พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 590 ทำไมถึงสนใจเธอ
ตอนที่ 590
ทำไมถึงสนใจเธอ
คุณปู่ฉินสบถอย่างเย็นชา “ถ้าแกไม่บอกฉันว่าแกจะเอาไปทำอะไร ฉันก็ไม่ช่วยแกเตรียมของหรอก”
เขาจะควบคุมความประพฤติของไอเด็กเวรนี้ได้บ้างไหม?
“ถ้าปู่ยังมัวพูดอยู่อีก หลานสะใภ้คงเตลิดไปไกลแล้วล่ะครับ” ฉินคั่วตอบรับอย่างเกียจคร้าน
“สะใภ้ หลานสะใภ้เหรอ?” คุณปู่ฉินแทบไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
นับตั้งแต่เขาเลี้ยงดูฉินคั่วมา เขาก็ไม่เคยคาดหวังว่าตัวเองจะมีหลานสะใภ้เลย
ท้ายที่สุดใครจะทนไอเด็กเวรนี้ได้?
การปล่อยให้สาว ๆ เข้ามาหาคนอย่างมันจะเป็นอันตรายเอาไม่ใช่เหรอ?
“อืม” ฉินคั่วตอบกลับ เขากำลังใจร้อนอย่างมาก
“ชอบจริงเหรอ?” คุณปู่ฉินยังคงถามไถ่อย่างวิตกกังวล
ในตอนนั้นเขาแค่ลองเสี่ยงให้ฉินคั่วไปลองดูเฉย ๆ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น
“ชอบมานานแล้ว ไปเตรียมของให้ผมเถอะ อย่ามัวพูดเยอะ ผมต้องใช้มันพรุ่งนี้” หลังจากฉินคั่วพูดจบ เขาก็กดวางสายทันทีโดยไม่สนใจปฏิกิริยาของคุณปู่ฉิน
คุณปู่ฉินไม่โกรธแม้จะถูกตัดสายทิ้ง
เขาคิดอย่างรอบคอบ ไม่แปลกใจเลยที่ไอเด็กเวรนี่กระตือรือร้นอยากจะเจอลูกสาวบ้านตระกูลอิน นี่คือสาเหตุสินะ
อย่างไรก็ตามฉินคั่วก้าวหน้านำคนอื่นเสมอ แม้แต่ตอนที่อยู่ในกองทัพ
นอกจากนี้ลูกสาวบ้านตระกูลอินหย่าร้างแล้ว และหมายความว่าฉินคั่วก็มีโอกาส
คุณปู่ฉินเป็นคนใจกว้างและไม่สนใจเรื่องนี้
ในสายตาของเขา ขอแค่ฉินคั่วมีคนที่ชอบก็นับว่าเป็นบุญของเขาแล้ว
ส่วนหญิงสาวจะเคยผ่านการแต่งงานมาก่อนหรือไม่นั้น พวกเขาไม่ถือหรอก
เมื่อคิดได้เช่นนั้น คุณปู่ฉินก็ไม่ได้รู้สึกโกรธอะไร แถมยังมีความสุขมาก
คุณปู่ฉินเดินกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นและร้องตะโกนเสียงดังว่า “พ่อบ้าน เอาป้านชาดินเผาออกมาให้ฉันหน่อย”
…
ฉินคั่วพูดยืนกรานว่าเขาต้องการมันโดยด่วน และในเมื่อเขาต้องการมัน เขาก็ไปที่บ้านหลังเก่าในวันรุ่งขึ้นทันที
ก่อนที่เขาจะพูดอะไร คุณปู่ฉินก็หยิบของออกมายัดใส่มือเขา
ฉินคั่วเห็นว่าป้านชาดินเผาถูกบรรจุอยู่ในกล่องของขวัญอย่างเรียบร้อย จึงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความประหลาดใจ “ห่อดีขนาดนี้เลยเหรอ? คงไม่ได้มีสิ่งไร้ค่าอยู่ข้างในนี้ใช่มั้ย?”
