พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 593 ละอายแก่ใจ
ตอนที่ 593
ละอายแก่ใจ
เมื่อได้ยินคำว่าสร้อยข้อมือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ลืมตาตื่นทันที
เธอรีบรวบผมและเดินออกไปข้างนอก
“คุณครับ เสร็จแล้ว กรุณาตรวจสอบสินค้าด้วยนะครับ” เห็นได้ชัดว่าผู้เชี่ยวชาญคนเดิมไม่ได้นอนมาตลอดทั้งคืน และดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยความอ่อนล้า
“ขอบคุณค่ะ ขอบคุณมาก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโค้งคำนับผู้เชี่ยวชาญ
เนื่องจากเวลามีจำกัด เธอจึงทำได้แค่แสดงความเห็นใจที่ผู้เชี่ยวชาญต้องทำงานหนัก
หากไม่ใช่เพราะอาจารย์ซ่งฉิง เกรงว่าผู้เชี่ยวชาญคนนี้ก็คงจะไม่รับทำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับกล่องมาและมองดูสร้อยข้อมือข้างใน
สร้อยข้อมือถูกแกะลายฉลุและมีรูปนกปีนิกซ์อยู่ตรงกลาง ดูละเอียดอ่อนและลึกลับน่าค้นหา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมันเพียงครั้งเดียวก็รู้สึกชอบมันมาก
เธอวางมันไม่ลงและถือสร้อยข้อมือเอาไว้ “อวี้เฉิง ไปกันเถอะ เอางานไปส่งกัน”
เมื่อคืนนี้เธอรู้สึกโล่งใจมากเพราะมีมู่อวี้เฉิงคอยอยู่ข้าง ๆ
ดังนั้นสภาพร่างกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงดีขึ้นมากหลังจากนอนเต็มอิ่ม
“ชอบมากเลยเหรอ?” มู่อวี้เฉิงเดินตามหลังเธอ มองดูท่าทางมีความสุขของเธอแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก
“ใช่ ฉันชอบมันมาก เพราะมันเป็นงานออกแบบชิ้นแรกของฉันไงล่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกกล่องขึ้นมามองดูสร้อยข้อมือที่อยู่ด้านใน มันเป็นความงามที่แสนบริสุทธิ์มาก
“แต่ไม่รู้ว่าคุณแอนนาจะชอบหรือเปล่า ถ้าเธอไม่ชอบล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเศร้าโศกเล็กน้อย
“คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเองสิ ลูกค้าของอาจารย์ซ่งฉิงจะต้องชอบมันแน่ ๆ” มู่อวี้เฉิงพูดปลอบเธอจากด้านข้าง
“หวังว่างั้นนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเก็บกล่องใส่ลงไปในกระเป๋าอย่างระมัดระวัง
เธอคิดแล้วว่าถ้าเกิดคุณแอนนาไม่ชอบ เธอจะเก็บสร้อยข้อมือเส้นนี้ไว้เอง
ท้ายที่สุดมันเป็นผลงานการออกแบบชิ้นแรกของเธอ ดังนั้นมันจึงมีความหมายมากจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงไปที่สตูดิโอด้วยกัน
หลังจากมาถึง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็บอกให้มู่อวี้เฉิงไปพักผ่อน
“มีห้องนั่งเล่นเล็ก ๆ อยู่ในออฟฟิศของอาจารย์ซ่งฉิง มีเตียงด้วย คุณเข้าไปนอนพักก่อนได้นะ”
มู่อวี้เฉิงเฝ้าดูเธอมาตลอดทั้งคืน ดวงตาของเขาจึงแดงก่ำไปหมด
“อืม” มู่อวี้เฉิงตอบตกลง เขาอยู่ต่อที่นี่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้
มู่อวี้เฉิงไม่อยากทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นกังวลมากกว่าเดิม ดังนั้นเขาจึงเข้าไปนอนพักผ่อนในห้อง
ยังไม่ถึงเวลาทำงาน พวกแซนดี้จึงยังมาไม่ถึงสตูดิโอกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับไป แต่จู่ ๆ ก็ถูกเรียกชื่อจากทางด้านหลัง “เฮ้ เหมี่ยวเหมี่ยว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมาเห็นแซนดี้ยืนอยู่ข้างหลัง เธอจึงประหลาดใจมาก “แซนดี้ ทำไมรีบมาจัง?”
