พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 582 เมื่อไหร่จะถูกปล่อยตัว
ตอนที่ 582
เมื่อไหร่จะถูกปล่อยตัว
ช่วงนี้มู่อวี้เฉิงได้ใช้เวลากับอาจารย์ซ่งฉิงแล้ว และรู้ว่าอาจารย์ซ่งฉิงเป็นคนอารมณ์ดี
แต่ลิ่นอวี๋เหยียนเป็นเพื่อนกับอาจารย์ซ่งฉิงมาหลายสิบปีแล้ว ย่อมรู้จักเธอดีกว่าเขา ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะเชื่อฟัง ลิ่นอวี๋เหยียนและไม่ไปที่สตูดิโอ เขารอถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่บ้าน ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาก่อนแล้วจึงจะขอโทษ
ตอนนี้มู่อวี้เฉิงอยากจะรีบพุ่งตัวออกไปดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอย่างไรบ้าง
วิธีการที่เขาใช้ครอบครองถงเหมี่ยวเหมี่ยวผิดปกติมาโดยตลอด
ตอนนี้เขาเข้าใจแล้ว
หลังจากได้รับการกระตุ้นจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมื่อคืนนี้ สัตว์ร้ายที่ถูกกักขังอยู่ในใจของเขาก็หลุดออกจากกรงและทำให้เขาทำอะไรผิดพลาดไป
โชคดีที่มันยังไม่เลยเถิดมาถึงจุดที่เขาไม่สามารถแก้ไขได้
ทว่าเขารอจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกเรียนแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังไม่กลับมา เขาจึงค้นพบว่าตัวเองมีความสุขเร็วเกินไป
เขากังวลมากและโทรศัพท์หาถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดตอบรับทันที และมู่อวี้เฉิงก็พูดอย่างรวดเร็ว “เหมี่ยวเหมี่ยว…”
แต่ก่อนที่ความตื่นตระหนกจะจบลง เขาก็ค้นพบว่าคนที่รับสายไม่ใช่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่เป็นอาจารย์ซ่งฉิง น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงจึงฟังดูหดหู่ลงเล็กน้อย “ป้าซ่งฉิง”
“ช่วงนี้เหมี่ยวเหมี่ยวจะมาอยู่กับป้าก่อน ส่วนเธอนะ อยู่ตรงนั้นคนเดียวแล้วคิดไตร่ตรองให้ดี เอาไว้ป้ารู้สึกดีขึ้นเมื่อไหร่ จะพาไปส่งคืนให้” อาจารย์ซ่งฉิงพูดและกดวางสายลงอย่างรวดเร็ว
มู่อวี้เฉิงอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่มันกลับสายเกินไป
อาจารย์ซ่งฉิงไม่ยอมให้เขาได้ยินเสียงของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยซ้ำ
ต่อมา เขายังคงกดโทรศัพท์ไปหา แต่อาจารย์ซ่งฉิงกลับเป็นคนรับสายเสมอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสวมชุดนอน และนั่งอยู่บนเตียงที่อาจารย์ซ่งฉิงจัดเตรียมมาให้เธอ
เธอมองดูอาจารย์ซ่งฉิงแล้วลังเลที่จะพูด
อาจารย์ซ่งฉิงถือโทรศัพท์มือถือของเธอไว้ในมือแล้วพูดว่า “ทำไม? ทนไม่ไหวเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
ในตอนแรกเธอค่อนข้างโกรธ แต่เธอคิดว่าไม่จำเป็นต้องเลยเถิดมาถึงจุดนี้
โดยปกติมู่อวี้เฉิงจะใจดีกับเธอมาก และมู่อวี้เฉิงก็เล่าความจริงทั้งหมดให้เธอฟัง
เธอกลับมาย้อนคิดอย่างรอบคอบในภายหลังและพบว่าเธอเองก็ไม่ได้ทำถูกนัก
เธอรู้ว่ามู่อวี้เฉิงห่วงใยเธอ แต่เธอกลับจงใจพูดแบบนั้นออกไป
คำพูดดังกล่าวมันเป็นการเหยียบย่ำหัวใจของมู่อวี้เฉิงไม่ใช่เหรอ?