คุณปู่ฉินโมโหทันทีที่ได้ยินฉินคั่วพูดแบบนั้น
เขาจ้องมองและพูดด้วยความโกรธจัดว่า “ถ้าไม่เอาก็เอาคืนมา”
ฉินคั่วยกกล่องของขวัญในมือขึ้นสูง และปฏิเสธที่จะส่งมันคืนให้คุณปู่ฉิน “ปู่ เอามาให้แล้วก็อย่าทวงคืนสิครับ ขี้งก จริง ๆ”
คุณปู่ฉินไม่ได้ตั้งใจจะคว้าคืนจริง ๆ เพียงแค่จ้องเขม็ง ฉินคั่วจากด้านข้าง
ฉินคั่วแง้มกล่องของขวัญออกเล็กน้อยและรู้สึกประหลาดใจมากเมื่อเห็นของด้านใน “ป้านชาดินเผา รอบนี้ลงทุนเยอะเลยแฮะ”
เขาจำได้ว่าคุณปู่ฉินชอบป้านชาใบนี้มากที่สุด และไม่เคยมีใครแตะต้องมันได้เลย
แต่ตอนนี้เขากลับเต็มใจนำมันออกมามอบเป็นของขวัญให้คนอื่น
คุณปู่ฉินมองดูป้านชาดินเผาด้วยหัวใจที่แตกสลาย คิดว่าเขาเต็มใจจริง ๆ หรือไง?
“ฉันมอบให้หลานสะใภ้ต่างหาก ไม่ได้มอบให้แก ถ้าแกรู้สึกเสียใจแทนปู่ก็รีบไปพาสะใภ้กลับมาซะ อย่าให้คนอื่นตัดหน้าไปได้ เดี๋ยวเสียชื่อตระกูลฉินหมด” คุณปู่ฉินถอนหายใจ
“ได้แน่นอน” ฉินคั่วหรี่ตาลงด้วยท่าทางมั่นใจ
ดังนั้น หลังจากอินอวี่โหรวอาบน้ำและเดินลงมาที่ชั้นล่าง เธอก็ผู้เฒ่าอินพูดคุยกับฉินคั่วอย่างมีความสุข
ผู้เฒ่าอินอยากครอบครองป้านชาดินเผาใบนี้มานานแล้ว และในเมื่อฉินคั่วถือของขวัญติดไม้ติดมือมาฝากเขา เขาจะขับไล่อีกฝ่ายออกไปก็คงไม่ได้ใช่ไหม?
นอกเหนือจากด้านอื่นแล้ว ฉินคั่วเป็นคนพูดเก่งและหาเรื่องน่าสนใจมาพูดกับเขาได้เสมอ
ถึงอย่างนั้นผู้เฒ่าอินก็ยังไม่สามารถแต่งตั้งให้เขาเป็นหลานเขยได้
เขาเป็นคนพูดจากะล่อนและชอบโกหกผู้หญิง
อินอวี่โหรวจะทนอยู่กับคนประเภทนี้ได้อย่างไร?
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้า ฉินคั่วก็หันมากะพริบตาไปทางอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวเดินไปกินอาหารเช้าที่โต๊ะอาหารด้วยสีหน้าบูดบึ้ง
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว อินอวี่โหรวก็เดินเข้าไปหาฉินคั่ว “ตามฉันมา”
ฉินคั่วและผู้เฒ่าอินต่างรู้สึกประหลาดใจ
แต่ฉินคั่วรีบดีดตัวขึ้นทันที เขารีบลุกขึ้นยืนในขณะที่อินอวี่โหรวกำลังจะเปลี่ยนใจ และไม่ปล่อยโอกาสให้อินอวี่โหรวได้เปลี่ยนใจ
อินอวี่โหรวเดินนำฉินคั่วไปที่สวน
เธอพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า “ฉินคั่ว พี่หมายความว่ายังไง?”
“หมายความว่าอะไร?” ฉินคั่วแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ
“มาที่บ้านฉันทำไม?” อินอวี่โหรวสูดลมหายใจเข้าลึกและจ้องมองเข้าไปในดวงตาของฉินคั่ว
“คุณปู่อินเป็นเพื่อนกับคุณปู่พี่น่ะ มาพบเพื่อนเก่าแทนคุณปู่มันผิดตรงไหนเหรอ?” ฉินคั่วเอามือซุกกระเป๋ากางเกงแล้วมองดูอินอวี่โหรว
“บอกความจริงมา” อินอวี่โหรวจ้องมองด้วยสายตาไม่เชื่ออย่างชัดเจน
เธอยังไม่ค่อยแน่ใจว่าฉินคั่วเป็นคนยังไง ฉินคั่วก็น่าจะไม่แน่ใจว่าเธอเป็นคนยังไงเหมือนกันใช่ไหม?
เขาใจดีถึงกับมามอบของขวัญให้ถึงหน้าบ้านเชียวเหรอ?