“ก็ไม่มีอะไรหรอก ฉันแค่อยากจะมาดูผลงานของเธอน่ะ พร้อมหรือยัง? ฉันอยากเห็นแล้ว” แซนดี้จ้องมองไปที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่ากระตือรือร้น
คราวเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาภาพร่างให้เธอดู เธอรู้สึกชอบมันมากจนแทบพูดไม่ออก
ดังนั้นเธอจึงตั้งตารอตอนที่มันสำเร็จเป็นรูปเป็นร่าง
“เสร็จแล้ว ลองดูสิ” อันที่จริงถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่มั่นใจว่าคุณแอนนาจะชอบมันหรือไม่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบกล่องออกมาจากกระเป๋า
แซนดี้ก้มหน้ามองสร้อยข้อมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยดวงตาเบิกกว้าง “ว้าว สร้อยข้อมือสวยมาก จินตนาการไม่ถึงเลยอ่ะ นี่เป็นสิ่งที่เหนือจินตนาการใช่มั้ย?”
“เธอว่าคุณแอนนาจะชอบมันมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยความกังวล
“จากที่ฉันออกแบบให้คุณแอนนามานาน ฉันรู้สึกว่าเธอจะต้องชอบมันแน่” แซนดี้พูดอย่างหนักแน่น
ใครจะไม่ชอบของสวยงามแบบนี้
“พอเธอพูดแบบนี้ ฉันก็โล่งใจขึ้นมาหน่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโล่งใจไปครึ่งหนึ่ง
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน พวกนักออกแบบคนอื่น ๆ กับอาจารย์ซ่งฉิงก็เดินเข้ามา
อาจารย์ซ่งฉิงเรียกถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้เข้าไปหา
เธอเหลือบมองกล่องในมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ “เหมี่ยวเหมี่ยว หนูมีพรสวรรค์ใน การออกแบบ ถ้าไม่ขุดมันออกมาใช้ก็น่าเสียดายนะ”
“แม่ทูนหัว อย่าชมกันเกินไปเลยค่ะ ไม่งั้นหนูจะลอยเอานะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงอย่างเขินอาย
ทุกคนในสตูดิโอชื่นชมผลงานของเธอมาก
จนทำให้เธอรู้สึกร่าเริงขึ้น
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจดีว่าตราบใดที่คุณแอนนายังไม่ยอมลามือ งานของเธอก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับทุกคนในสตูดิโอกำลังรอคอยอย่างกระวนกระวายใจ คุณแอนนาก็เดินทางมาถึงในช่วงบ่าย
“ของฉันอยู่ไหน? พวกเธอไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดใช่มั้ย” น้ำเสียงเจ้าปัญหานี้เพียงแวบแรกก็มองออกว่าเป็นสำเนียงคุ้นเคยของคุณแอนนา
เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้คุณแอนนาติเตียนว่าพวกเขาปล่อยให้เธอรอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรีบเดินเข้าไปหาอย่างว่องไว
“เสร็จแล้วค่ะ คุณแอนนา ลองดูก่อนสิคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยื่นกล่องให้แอนนา
แอนนาหยิบสร้อยข้อมือขึ้นมาวางทาบบนข้อมือของเธอโดยตรง
ขนาดพอเหมาะพอดี และนกฟีนิกซ์ที่กางปีกออกแนบกับแขนก็ดูราวกับมีชีวิต
แอนนาถูกใจสร้อยข้อมือเส้นนี้มากและจ้องมองไปที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความสนใจ “อันนี้อะไร?”
