พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 570 อยากเป็นแฟนฉันมั้ย?
ตอนที่ 570
อยากเป็นแฟนฉันมั้ย?
ฉินคั่วรู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่สามารถกดดันอีกฝ่ายมากเกินไป
เปลวไฟที่กำลังแผดเผาในดวงตาของเขาจึงมอดไหม้ลงทันที
เขาเอนหลังลงบนเก้าอี้อย่างเกียจคร้าน “เราก็ต้องเป็นเพื่อนกันอยู่แล้ว หรือเธอคิดว่าเราเป็นอะไรกันล่ะ? อย่าบอกนะว่าเธอแอบชอบฉัน?” ฉินคั่วจงใจทดสอบทัศนคติของอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวรู้สึกว่าฉินคั่วกำลังพยายามทำให้เธออับอาย
ทว่าเธอหยอกล้อไม่เก่งเท่าฉินคั่ว “ใช่ ฉันแอบชอบพี่ พี่จะทำไม?”
“ดีเลย ฉันก็ชอบเธอเหมือนกัน เรามาคบกันเถอะ” ฉินคั่วพูดออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง จนทำให้อินอวี่โหรวกำลังรู้สึกว่าเขากำลังพูดความจริงอยู่
แต่ถึงอย่างนั้นอินอวี่โหรวก็ยังคิดว่ามันเป็นแค่ภาพลวงตา
ฉินคั่วจะมาจริงจังอะไรกับเธอ? มันก็แค่เรื่องขำขัน
“พี่ช่วยทำตัวปกติหน่อยได้มั้ย?” อินอวี่โหรวไม่ตอบคำถามเขา
“ได้ ไม่ว่าเธอจะพูดอะไร ฉันก็จะเชื่อฟังเธอ” หลังจากอินอวี่โหรวพูดขึ้น ฉินคั่วก็เปลี่ยนท่าทางและทำตัวเชื่อฟัง
ทั้งสองพูดคุยกันอยู่สักพัก ฉินคั่วก็เรียกพนักงานมารับเมนู
พนักงานเสิร์ฟเดินเข้ามาหาอย่างว่องไว “คุณฉิน รับอะไรดีคะ?”
ฉินคั่วกวาดสายตามอง เขียนเครื่องหมายถูกในช่องอาหารและยื่นใบเมนูให้กับพนักงาน
หลังจากอินอวี่โหรวได้ยินชื่อรายการอาหาร เธอก็ตระหนักได้ว่าอาหารพวกนี้เป็นเมนูที่เธอชื่นชอบ
ตามจริงแล้วมันไม่น่าแปลกใจเลย เพราะเธอกับฉินคั่วเคยกินข้าวด้วยกันอยู่บ่อยครั้ง
ดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่ฉินคั่วจะรู้ว่าเธอชอบกินอะไร
ทว่าสิ่งที่อินอวี่โหรวไม่คาดคิดคือฉินคั่วจดจำเมนูอาหารที่เธอชอบกินได้จริง ๆ
การที่นายน้อยฉินจดจำสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้นั้นยากเย็นกว่าการปีนขึ้นไปบนท้องฟ้าเสียอีก
ย้อนกลับไปสมัยมหาวิทยาลัย ฉินคั่วเปรียบเสมือนตัวแทนแห่งความเย่อยิ่งและเผด็จการ
เขาไม่สนใจอะไรและจดจำใครไม่ได้เลย
ดังนั้นใครหลายคนจึงอิจฉาอินอวี่โหรวที่ได้กินข้าวกับ ฉินคั่ว
ทว่าอินอวี่โหรวไม่คิดอะไร
เนื่องจากเธอเคยติดอยู่ข้างนอกกับฉินคั่ว ทั้งสองพยายามเอาชีวิตรอดอยู่นานกว่าจะได้รับความช่วยเหลือ
พวกเขาฝ่าฟันความทุกข์ยากมาด้วยกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ฉินคั่วจะปฏิบัติต่อเธอแตกต่างออกไปหรือเปล่า?
อินอวี่โหรวคิดว่าทั้งหมดเกิดขึ้นจากเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีต
“มันยากมากเลยนะที่พี่จะจำได้ว่าฉันชอบกินอะไร” อินอวี่โหรวเงยหน้าขึ้น น้ำเสียงฟังดูจงใจพูดเล็กน้อย
“ใครจะไปลืมอินอวี่โหรวของเราได้ล่ะ?” ฉินคั่วจะถูกอินอวี่โหรวยั่วยุง่าย ๆ ได้อย่างไร?
ประสบการณ์ชีวิตของเขากับอินอวี่โหรวไม่ได้ใกล้เคียงกันเลยแม้แต่น้อย
“ใช่ ๆ ๆ” ตอนนี้อินอวี่โหรวเริ่มคุ้นเคยกับวิธีการพูดจาของฉินคั่วแล้ว
เธอค้นพบว่าฉินคั่วในตอนนี้มีความเจียมเนื้อเจียมตัวน้อยกว่าเมื่อก่อน
แต่ถึงแม้ว่าฝีปากของเขาจะคมคาย อินอวี่โหรวก็ไม่ได้รู้สึกรังเกียจ
คงเป็นเพราะว่าฉินคั่วไม่ได้พูดจาว่าร้ายอะไรใส่เธอ
เมื่อเปรียบเทียบกับใครบางคน เขายังดีกว่ามาก
หลังจากอาหารมาเสิร์ฟแล้ว อินอวี่โหรวก็รู้สึกหิวพอดี ดังนั้นอินอวี่โหรวจึงกินเข้าไปเยอะมาก
ฉินคั่วมองดูเธอนั่งกินข้าวด้วยท่าทางสง่างาม ขณะที่เขานั่งเท้าคางและเขี่ยอาหารตรงหน้าด้วยความเบื่อหน่าย
อินอวี่โหรวกินอาหารไปได้สองคำก็สังเกตเห็นว่าฉินคั่วกำลังจ้องมองมาที่เธอ
เธอเห็นว่าเขาไม่ได้แตะต้องอาหารตรงหน้าเลย
อินอวี่โหรวจึงถามด้วยความสับสน “ทำไม? อาหารไม่ถูกปากเหรอ?”
“ไม่ ก่อนมาที่นี่ฉันกินมาเยอะแล้ว กินต่อไม่ไหวแล้วล่ะ” ฉินคั่วยักไหล่
เขาไม่ชอบอาหารรสหวานพวกนี้และเกลียดของหวานมาก ๆ แต่ตอนที่อยู่กับอินอวี่โหรว เขาพยายามบีบบังคับตนเองให้ลองชิมมันสักสองคำ
“แล้วทำไมสั่งมาเยอะขนาดนี้? จะไม่เสียเปล่าเหรอ?” อินอวี่โหรวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อยเมื่อมองดูอาหารจานใหญ่ตรงหน้าเธอ
“ขอแค่เธอชอบกินก็พอ” ฉินคั่วไม่คิดว่ามันมากเกินไป
ตราบใดที่อินอวี่โหรวชอบ เขาก็สามารถสั่งให้ร้านอาหารทำอาหารทั้งร้านมาเสิร์ฟให้เธอได้
“ฉันชอบกินก็จริง แต่กินไม่หมดหรอก” อินอวี่โหรวทำอะไรไม่ถูก
ฉินคั่วยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่รู้จักควบคุมตัวเองเลย
ไม่ว่ามันเยอะแค่ไหน ถ้าอยากได้ก็จะเอาให้ได้
“คราวหน้าอย่าสิ้นเปลืองแบบนี้นะรู้มั้ย?” อินอวี่โหรวพูดสั่งการหน้านิ่ง
ฉินคั่วที่ได้ยินคำพูดของเธอรู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก
“อินอวี่โหรว เธอมีสิทธิ์อะไรมาสั่งให้ฉันเชื่อฟังเธอ? คนเดียวที่จะสั่งฉันได้ก็คือแฟนฉันเท่านั้น เธออยากเป็นแฟนฉันมั้ยล่ะ?” ฉินคั่วเคาะโต๊ะ ดวงตาหรี่ลงและมีรูปทรงคล้ายสระอิเล็กน้อย
“พอเถอะ ฉันต่อสู้กับแฟนสาวสิบกว่าคนของพี่ไม่ไหวหรอก” อินอวี่โหรวอย่างทำอะไรไม่ถูก
สมัยเรียนมหาวิทยาลัย เธอรู้เรื่องทุกอย่างเกี่ยวกับฉินคั่ว
เขาเปลี่ยนแฟนบ่อยอย่างกับเปลี่ยนเสื้อผ้า ตระกูลฉินมีธุรกิจขนาดใหญ่ก็จริง แต่ฉินคั่วเจ้าชู้มากและมีผู้หญิงจำนวนมากที่มาเกาะติดเขา
เพียงแค่ได้คบหากับฉินคั่วก็ได้คุยโวไปหลายวันแล้ว
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าของฉินคั่วก็แข็งทื่อทันที
เขาหลงลืมไปได้อย่างไรว่าอินอวี่โหรวรู้เรื่องโง่เขลาทั้งหมดที่เขากระทำไปในวัยเด็ก
มาพูดอธิบายตอนนี้มันคงสายไปแล้วหรือเปล่า?