“เอาความจริงมั้ย?” ฉินคั่วพูดและค่อย ๆ โน้มตัวเข้าไปหาอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวก้าวถอยหลังทีละก้าวและยังคงไม่หยุดเดินจนกระทั่งถึงทางตัน เสื้อผ้าของเธอแนบชิดติดกับผนัง
ทันทีที่ฉินคั่วโน้มตัวลงไป ร่างใหญ่กำยำที่แข็งแกร่งราวกับตาข่ายยักษ์ก็ปกคลุมร่างของอินอวี่โหรวอย่างแน่นหนา
รอยแดงปรากฏขึ้นที่หน้าแก้มของอินอวี่โหรวทันที
“ความจริงคือพี่อยากเจอเธอต่างหาก เธอยังไม่เข้าใจอีกเหรอ?” ฉินคั่วมองดูแก้มแดงของอินอวี่โหรวด้วยดวงตาที่มืดมนลง
น่าเสียดายที่เขาไม่สามารถลิ้มลองอาหารดี ๆ ที่อยู่ตรงหน้าได้
อินอวี่โหรวผลักฉินคั่วออกไปจนกระทั่งทั้งสองอยู่ห่างกันเล็กน้อย อาการร้อนผ่าวบนใบหน้าของอินอวี่โหรวก็ลดน้อยลง
“พี่ฉินคั่ว หยุดล้อเล่นได้แล้ว” อินอวี่โหรวรู้สึกว่าเธอต้องพูดคุยกับฉินคั่วให้กระจ่างสักที
“เธอรู้ได้ยังไงว่าพี่ล้อเล่น?” ฉินคั่วพบว่ามันน่าตลก
ไม่ว่าเขาจะพูดอธิบายมากแค่ไหน อินอวี่โหรวก็ยังไม่เชื่อว่าเขาชอบเธอสักที
“พี่ฉินคั่ว ฉันรู้ว่าพี่ชอบอำ แต่ดูจากภาพลักษณ์วงศ์ตระกูลของพี่แล้ว แค่พี่เกี่ยวนิ้ว สาว ๆ ก็พร้อมใจกันวิ่งเข้ามาหาพี่แล้ว พี่จะมาเสียเวลากับฉันทำไม?” อินอวี่โหรวไม่เข้าใจ
เธอคิดว่าตัวเองเป็นคนน่าเบื่อ ไม่สุงสิงกับใครและไม่น่าสนใจ ทำไมฉินคั่วถึงมาสนใจเธอ?
“เธอคิดว่าพี่ชอบเธอเล่น ๆ เหรอ?” ฉินคั่วกัดฟันพูด
“แล้วไม่ใช่เหรอ? พี่ฉินคั่ว ข้างนอกนั่นยังมีผู้หญิงดี ๆ อีกตั้งเยอะแยะ มีผู้หญิงคนไหนที่พี่ไขว่คว้ามาไม่ได้บ้าง? อีกอย่างฉันเคยแต่งงานมีลูกแล้ว ฉันไม่ดีเท่าคนอื่น ๆ หรอก มาชอบฉันก็ไม่มีอะไรดีเลย” อินอวี่โหรวพยายามพูดอธิบายฉินคั่วด้วยเหตุผล
ขณะที่ดวงตาของฉินคั่วค่อย ๆ มืดมนลง
เขาเดินเข้าไปใกล้ใบหูของอินอวี่โหรว “เธอบอกว่าเธอไม่มีอะไรดีเลยใช่มั้ย? ทำไมไม่ให้ฉันลองดูสักตั้งล่ะ? หรือว่าเธอยังมีใจให้สามีเก่าอยู่?”
“พี่ฉินคั่ว พี่ไม่เข้าใจที่ฉันพูดเลย ฉันไม่สนุกด้วยนะ และไม่อยากเสียอะไรอีก ฉันเหนื่อยมากแล้ว ไม่มีเวลามาเล่นเกมที่น่าเบื่อกับพี่หรอก ฉันไม่เล่น พี่เข้าใจ… อ๊ะ พี่ พี่ฉินคั่ว”
หลังจากอินอวี่โหรวพูดไปได้ครึ่งทาง ฉินคั่วก็โน้มตัวลงมาจูบอย่างดุเดือด
ฉินคั่วไม่สามารถเรียกสิ่งนี้ว่าจูบได้ เพราะมันเป็นการกัดต่างหาก
อินอวี่โหรวรู้สึกได้ถึงกลิ่นคาวเลือดในปาก
เธอพยายามผลักฉินคั่วออกอย่างสิ้นหวัง
ทว่าการเคลื่อนไหวของฉินคั่วกลับรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เขากัดปากเธอสุดแรงเกิด ก่อนจะหันหลังกลับและเดินจากไป
อินอวี่โหรวมองดูฉินคั่วที่กำลังเดินจากไป เธอแตะริมฝีปากที่บวมเป่ง รู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก