พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 589 อย่ารีบร้อน
ตอนที่ 589
อย่ารีบร้อน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงยุ่งมาก หลังจากเลือกลวดลายได้แล้ว เธอก็ต้องเลือกวัสดุในการทำสร้อยข้อมือต่อ
วัสดุสร้อยข้อมือส่วนใหญ่ในประเทศวายล้วนทำมาจากทองคำและเงิน
แซนดี้คอยช่วยเหลือและยังให้คำแนะนำอีกด้วย
วันรุ่งขึ้น อาจารย์ซ่งฉิงรู้สึกประหลาดใจมากที่เห็นทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน
อย่างไรก็ตาม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะมีพลังวิเศษที่ทำให้คนอื่นอยากเข้าใกล้เสมอ
อาจารย์ซ่งฉิงจึงเดินเข้าไปดู
อาจารย์ซ่งฉิงมองดูรูปภาพและลวดลายที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลือกเอาไว้แล้วอดจะหัวเราะไม่ได้ เธออยากจะช่วยถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่สุดท้ายเธอกลับช่วยอะไรไม่ได้เลย
เมื่อแซนดี้เห็นอาจารย์ซ่งฉิง เธอก็ลุกขึ้นยืนด้วยความลังเล ทว่าร่างกายของเธอกลับตึงเครียดจนประหม่า “อาจารย์ซ่งฉิง”
อาจารย์ซ่งฉิงไม่ได้พูดอะไร เดินเข้าไปตบไหล่แซนดี้และส่งยิ้มให้เบา ๆ “เหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจอะไรเลย ช่วยเธอด้วยนะ”
แซนดี้พยักหน้าอย่างแรง “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันจะช่วยเธอเต็มที่”
หลังจากอาจารย์ซ่งฉิงพูดให้คำแนะนำแล้ว เธอก็เดินตรงเข้าไปในห้องทำงาน
แซนดี้ทิ้งตัวลงบนเก้าอี้อย่างไร้เรี่ยวแรง “ฉันนึกว่าฉันจะโดนอาจารย์ซ่งฉิงดุแล้วซะอีก”
เมื่อแซนดี้ได้เข้ามาช่วยเหลือ เธอก็ตระหนักได้ว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับอาจารย์ซ่งฉิงไม่ได้พูดโกหก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการออกแบบเลยจริง ๆ
แต่เธอค่อนข้างฉลาดและมีพรสวรรค์ทางด้านการออกแบบ พอแซนดี้คอยอธิบายให้เธอฟังข้าง ๆ เธอก็เข้าใจในทันที
แซนดี้อิจฉาถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เข้าใจอะไรง่าย
ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเก่งมากจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูข้อมูลแล้วอดยิ้มไม่ได้ “คุณกล้าทำแบบนี้ต่อหน้าอาจารย์ซ่งฉิงได้ยังไง ไม่กลัวเลยนะ”
“กลัวสิ แต่ฉันแค่พยายามดิ้นรน ไม่นึกว่าจะได้เอามาพูดเป็นเรื่องตลกแบบนี้” แซนดี้เกาหัวด้วยความเขินอาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมา ต้องการพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ โทรศัพท์มือถือบนโต๊ะก็ดังขึ้น
เธอเหลือบมองดูเบา ๆ และพบว่าสายเรียกเข้ามาจากอินอวี่โหรว
ช่วงนี้เธอยุ่งมากและไม่มีเวลาติดต่อกับอินอวี่โหรวเลย
“โทษที ฉันขอไปรับสายก่อนนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขอตัวกับแซนดี้ จากนั้นก็ลุกขึ้นไปคุยโทรศัพท์ที่ทางเดิน
