พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 592 จะทุบตีหรือดุด่าก็ทนไม่ไหว
ตอนที่ 592
จะทุบตีหรือดุด่าก็ทนไม่ไหว
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะบอกอาจารย์ซ่งฉิงว่าเธอจะโทรหามู่อวี้เฉิง แต่สุดท้ายเธอก็ไม่ได้โทรศัพท์หาเขา
มู่อวี้เฉิงต้องคอยจัดการเอกสารทั้งวัน หนำซ้ำยังมากังวลเรื่องของเธออีก
มู่อวี้เฉิงต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการค้นหาหยกขาวชิ้นนี้
ดังนั้นเธอก็ควรจะปล่อยให้เขาได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
คนเดียวหรือสองคนก็ต้องรอ เพราะฉะนั้นปล่อยให้อีกคนนอนพักเอาแรงดีกว่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดแบบนั้นจึงไม่ได้ติดต่อไปหาเขา
ทว่าอากาศตอนกลางคืนค่อนข้างหนาวเย็น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสวมเสื้อผ้าบาง ๆ เท่านั้น เธอจึงรู้สึกหนาวเล็กน้อยและไอหลายครั้งติดต่อกัน
ขณะเดียวกัน เสื้อคลุมอื่น ๆ ก็ตกลงมาปกคลุมร่างกายของเธอ
เธอเงยหน้าขึ้นและเห็นว่ามู่อวี้เฉิงยืนอยู่ด้านข้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าเธอง่วงนอนเกินไปจนเห็นภาพลวงตา
เธอพยายามขยี้ตาและหลังจากสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นของเสื้อคลุม เธอก็ตระหนักได้ว่านี่ไม่ใช่ภาพลวงตาแต่เป็น มู่อวี้เฉิงจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้บอกมู่อวี้เฉิงว่าเธออยู่ที่ไหน แล้วเขามาที่นี่ได้อย่างไร?
ความประหลาดใจที่ผสมปนเปกับความสุขปรากฏขึ้นในดวงตา
เธอลุกขึ้นยืนและพูดว่า “อวี้เฉิง ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?”
“คุณนี่นะ จะทำตัวเข้มแข็งไปถึงเมื่อไหร่?” มู่อวี้เฉิงจิ้มจมูกของเธอเบา ๆ และดึงเธอให้นั่งลง จับมือที่เย็นเฉียบของเธอมากุมไว้
“ฉันไม่ได้เข้มแข็งสักหน่อย คุณก็ควรพักผ่อนด้วย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองออกไปด้วยความลำบากใจ
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว มองผม ผมบอกคุณแล้วไงว่าไม่มีใครสำคัญกับผมอีกแล้วนอกจากคุณ เข้าใจมั้ย?” มู่อวี้เฉิงโมโหเล็กน้อยที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามยืนหยัดเพียงลำพัง
“ขอโทษ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดขอโทษอย่างเชื่อฟังและหันไปหอมแก้มมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงจ้องมองท่าทางหวาดกลัวของเธอ เธอคงกลัวว่าเขาจะโกรธถึงได้ระวังตัวมาก แต่จริง ๆ แล้วเขาไม่ได้โกรธอะไรเลย
มู่อวี้เฉิงไม่พูดอะไร ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าเขาโกรธจึงรีบคว้าข้อมือของเขาทันที “อวี้เฉิง จะไปไหน?”
