พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 588 ฉันเข้าใจเธอผิด
ตอนที่ 588
ฉันเข้าใจเธอผิด
หลังจากตื่นนอนในวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่กล้ารีรอชักช้า เธอรีบไปหาอาจารย์ซ่งฉิงที่สตูดิโอและบอกเล่าความคิดที่เธอเพิ่งคิดออกเมื่อคืนให้อีกฝ่ายฟัง
อาจารย์ซ่งฉิงรู้สึกประทับใจมาก แต่เธอยังคงกังวลอีกหนึ่งเรื่อง “แนวคิดการออกแบบที่ดึงเอาศิลปะของประเทศจีนมาเข้าร่วมด้วยนั้นก็ดี เพราะยังไงซะแต่ละประเทศล้วนมีความงามที่แตกต่างกัน แต่อาจารย์กังวลว่าคุณแอนนาจะไม่ถูกใจน่ะสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบคาง “นั่นก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งค่ะ แต่อาจารย์ซ่งฉิงค่ะ หนูรู้สึกว่าต่อให้คุณแอนนาจะเป็นคนปลิ้นปล้อน แต่เธอก็รู้วิธีการออกแบบดี หนูเชื่อว่าการออกแบบที่ดีนั้นจะต้องไม่มีขอบเขต อาจารย์ซ่งฉิง ช่วยมาเป็นหลักประกันให้หนูหน่อยได้มั้ยคะ?”
“เธอพูดถูก เรามาลองดูกันสักตั้งเถอะ ไม่ว่ามันจะยากเย็นแค่ไหนมันก็ต้องมีทางออกสักทางแหละน่า แค่เชื่อเอาไว้ว่าเราทำได้” อาจารย์ซ่งฉิงก็มีความหวังเช่นกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมอบความเชื่อถือให้ผู้คนได้ดีมากจนเธอรู้สึกอธิบายไม่ถูก
จากนั้นเป็นต้นมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มตรวจสอบข้อมูลในสตูดิโอ
เธออยากจะหาลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ก่อน เลือกภาพอันดับแรกขึ้นมาแล้วค่อยพิจารณาภาพอื่น ๆ ตาม
เพียงเสาะหาลวดลายต่าง ๆ กว่าจะรู้ตัวอีกทีช่วงเช้าก็ผ่านไปแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้นั่งจ้องอะไรแบบนี้มานานแล้ว ดวงตาของเธอจึงรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย
เธอเอนหลังบนเก้าอี้และหลับตาเพื่อพักผ่อน
ในเมื่อยังไม่พบลวดลายที่พึงพอใจ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่มีอารมณ์อยากจะกินอะไรเหมือนกัน
อาจารย์ซ่งฉิงเป็นห่วงและไม่เห็นเธอเดินออกมาจากประตูห้องทำงานเลย เธอจึงคาดเดาว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่ได้กินข้าว
หลังจากอาจารย์ซ่งฉิงกลับมา เธอก็เอาข้าวไปให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ฉันรู้ว่าเธอไม่ค่อยอยากกินอะไร ก็เลยซื้อโจ๊กมาให้เธอ”
“ขอบคุณค่ะอาจารย์ซ่งฉิง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประหลาดใจมากที่ได้รับการเอาใจใส่ เธอวางแผนจะใช้เวลาอีกสักพักแล้วค่อยออกไป
แต่หลังจากจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง เวลาย่อมผ่านไปเร็วเสมอ
นึกไม่ถึงว่าอาจารย์ซ่งฉิงจะสังเกตเห็นเธอด้วย
“มาขอบคุณอะไร? ฉันสิต้องขอบคุณเธอ นี่ควรจะเป็นผลงานของสตูดิโอเรา ใครจะรู้ว่าความประมาทของฉันจะทำให้เธอต้องมาทุกข์ระทม” อาจารย์ซ่งฉิงตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เบา ๆ
ปัญหานี้เป็นความผิดของเธอเช่นกัน
หากเธอแนะนำตัวตนของถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ทุกคนรู้จักตั้งแต่แรก คงจะไม่มีใครมีความคิดแบบนี้
เธอเฝ้าดูเด็ก ๆ พวกนี้มาและรู้ว่าพวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร เพียงแค่อยากจะโลดแล่นอยู่ในวงการออกแบบจึงใช้ทางลัดไต่เต้าปีนขึ้นไปหาความสำเร็จโดยเร็วที่สุด
“อาจารย์ซ่งฉิง อาจารย์ช่วยหนูมามากแล้ว ถึงตาที่หนูต้องตอบแทนอาจารย์บ้างแล้วล่ะค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่คิดว่ามันจะเป็นปัญหาอะไร
เธอเพียงรู้สึกว่านี่เป็นความท้าทายสำหรับเธอ
และไม่มีอะไรเลย
“เหมี่ยวเหมี่ยว สู้ ๆ นะ ถ้าเกิดไม่เข้าใจตรงไหนก็ถามได้” อาจารย์ซ่งฉิงตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ค่ะ อาจารย์ซ่งฉิง” หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตอบรับอาจารย์ซ่งฉิง อาจารย์ซ่งฉิงก็กลับไปที่ห้องทำงานของตนเอง
อาจารย์ซ่งฉิงมีหลายเรื่องให้จัดการทุกวัน และหลังจากส่งมอบงานให้เธอแล้ว อาจารย์ซ่งฉิงก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ดูแลเธออีก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูลวดลายที่เธอพึงพอใจและกดบันทึกภาพที่ชื่นชอบเอาไว้
เธอมองดูรูปภาพมาเกือบทั้งวันแล้วแต่กลับไม่ได้อะไรเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืดตัวขึ้น และในที่สุดก็ลุกขึ้นเดินออกไปดื่มน้ำ
หลังจากเธอถือแก้วน้ำเข้าไปในห้องน้ำชา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เจอกับคนคนหนึ่ง นั่นคือแซนดี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ถามแซนดี้ว่าทำไมถึงทำเรื่องผิดพลาดใหญ่โตแบบนี้ และทำไมอาจารย์ซ่งฉิงถึงไม่ไล่แซนดี้ออก
การทำงานในสตูดิโอนั้นแตกต่างจากการทำงานในบริษัท เธอรู้สึกว่าที่อาจารย์ซ่งฉิงทำแบบนี้จะต้องมีเหตุผล
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้ถามอะไร
นับตั้งแต่เธอรู้ว่าแซนดี้มีความเคียดแค้นต่อเธอ เธอก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่เดินเข้าไปใกล้แซนดี้ และไม่ไปยึดติดอะไรกับอีกฝ่ายอีก
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดได้เช่นนั้น จิตใจของเธอก็เปิดโล่งขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามากดน้ำและกำลังจะเดินออกไป
ทว่าแซนดี้ที่ยืนอยู่ข้างหลังถือแก้วในมือไว้แน่นจนปลายนิ้วเปลี่ยนเป็นสีขาว
เธอลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะกัดริมฝีปากและพูดขึ้นว่า “สวัสดี”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าแซนดี้ไม่ได้พูดกับเธอ เธอจึงไม่ได้หยุดเดิน
เมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่หยุดเดิน แซนดี้ก็เริ่มอารมณ์เสีย
เธอกระแอมในลำคอแล้วตะโกนว่า “สวัสดี ถงเหมี่ยวเหมี่ยว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดเดินทันทีหลังจากได้ยินเสียงเรียกชื่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมามองแซนดี้ด้วยความสงสัย “เรียกฉันเหรอ?”