“อวี่โหรว มีอะไรเหรอ?” สายเรียกเข้าถูกตัดไปโดยอัตโนมัติหลังจากรอคอยมานานเกินไป แต่หลังจากนั้นอินอวี่โหรวก็โทรมาหาอีกครั้ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรีบกดรับสายอย่างว่องไว
“เหมี่ยวเหมี่ยว ยุ่งอยู่หรือเปล่า ฉันไม่ได้รบกวนเธอใช่มั้ย?” น้ำเสียงอ่อนโยนของอินอวี่โหรวดังมาจากปลายสาย
“ไม่รบกวนหรอก แต่ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นนิดหน่อย ฉันก็เลยยุ่งมาก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดตอบรับด้วยน้ำเสียงที่ทำอะไรไม่ถูก
“เกิดอะไรขึ้น? ร้ายแรงหรือเปล่า?” อินอวี่โหรวกังวลมากเช่นกัน
“ไม่มีไร ๆ ทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแค่พูดบ่นและไม่มีความตั้งใจจะเล่าเรื่องนี้ให้อินอวี่โหรวฟัง
อินอวี่โหรวเป็นคนอ่อนไหวและมีแนวโน้มว่าจะคิดมาก ดังนั้นเธอจึงไม่อยากเล่าอะไร
“งั้นก็ดี” อินอวี่โหรวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเวลา ตอนนี้ที่เมืองเป่ยน่าจะเป็นเวลาเที่ยงคืนแล้ว
“ไม่มีอะไร ฉันแค่คิดถึงเธอน่ะ”
“ฉันก็คิดถึงเธอ คนดี ฉันจะรีบกลับไปหาเธอแน่นอน” แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะอยากคุยกับอินอวี่โหรวให้มากกว่านี้ แต่ตอนนี้เธอกำลังเร่งรีบ เธอจึงต้องรีบวางสายลง “อวี่โหรว ฉันไปทำงานก่อน เดี๋ยวว่างแล้วฉันโทรหานะ”
“อืม…” อินอวี่โหรวตอบรับ
“เหมี่ยวเหมี่ยว!” อินอวี่โหรวร้องตะโกนทันที
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบถามกลับ เธอรู้สึกว่าน้ำเสียงของอินอวี่โหรวฟังดูผิดปกติไป
“ไม่มีอะไร แค่ดูแลสุขภาพด้วยนะ” อินอวี่โหรวพูดขึ้น ช้า ๆ
“เธอก็เหมือนกัน แค่นี้ก่อนนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดจบและรีบกดวางสายลง
อินอวี่โหรวมองดูหน้าจอโทรศัพท์ที่ดับลง เธอจ้องมองมันอยู่สักพักก่อนจะวางโทรศัพท์ลง
เธอฟังคำแนะนำของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและไปทดสอบ ฉินคั่ว จากนั้นฉินคั่วก็ยอมรับว่าชอบเธอจริง ๆ
หลังจากรับรู้ผลการทดสอบ อินอวี่โหรวก็ไม่ได้ผ่อนคลายอย่างที่คิด และรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย
ในความคิดของเธอ ดูไม่มีทางที่ฉินคั่วจะมาชอบเธอได้เลย
บางทีภาพลักษณ์เพลย์บอยของฉินคั่วจะหยั่งลึกอยู่ในใจของเธอมากเกินไป
เธอไม่เชื่อว่าฉินคั่วจะชอบเธอ
ฉินคั่วบอกว่าเขาชอบเธอ แต่นั่นอาจจะเป็นความคิดสนุก ๆ ของเขาก็ได้
ดังนั้นอินอวี่โหรวจึงหวาดกลัวและพยายามหลีกเลี่ยง ฉินคั่ว
อินอวี่โหรวอยากจะเล่าเรื่องนี้ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง
แต่เธอคิดว่าเธอไม่สามารถขอร้องให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวช่วยเหลือเธอได้ทุกครั้งหรือเปล่า?