“ผมทำเกี๊ยวมาให้คุณด้วย อยู่ในรถน่ะ อยากกินมั้ย?” มู่อวี้เฉิงหันกลับมาและเห็นดวงตาแวววาวของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาพยายามต่อต้านไม่ให้ตัวเองทำเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของไว้บนนั้น
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้าใจได้ว่าเธอเข้าใจมู่อวี้เฉิงผิด
เธอจึงปล่อยมือด้วยสีหน้าเขินอาย “งั้นไปเถอะ ไปเอามา”
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเธอด้วยรอยยิ้มและเดินออกไป
เขาพบว่าเขาไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลยจริง ๆ
มู่อวี้เฉิงไปหยิบกล่องเกี๊ยวมาจากในรถยนต์ และขอยืมโต๊ะหนึ่งตัวมาจากเจ้าหน้าที่
หลังจากจัดโต๊ะแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ก้มหน้าก้มตากินเกี๊ยวอย่างกระตือรือร้น
เกี๊ยวที่ถูกห่อหุ้มอยู่ในน้ำซุปมีแป้งแผ่นบางและเนื้อก้อนโต ไม่อยากจะบอกเลยว่าอร่อยแค่ไหน
หลังจากกินเกี๊ยวและดื่มน้ำซุปหมดแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกอบอุ่นไปทั่วทั้งตัว
การได้กินอาหารอุ่น ๆ ในค่ำคืนที่เหน็บหนาวถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสุขที่สุดจริง ๆ
หลังจากกินอาหารหมดแล้ว มู่อวี้เฉิงก็เก็บของ คืนโต๊ะ และเข้ามาจับมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเขินมากที่มู่อวี้เฉิงทำตัวใกล้ชิดเธอขนาดนี้
เธอรีบดึงมือออกจนมู่อวี้เฉิงเงยหน้ามองเธอ “อย่าขยับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนิ่งงัน ไม่กล้าขยับตัวและกระซิบว่า “ฉันกินเกี๊ยวแล้วและใส่เสื้อคลุมของคุณอยู่ ฉันไม่หนาวแล้ว”
มู่อวี้เฉิงไม่ตอบกลับและพูดว่า “ถ้าคุณขยับอีก คุณจะได้รู้ซึ้งถึงความโกรธของผมแน่”
“โอเค ๆ ฉันเข้าใจแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช้มืออีกข้างที่ว่างลูบผมของมู่อวี้เฉิง
“ว่าแต่คุณรู้ได้ยังไงว่าฉันอยู่ที่นี่?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเปลี่ยนเรื่องอย่างชาญฉลาด
“ผมเห็นว่ามันดึกแล้วคุณไม่กลับบ้านไปสักที โทรหาก็ปิดเครื่อง คุณคิดจะปิดบังผมไว้นานแค่ไหน? ฮะ?” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกถึงความกดดันที่ล้มลงมาทับร่างของเธอ
ไม่แปลกใจเลย ที่มู่อวี้เฉิงรู้ว่าเธออยู่ที่นี่ก็เพราะว่าเขาโทรศัพท์ไปถามอาจารย์ซ่งฉิง
คาดการณ์ว่าตอนนี้อาจารย์ซ่งฉิงน่าจะเดาความคิด เล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอได้แล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเหยเก “ฉัน ฉันแบตหมดน่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจ”
“คุณบ๊องหรือเปล่า? หนาวขนาดนี้ไม่รู้จักบอกเจ้าหน้าที่ให้เปิดห้องรองรับให้ มานั่งรออยู่อย่างนี้ได้ยังไง?” อย่างน้อยห้องรองรับก็อุ่นกว่านี้มาก
มู่อวี้เฉิงโกรธที่เธอไม่รู้จักดูแลร่างกายของตัวเอง
พอเป็นเรื่องของคนอื่น เธอคิดอย่างรอบคอบทุกอย่าง
แต่พอเป็นเรื่องของตัวเอง เธอไม่เคยสนใจอะไรเลย
“ฉันขอโทษที่รบกวนคุณนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความรู้สึกผิด เธอลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท
หากมู่อวี้เฉิงไม่พูดขึ้น เธอก็คงจะนึกไม่ถึงเลย
มู่อวี้เฉิงไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ
จะทุบตีหรือดุด่าก็ทนไม่ไหว
เขาจะทำอย่างไรได้ ได้แต่เอาอกเอาใจเธอ
“งั้นรออยู่นี่ก่อนนะ” มู่อวี้เฉิงพูด ลุกขึ้นยืนและเดินออกไปข้างนอก
เมื่อเดินกลับมา ในมือของมู่อวี้เฉิงก็มีทั้งผ้าห่มและกุญแจ
มู่อวี้เฉิงเดินไปเปิดประตูห้องรับรองที่อยู่ตรงหน้า ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากเปิดออก มู่อวี้เฉิงก็เห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงนั่งอยู่ตรงนั้นด้วยสีหน้างุนงง เขาจึงพูดขึ้นมา “มานี่เร็ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบสนองด้วยการเดินเข้าไปหาทันที
แน่นอนว่าอุณหภูมิภายในห้องรับรองอบอุ่นกว่าข้างนอกมาก
แม้ว่าจะสวมเสื้อคลุม แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกร้อนเล็กน้อย
ห้องรับรองแห่งนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย มีทั้งเตียง โซฟา และเครื่องปรับอากาศ
เหมือนโรงแรมเล็ก ๆ ที่สะอาดสะอ้านมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างเหนื่อยล้าจากการนอนดึกสะสมมาหลายวัน
เธอรู้สึกประคับประคองตัวเองไม่ไหว และล้มตัวลงทันทีที่เห็นเตียงนอน
หลังจากล้มตัวลงนอนได้แป๊บหนึ่ง เธอก็เด้งตัวขึ้นมาอีกครั้ง
ไม่ได้ เธอจะนอนไม่ได้ เธอต้องเห็นสร้อยข้อมือก่อนถึงจะรู้สึกสบายใจ
ทันทีที่เธอลุกขึ้น มู่อวี้เฉิงก็ผลักเธอลงไปนอน
“นอนเถอะ ถ้ามีอะไรเดี๋ยวผมปลุก” มู่อวี้เฉิงลูบแก้มเธอเบา ๆ
“แล้วคุณไม่นอนเหรอ? คุณก็นอนสักพักสิ” เตียงนุ่มมากจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากลุกขึ้นเลย
คำพูดของเธอก็ค่อย ๆ เลือนรางเช่นกัน
“วันนี้ผมงีบไปนานแล้ว ไม่ง่วงหรอก คุณนอนเถอะ เดี๋ยวผมช่วยดูให้” มู่อวี้เฉิงจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยว และคอยทำหน้าที่จับตาดูสร้อยข้อมือแทนเธอ
“ก็ได้ ขอบคุณนะสามี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและค่อย ๆ หลับตาลง
มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงไปจูบริมฝีปากบาง จนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจเบา ๆ
สองวันที่ผ่านมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาแต่คิดถึงเรื่องการออกแบบ จนนอนไม่หลับตลอดทั้งคืน
มู่อวี้เฉิงรู้ว่าเธอนอนกระสับกระส่ายทั้งคืน เพียงแต่เขาไม่ได้พูดออกไป
ตอนนี้ถึงเวลาให้เธอได้พักผ่อนบ้างแล้ว
มู่อวี้เฉิงเอนตัวไปด้านข้าง คอยช่วยเธอจับตาดูห้อง โปรดักชั่น
จนกระทั่งรุ่งเช้า แสงแรกเริ่มเฉิดฉาย ประตูห้อง โปรดักชั่นก็ถูกเปิดออก
ดวงตาของผู้เชี่ยวชาญแดงก่ำจากการอดหลับอดนอน ในมือของเขามีกล่องบางอย่างอยู่
หากมองผ่านกระจกจะเห็นว่าสร้อยข้อมืออยู่ในกล่องของผู้เชี่ยวชาญ
มู่อวี้เฉิงรู้ได้ทันทีว่าสร้อยข้อมือเสร็จแล้ว
เขาเขย่าร่างของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลืมตาตื่นด้วยความงุนงง “มีอะไรเหรอ?”
มู่อวี้เฉิงกระซิบข้างหูเธอ “เหมี่ยวเหมี่ยว ตื่นเร็ว สร้อยข้อมือเสร็จแล้ว”