เธอลูบหัวนกฟีนิกซ์ และสัมผัสที่เย็นเล็กน้อยก็แผ่กระจายจากปลายนิ้วไปจนถึงก้นบึ้งของหัวใจ
ทำให้ผู้คนสัมผัสได้ถึงความเย็นสบายท่ามกลางอากาศที่ร้อนอบอ้าว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามาและพูดแนะนำว่า “คุณแอนนา นี่คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่คอยปกป้องประเทศของฉันให้เกิดความสันติภาพในสมัยโบราณ นกฟีนิกซ์เป็นลางดีและลวดลายรอบ ๆ ก็หมายถึงความสงบสุขค่ะ”
“เธอออกแบบเองใช่มั้ย?” คุณแอนนาหันหน้าไปทางอื่น
“ใช่ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลมากจนเกร็ง
“โอเค ฉันชอบการออกแบบของเธอมาก ฉันจะตบรางวัลให้เธอสิบเท่า หวังว่าครั้งต่อไปเราจะได้ร่วมมือกันอีกนะ” คุณแอนนาหยิบกล่องสร้อยข้อมือไปและหยิบบัตรธนาคารออกมาจากกระเป๋า ยัดใส่มือถงเหมี่ยวเหมี่ยวและเดินถือกล่องออกไปอย่างมีความสุข
หลังจากคุณแอนนาเดินออกไปได้ไม่นาน เสียงร้องตะโกนสรรเสริญก็ดังสนั่นขึ้นในสตูดิโอ
แซนดี้เป็นคนแรกที่เข้ามากอดคอถงเหมี่ยวเหมี่ยว “เหมี่ยวเหมี่ยว ฉันว่าแล้วว่าคุณแอนนาจะต้องชอบมัน เธอเก่งมาก ฉันยังไม่เคยได้รับคำยินยอมจากคุณแอนนาเลย”
ในตอนนั้น คุณแอนนารับงานออกแบบของเธอไปอย่างไม่เต็มใจนัก
สีหน้าของเธอดูน่ารังเกียจมาก และไม่เคยออกปากชมว่าชอบมันเลย
“ใช่ ตั้งแต่คุณแอนนามาใช้บริการที่สตูดิโอของเรา ฉันยังไม่เคยเห็นคุณแอนนาอารมณ์ดีขนาดนี้มาก่อนเลย ดูเหมือนว่าเธอจะชอบมันจริง ๆ นะ” หญิงสาวอีกคนพูดขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสุขและยังคงตกอยู่ในภวังค์ ไม่สามารถกลับมามีสติได้
“เหมี่ยวเหมี่ยว ทำไมเธอเก่งจัง” แซนดี้รู้สึกละอายแก่ใจมากเมื่อเธอตระหนักได้ว่าเธอฝึกฝนการวาดภาพมานานนับสิบปีแต่กลับเทียบฝีมือกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เป็นมือใหม่ไม่ได้เลย
“ฉัน ฉันแค่โชคดีน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถ่อมตัว
เธอรู้สึกเขินที่ได้รับคำชมเชยจากทุกคน
ขณะเดียวกัน อาจารย์ซ่งฉิงเดินเข้ามาจากประตูหลัง
“อาจารย์เชื่อว่าทุกคนได้เห็นแล้วว่าเหมี่ยวเหมี่ยวทุ่มเทกับการทำงานตลอดทั้งสามวันมากแค่ไหน ผลงานของเธอออกมาดีมากจริง ๆ ความรอบคอบและความขยันหมั่นเพียรไม่สามารถแยกออกจากกันได้ อาจารย์หวังว่าทุกคนจะเข้าใจและได้เรียนรู้เรื่องนี้จากเหมี่ยวเหมี่ยว อย่าไปคิดเรื่องอะไรที่ไม่ควรคิดอีกล่ะ” อาจารย์ซ่งฉิงกวาดสายตามองพวกเขารอบ ๆ
เธออยากจะพูดมันมานานแล้ว จึงหยิบยกเรื่องของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาพูดตักเตือนพวกเขา
หลังจากที่ได้ยินเช่นนี้ แซนดี้กับคนที่เคยมีความคิดอย่างว่าก็ก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด