๋ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ
เธอหยิบเสื้อผ้าออกมาและเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ
ระหว่างทางขากลับ ลู่ซีจวี๋ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดปกติอีก
อินอวี่โหรวจึงอยู่เงียบ ๆ
อินอวี่โหรวบอกให้ลู่ซีจวี๋จอดรถยนต์ที่ศาลาซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านตระกูลอิน
“มีอะไร?” ลู่ซีจวี๋ถามด้วยความสงสัย
“ส่งฉันที่นี่ก็พอ ฉันเดินกลับเองได้ ไม่งั้นเดี๋ยวคุณปู่จะเข้าใจผิดอีก” อินอวี่โหรวพูดบอกลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋มองดูระยะทางแล้วเห็นว่ามันไม่ใกล้ไม่ไกลจึงหยุดรถและปล่อยให้อินอวี่โหรวลงจากรถยนต์
ลู่ซีจวี๋เลือกกระจกรถยนต์ลงมาแล้วโบกมือให้อินอวี่โหรว “อวี่โหรว มานี่ก่อน ผมมีเรื่องจะบอก”
“อะไร?” อินอวี่โหรวมองดูลู่ซีจวี๋ด้วยท่าทางระมัดระวัง
“มาใกล้ ๆ อยู่อย่างนั้นผมจะพูดได้ยังไง?” ลู่ซีจวี๋พยายามพูดเกลี้ยกล่อม
อินอวี่โหรวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเขยิบเข้ามาใกล้ขึ้น
ลู่ซีจวี๋เอื้อมมือออกจากรถยนต์ไปดึงมือของอินอวี่โหรวให้เธอเขยิบเข้ามาใกล้แล้วจูบริมฝีปากเธอ
จากนั้นลู่ซีจวี๋ก็รีบขับรถยนต์ออกไปทันทีก่อนที่ อินอวี่โหรวจะโวยวาย
อินอวี่โหรวมองดูรถยนต์ของลู่ซีจวี๋แล้วรู้สึกทั้งโกรธทั้งตลก
เธอเดินไปที่ศาลาแล้วโทรศัพท์หาถงเหมี่ยวเหมี่ยว ขอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาช่วยเหลือเธอ
เมื่อคืนเธอโทรศัพท์หาผู้เฒ่าอินและบอกผู้เฒ่าอินว่าเธออยู่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว ไม่ใช่ลู่ซีจวี๋
อินอวี่โหรวไม่อยากทำให้ผู้เฒ่าอินสงสัย และเธอไม่มีทางอื่นเธอจึงได้แต่ขอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามาหา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่รับรู้สถานการณ์ทุกอย่างรีบขับรถยนต์มาหาทันที โชคดีที่ระยะทางไม่ไกลมาก และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มาถึงภายในครึ่งชั่วโมง
เมื่อมาถึงศาลา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เปิดประตูรถให้ อินอวี่โหรวเข้าไปข้างใน จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ้มและถามว่า “รอนานมั้ย?”
อินอวี่โหรวส่ายหัว “ไม่นานเท่าไหร่”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงขับรถยนต์เข้าไปในบ้านตระกูลอิน
คนรับใช้เห็นว่าเป็นพวกเธอสองคนจึงปล่อยให้พวกเธอเข้าไป
หลังจากจอดรถแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอินอวี่โหรวก็ควงแขนกันเข้ามาในบ้าน
ผู้เฒ่าอินกำลังกินอาหารอยู่ในห้องนั่งเล่น เมื่อเห็นสองคนเดินเข้ามา ผู้เฒ่าอินก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เหมี่ยวเหมี่ยว อวี่โหรว กินข้าวเช้ากันมาหรือยัง มากินกับปู่สิ”
“คุณปู่ พวกเรากินมาแล้วค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นฝ่ายตอบก่อน
“คุณปู่ หนูขอขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะคะ” อินอวี่โหรวพูดแล้วขึ้นไปที่ชั้นบน
เธอยังคงสวมเสื้อผ้าของเมื่อวานอยู่ และโดยปกติแล้วอินอวี่โหรวเป็นคนที่ชอบอะไรสบาย ๆ ผู้เฒ่าอินจึงไม่ได้คิดอะไรมากนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอยู่พูดคุยกับผู้เฒ่าอินด้านล่าง
ผู้เฒ่าอินมองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วถอนหายใจ “เหมี่ยวเหมี่ยว หนูเป็นเพื่อนสนิทกับอวี่โหรว หลังจากนี้ปู่จะรบกวนหนูช่วยดูแลอวี่โหรวหน่อยนะ”
ทุกอย่างในชีวิตของผู้เฒ่าอินล้วนดำเนินการไปอย่างราบรื่น และความปรารถนาเดียวของเขาคือขอให้อินอวี่โหรวมีชีวิตที่ดี
“คุณปู่ ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูจะดูแลเอง อวี่โหรวเป็นเพื่อนสนิทของหนูเหมือนกัน หนูจะช่วยเหลือเธอทุกอย่างค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับอย่างมีความสุข
เธอถือว่าอินอวี่โหรวเปรียบเสมือนน้องสาวคนหนึ่ง
แม้ว่าผู้เฒ่าอินจะไม่พูดอะไร เธอก็จะดูแลอีกฝ่ายอย่างดี