เมื่อเห็นสีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว อาจารย์ซ่งฉิงก็จับมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “ไอหยา ทำไมทนไม่ไหวล่ะ? ผู้ชายจะทำตัวเสียนิสัยไม่ได้ เธอต้องสั่งสอนบทเรียนให้เขาหน่อย”
“มา เหมี่ยวเหมี่ยว ป้าจะให้ดูอะไรบางอย่าง” อาจารย์ซ่งฉิงดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปยืนตรงหน้าตู้เสื้อผ้า
อาจารย์ซ่งฉิงเปิดตู้เสื้อผ้า และเผยให้เห็นชุดกระโปรงเล็ก ๆ ที่สวยงามหลายตัวแขวนอยู่ในตู้เสื้อผ้า
ในที่สุดถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้าใจว่าทำไมเมื่อสักครู่นี้อาจารย์ซ่งฉิงไม่พาเธอกลับไปเอาเสื้อผ้า
“นี่คือชุดกระโปรงที่ป้าเคยใส่ตอนสาว ๆ เรามีรูปร่างคล้ายกัน เธอน่าจะใส่มันได้ น่าเสียดาย ป้ามีชุดกระโปรงเยอะมาก แต่ไม่เคยได้ใส่มันสักครั้ง” อาจารย์ซ่งฉิงจับชุดกระโปรงด้วยสายตาคะนึงหา
“ทำไมไม่เคยใส่เลยล่ะคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองออกว่าอาจารย์ซ่งฉิงชอบชุดกระโปรงพวกนี้มาก
“เรื่องในอดีตน่ะ ป้าก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่เธอจะสวมอะไรที่แม่ทูนหัวมอบให้ก็ได้นะ ไม่เป็นไร” อาจารย์ซ่งฉิงตบไหล่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ และเดินออกไป
เธอไม่รู้ว่าเธอคิดไปเองหรือเปล่า แต่เธอรู้สึกว่าสีหน้าของอาจารย์ซ่งฉิงดูโศกเศร้า
ชุดกระโปรงพวกนี้สวยงามมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเอื้อมมือออกไปสัมผัสมันเบา ๆ
ท้ายที่สุดเธอเลือกมันออกมาสองชุดเพื่อเอามาสวมใส่
ด้วยบุคลิกที่ไม่ยอมแพ้ของอาจารย์ซ่งฉิง หากไม่เห็นเธอใส่ชุดกระโปรง อีกฝ่ายคงจะต้องพูดอะไรสักอย่าง
หลังจากเลือกชุดกระโปรงแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โน้มตัวลงบนเตียงด้วยความรู้สึกเหนื่อยล้า
วันนี้อารมณ์ของเธอแปรปรวนมากจริง ๆ
หลังจากนอนแผ่อยู่บนเตียงสักพัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกลังเล แต่สุดท้ายก็ส่งข้อความไปหามู่อวี้เฉิงเพื่อไม่ให้เขาที่อยู่ในบ้านพักคนเดียวรู้สึกกังวล
“ฉันอยู่ที่บ้านของอาจารย์ซ่งฉิง สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง”
“ขอโทษนะ เหมี่ยวเหมี่ยว คุณเจ็บมั้ย? ทายาหรือยัง?” ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดส่งข้อความ มู่อวี้เฉิงก็ตอบกลับมาทันที
ราวกับว่าเขากำลังรอข่าวสารจากเธออยู่หน้าโทรศัพท์
“ไม่ได้ทายาหรอก แค่กลับมาประคบร้อนน่ะ อาการปวดลดลงเยอะแล้ว ไม่ได้ร้ายแรงขนาดนั้น ฉันก็ผิดเหมือนกัน ฉันไม่น่าไปถามแบบนั้นกับคุณเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขอโทษ
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว ต่อไปผมจะไม่ทำแบบนี้อีก” มู่อวี้เฉิงเอาแต่คิดว่าจะทำอย่างไรดีหากถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ให้อภัยเขา
นึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่ตำหนิเขาเลย
ทำให้มู่อวี้เฉิงรู้สึกโล่งใจอยู่ครู่หนึ่ง