นอกจากนี้เธอโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
เธอต้องจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง
ดังนั้นหลังจากโทรศัพท์ไปหาแล้ว เธอจึงพูดอะไรไม่ออก
ขณะที่เธอกำลังคิดเรื่องนี้ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
อินอวี่โหรวกำลังคิดไปเรื่อยเปื่อย เธอจึงกดรับสายทันทีโดยไม่ได้ดูชื่อคนโทรมา
“อินอวี่โหรว” น้ำเสียงที่ฟังดูไม่แยแสเล็กน้อยดังขึ้นจากปลายสาย
อินอวี่โหรวที่ได้ยินเสียงดังนั้นอารมณ์เสียและรู้สึกหดหู่ขึ้นมาทันที เธอรีบกดวางสายโดยไม่ต้องคิด
หลังจากฉินคั่วที่อยู่ปลายสายได้ยินเสียงปิ๊บ ใบหน้าของเขาก็แข็งค้างไปครู่หนึ่ง
เขาโยนโทรศัพท์ลงบนเบาะรถยนต์โดยไม่ใส่ใจ จากนั้นก็หยิบบุหรี่ออกมาจ่อริมฝีปาก
ควันบุหรี่ที่พุ่งออกมาปกคลุมใบหน้าของเขาจนดูคลุมเครือเล็กน้อย
ฉินคั่วดูค่อนข้างเย็นชาและแข็งกระด้าง แต่เขากลับมีดวงตาสน้ำตาลอ่อนเหมือนกับลูกท้อ
ดวงตาสีลูกท้อดูอ่อนโยนมาก ความสงบทำให้เขาดูนุ่มนวลลง แต่รูปลักษณ์ภายนอกกลับยังดูร้อนแรงและไม่ให้ใครมาเหยียดหยามได้
ทว่าดวงตาสีลูกท้อในตอนนี้กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความรำคาญ
อันที่จริง เขาพอจะคาดเดาผลลัพธ์นี้ได้
ก่อนหน้าเขาไปเจอกับอินอวี่โหรวมา และอินอวี่โหรวก็ถามกึ่งตลกว่าเขาชอบเธอหรือเปล่า
เขาสามารถโกหกเรื่องอื่นได้ แต่เขาไม่สามารถหลอกลวงอินอวี่โหรวเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้
ดังนั้นเขาจึงยอมรับโดยไม่คิด
เขายังคงไม่ลืมดวงตาเบิกกว้างของอินอวี่โหรว ราวกับเธอเพิ่งได้ยินเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
อันที่จริงอินอวี่โหรวก็ไม่ได้คาดหวังว่าฉินคั่วจะชอบเธอ
ทันทีที่เห็นดวงตาของอินอวี่โหรว ฉินคั่วก็พอจะคาดเดาได้ว่าอินอวี่โหรวจะต้องหลบหน้าเขา
ตอนที่เขาเจอกับอินอวี่โหรว ฉินคั่วเอาแต่บอกตัวเองว่าอย่ารีบร้อน
แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะเผลอทำตัวรีบร้อนจนทำให้เธอหนีหายไป
หากเป็นเช่นนี้ อินอวี่โหรวก็คงจะไม่มาเจอหน้าเขาอีก
เขาต้องคิดหาวิธีการอื่น
ฉินคั่วหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและกดโทรออก
“ไอเด็กเวร โทรมาหาฉันมีเรื่องอะไรอีกล่ะ?” เสียงที่ดูมีอายุเต็มไปด้วยถ้อยคำติเตียน แต่กลับผสมปนเปไปด้วยความสุขของผู้พูด
“ปู่เป็นเพื่อนกับผู้เฒ่าอินไม่ใช่เหรอ? รู้มั้ยว่าผู้เฒ่าอินชอบอะไร?” ฉินคั่วพูดถามตรง ๆ เพราะไม่อยากพูดไร้สาระ
“คนแก่ก็น่าจะชอบของอยู่ไม่กี่อย่างไม่ใช่เหรอ? กระดานหมากรุก วัตถุโบราณ ภาพวาดตัวอักษร…” คุณปู่ฉินพูดบอกอยู่นานโดยไล่เรียงจากสิ่งต่าง ๆ ที่ผู้เฒ่าอินชอบ
หลังจากพูดบอกอยู่นาน เขาก็ได้สติ “ว่าแต่ แกถามทำไม?”
ไอเด็กเวรนี่ดูไม่ใช่คนที่จะหาของขวัญเหมาะสมมาให้ใครสักหน่อย
“ฉันเตือนแกแล้วนะ อย่าไปยุ่ง!”
“ปู่ไม่ต้องรู้หรอกว่าผมจะทำอะไร แค่ช่วยผมเตรียมของก็พอ” ฉินคั่วบังคับพวงมาลัยรถยนต์อย่างไม่ใส่ใจนัก