แซนดี้เดินเข้าไปใกล้ ๆ เธอ สูดลมหายใจเข้าลึกและโค้งให้กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว “เรื่องในวันนั้น ฉันขอโทษนะ ฉันเข้าใจเธอผิดไป”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่ามันยากเย็นแค่ไหนที่คนหยิ่งยโสอย่างแซนดี้จะก้มหัวลง
นักออกแบบทุกคนภาคภูมิใจในตัวเองกันมาก
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเข้าใจความรู้สึกนี้เป็นอย่างดี
มันไม่ง่ายเลยที่แซนดี้จะมาขอโทษเธอ
นี่คือเรื่องที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดไม่ถึงจริง ๆ
หลังจากได้ยินคำขอโทษแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้ถือตนและยกโทษให้แซนดี้ทันที “ไม่เป็นไร เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว มารีบช่วยกันแก้ไขปัญหาดีกว่า สตูดิโอนี้ไม่ได้เป็นแค่ของอาจารย์ซ่งฉิงคนเดียว แต่ยังเป็นของทุกคนด้วย แต่ฉันก็หวังว่าหลังจากนี้เธอจะเข้าใจสถานการณ์ต่าง ๆ และไม่ทำให้อาจารย์ซ่งฉิงกังวลอีก”
เมื่อแซนดี้เห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ตำหนิเธอ หนำซ้ำยังพูดคุยกับเธออย่างใจดี แซนดี้ก็รู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิม
เพียงเพราะเธออิจฉา เธอถึงได้เข้าใจคนดี ๆ แบบนี้ผิดไป
“ฉันเข้าใจแล้ว” หลังจากผ่านไปนาน แซนดี้ก็พึมพำตอบรับ
“เอาล่ะ ในเมื่อไม่มีอะไรแล้ว ฉันกลับไปที่ออฟฟิศก่อนนะ เวลาไม่รอใคร ฉันต้องไปออกแบบของให้คุณแอนนา” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีทางเลือกอื่น
แม้เวลาจะล่วงเลยไปจนหมดวันแล้ว แต่เธอก็ยังติดอยู่กับขั้นตอนการเลือกลวดลาย
ประสิทธิภาพนี้ ทำให้เธอไม่กล้าแม้แต่จะชมเชยตัวเอง
แซนดี้ยังคงไม่ไปไหน และติดตามอยู่ทางด้านหลัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“มีอะไรหรือเปล่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
แซนดี้เกาจมูกด้วยความลำบากใจ “ผลงานของคุณแอนนาก่อนหน้านี้น่ะ ฉันเป็นคนออกแบบให้เธอเอง ถ้าเกิดเธอไม่เข้าใจอะไรก็ถามฉันได้นะ”
แม้ว่าคุณแอนนาจะเจ้าเล่ห์และคุยด้วยยาก
แต่เธอก็ร่ำรวยมาก และทุกครั้งที่เธอพึงพอใจกับผลงาน คนที่ออกแบบก็จะได้รับเงินอัดฉีดเป็นเงินจำนวนมหาศาลเสมอ
“ก็ได้ ฉันเลือกรูปมาบ้างแล้ว ช่วยดูหน่อยสิ” คุณแอนนาเป็นคนประเทศวายและแซนดี้ก็เช่นกัน
ทัศนคติทางด้านความงามอาจจะคล้ายคลึงกันก็ได้
ไม่อย่างนั้นคุณแอนนาจะพึงพอใจกับผลงานการออกแบบของแซนดี้เหรอ
“ได้” แซนดี้เดินตามถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปในห้องทำงาน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดึงเก้าอี้มาให้แซนดี้นั่ง
จากนั้นเธอนั่งลงและกดเปิดภาพถ่ายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์
เมื่อเห็นภาพถ่ายบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ดวงตาของแซนดี้ก็เป็นประกาย “นี่อะไรน่ะ? สวยมาก”
“นี่เป็นรูปแบบและลวดลายที่มีความหมายในประเทศของฉัน เป็นสัตว์ในตำนานน่ะ” เมื่อได้ยินคำชมของแซนดี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกภาคภูมิใจในประเทศของตนเองขึ้นมา
“ประเทศของเธอน่าทึ่งมาก คุณจะเอาลายพวกนี้มาออกแบบบนกำไลเหรอ?” แซนดี้ถามอย่างสงสัย
“ใช่ เธอว่าเป็นยังไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงแอบกังวล
“ก็ได้นะ ฉันคิดว่างานศิลปะมันเป็นธรรมชาติ และมันก็น่าทึ่งมากจริง ๆ” ความประหลาดใจยังคงปรากฏอยู่ในสายตาของแซนดี้ และเธอก็จ้องมองถาพนั้นโดยไม่ละสายตาเลย