“แล้วคุณจะกลับมาเมื่อไหร่?” พอไม่มีถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว มู่อวี้เฉิงก็รู้สึกเหมือนบ้านว่างเปล่า
เขาไม่มีแรงจะทำอะไรเลย
“ไม่รู้สิ อาจารย์ซ่งฉิงให้ฉันมาอยู่สักสองสามวัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่อาจารย์ซ่งฉิงจะปล่อยตัวเธอไป
เธอรู้สึกว่าครั้งนี้อาจารย์ซ่งฉิงดูโกรธมาก
“งั้นก็ไม่เป็นไร ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็โทรหาผมนะ ผมจะรีบไป” อาจารย์ซ่งฉิงเป็นคนพาเธอไปที่นั่น และมู่อวี้เฉิงก็ไม่สามารถพูดอะไรได้
“อืม ฉันไปนอนก่อนนะ ฝันดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและหลับตาลง
วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยล้ามาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงผล็อยหลับไปทันที
มู่อวี้เฉิงยังอยากคุยอะไรกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวอีกมากมาย
แต่เมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดราตรีสวัสดิ์ เขาก็เก็บงำคำพูดทั้งหมดไว้ในใจและบอกราตรีสวัสดิ์กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสับสนเล็กน้อยเมื่อตื่นขึ้นมาอยู่นาภพแวดล้อมที่แปลกประหลาด จนกระทั่งเธอสัมผัสได้ถึงหมอนเย็น ๆ เธอก็ตระหนักได้ว่าเธอไม่ได้อยู่ในบ้านพักกับมู่อวี้เฉิง
แต่ที่นี่เป็นบ้านของอาจารย์ซ่งฉิงต่างหาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาบน้ำแต่งตัว สวมเสื้อผ้าและเดินลงไปที่ชั้นล่าง
อาจารย์ซ่งฉิงกำลังกินข้าวเช้าอยู่ที่ชั้นล่าง
อาจารย์ซ่งฉิงหันกลับมาและตกตะลึงเล็กน้อยเมื่อเห็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตรงเข้าไปหาอาจารย์ซ่งฉิง อาจารย์ซ่งฉิงก็กลับมาได้สติอีกครั้ง
อาจารย์ซ่งฉิงจ้องไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสนมากจึงยกมือขึ้นมาโบกสะบัดต่อหน้าอาจารย์ซ่งฉิง “แม่ทูนหัวคะ เป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ?”
“เธอดูคล้ายกับแม่ตอนสมัยยังสาวมาก รับเธอเป็นลูกทูนหัวไม่เสียเปล่าจริง ๆ” อาจารย์ซ่งฉิงสัมผัสใบหน้าของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ราวกับว่าเธอสามารถมองเห็นตัวเองในวัยเยาว์ได้ผ่านถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“แม่ทูนหัว ตอนสาว ๆ คุณเป็นยังไงเหรอคะ? ฉันได้ยินมาว่าแม่มาทำงานที่ประเทศวายตั้งแต่เด็ก ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอิจฉาอาจารย์ซ่งฉิงจริง ๆ ที่เธอกลายเป็นศิลปินในประเทศวาย
“ฉันจะเป็นยังไงได้ล่ะ? ตอนแรกมีเรื่องเกิดขึ้นที่บ้านจนฉันต้องออกมาข้างนอก แต่พอคิดจะกลับไปก็นึกขึ้นได้ว่ามันไม่มีประโยชน์ที่จะกลับไป” น้ำเสียงของอาจารย์ซ่งฉิงเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
บ้านที่ไม่สามารถหวนคืนกลับไปได้
จะต้องเป็นความรู้สึกที่แย่มากแน่ ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมืออาจารย์ซ่งฉิงแล้วพูดเบา ๆ ว่า “แม่ทูนหัว เรื่องร้าย ๆ ในอดีตผ่านไปแล้วค่ะ ตอนนี้คุณไม่เป็นอะไรแล้ว”