เขาคบหากับแฟนสาวพวกนั้นก็จริงแต่เขาแทบจะไม่เคยแตะต้องพวกเธอเลย หรือต่อให้เขาแตะต้องจริง ๆ มันก็เพียงเพื่อตอบสนองความต้องการทางสรีรวิทยาของเขาเป็นครั้งคราวเท่านั้น
หลังจากเจอกับอินอวี่โหรว เขาก็ยับยั้งชั่งใจตนเองและพยายามรักษาภาพพจน์เป็นรุ่นพี่ที่ดีต่อหน้าเธอ
น่าเสียดายที่เธอยังไปรู้เรื่องอะไรที่ไม่ควรรู้
“ก็แค่เล่น ๆ” ฉินคั่วเกาหัวแล้วพูดอธิบาย
“ฉันรู้” ฉินคั่วไม่เคยจริงจังกับอะไรเลย
ฉินคั่วเกาหัวอย่างหงุดหงิด ดูเหมือนว่ายิ่งเขาพูดอธิบายมากเท่าไหร่ก็ยิ่งแย่ลงกว่าเดิมมากเท่านั้น
แต่เขาจะใช้เวลาพิสูจน์ให้เธอเห็น
ตอนนี้พวกเขาเพิ่งโคจรกลับมาพบกัน ถึงอยากจะทำอะไรก็คงทำไม่ได้มาก
อินอวี่โหรวค่อย ๆ ก้มหน้าก้มตากินข้าว
เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลังจากเธอพูดคุยกับฉินคั่วแล้ว จู่ ๆ ฉินคั่วถึงได้อารมณ์เสียขึ้นมา
บทสนทนาฟังดูปกติอย่างเห็นได้ชัด
อินอวี่โหรวไม่เข้าใจว่าทำไมฉินคั่วถึงโกรธ
อารมณ์ของฉินคั่วนั้นไม่เคยคาดเดาได้แม้แต่ครั้งเดียว
เธอก้มหน้ากินอาหารเงียบ ๆ โดยไม่สนใจฉินคั่ว
จนกระทั่งเธอกินเสร็จ ฉินคั่วก็ส่งของหวานให้เธออย่างคุ้นเคย
“ขอบคุณ” อินอวี่โหรวของคุณเขา
“อินอวี่โหรว ตอนนี้มีแฟนหรือยัง?” ฉินคั่วมองดู อินอวี่โหรวกินขนม พลางคิดในใจว่าเขาไม่เคยเบื่อที่จะมองดูเลย
อินอวี่โหรวรู้สึกว่าไม่เพียงแต่อาหารเท่านั้นที่ถูกปากเธอ แต่ขนมหวานของที่นี่ยังอร่อยมากอีกด้วย
เพียงแค่กินอาหารเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ทำให้อินอวี่โหรวรู้สึกดีขึ้น
“ก็…” เธอตักขนมหวานใส่ปากและครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบว่า “ไม่มี และไม่คิดจะมีด้วย”
ดวงตาของฉินคั่วมืดมนลงทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น “ทำไมไม่คิดจะมี?”
“แค่รู้สึกเหนื่อย และไม่อยากมีอีกแล้ว” อินอวี่โหรวถอนหายใจ
“เรื่องแบบนี้ขึ้นอยู่กับบุคคล ถ้าอยู่กับฉัน เธอก็ไม่คิดงั้นหรอก” ฉินคั่วค่อย ๆ พูดบอก
“ลืมมันซะเถอะ” น้ำเสียงของอินอวี่โหรวเต็มไปด้วยความไม่วางใจอย่างชัดเจน
คบหากับฉินคั่วเนี่ยนะ? เธอไม่เคยคิดถึงเรื่องนี้เลย
หลังจากที่ทั้งสองกินอาหารเสร็จแล้ว ฉินคั่วก็ไปส่ง อินอวี่โหรวที่บ้าน
จนกระทั่งมาถึงประตูรั้ว อินอวี่โหรวก็บอกลาฉินคั่ว
ฉินคั่วมองดูอินอวี่โหรวด้วยดวงตาแห่งความครอบงำที่ขยายใหญ่ขึ้นในความมืดมิด “อินอวี่โหรว พรุ่งนี้ออกไปเล่นกันมั้ย?”
“ดะ…”
“มันเป็นใคร?” ขณะที่อินอวี่โหรวกำลังจะตอบตกลง เสียงอันเยือกเย็นราวกับพายุหิมะก็ดังมาจากทางด้านหลัง ทำให้ผู้ฟังถึงกับตัวสั่นเทา