พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 607 พระเจ้ายังโปรดปรานเธออยู่
ตอนที่ 607
พระเจ้ายังโปรดปรานเธออยู่
ในอีกด้านหนึ่งของวิดีโอ ฉินคั่วกำลังเกาหัวอย่างฉุนเฉียว “แค่คนแก่ที่บ้านฉันพูดก็น่ารำคาญพอแล้ว แกยังมาพูดกับฉันอีก ยังเป็นเพื่อนฉันอยู่มั้ย?”
“ไม่ใช่ว่าแกรำคาญแล้วจะหลีกเลี่ยงมันได้สักหน่อย ฉินคั่ว แกไม่ใช่เด็กแล้วนะ และนี่คือข้อเท็จจริง หลังจากนี้แกจะต้องรู้จักการชั่งข้อดีข้อเสีย หัดรู้จักวัดผล เพื่อที่ตระกูลฉินจะได้ก้าวหน้าไปไกลภายใต้น้ำมือของแก” ตระกูลมู่กับตระกูลฉินคบค้าสมาคมกันมาหลายชั่วอายุคน ดังนั้นเขาจึงกลายมาเป็นเพื่อนกับฉินคั่ว
คนในตระกูลฉินเป็นคนดี เขาจึงพยายามพูดโน้มน้าวใจ และไม่สามารถทนเห็นตระกูลฉินล่มสลายอยู่ภายใต้การปกครองของฉินคั่วได้
แน่นอนฉินคั่วเข้าใจข้อเท็จจริงเหล่านี้
เพียงแต่เขากำลังหลบหนี
แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ว่าจะหลบหนียังไงก็หนีไม่พ้น
“มู่อวี้เฉิง ทำไมแกถึงชอบเทศนาฉันเหมือนพ่อนักนะ” หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง น้ำเสียงที่เกียจคร้านของฉินคั่วก็ดังขึ้น
“ถ้าแกชอบฉันก็ไม่ติดนะ แต่ไม่รู้ว่าอาฉินจะว่าอะไรหรือเปล่า” มู่อวี้เฉิงพูดยียวน
“จิ๊ ๆ แกนี่มันชอบยั่วโมโหฉันจริง ๆ เอาเถอะ อย่าลืมพาน้องสะใภ้ไปร่วมงานเลี้ยงด้วยล่ะ” มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้ว
เมื่อได้ยินเช่นนั้น มู่อวี้เฉิงก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย และมองดูฉินคั่วด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร “ทำไมต้องพูดถึงเมียฉันตลอด?”
ออร่าของมู่อวี้เฉิงแข็งแกร่งขึ้นมากจนฉินคั่วสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างกายของมู่อวี้เฉิง ปลิวสะพัดไปทั่วหน้าจอโทรศัพท์
ฉินคั่วแอบเสียวสันหลังแต่ก็ยังพูดต่อว่า “ไม่ คุณมู่ ฉันแค่อยากรู้ว่าใครคือคนที่พิชิตคุณมู่ของเราได้ ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่พวกหักหลังเพื่อนพ้องของตัวเองสักหน่อย”
“แกไม่ควรคิดอะไรทั้งนั้นเลยมากกว่า” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“ได้ ฉันจะไม่พูดถึงแล้ว” ฉินคั่วส่ายหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก
“อวี้เฉิง” จู่ ๆ เสียงผู้หญิงก็ดังลอดเข้ามาในโทรศัพท์
มันเป็นเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เมื่อได้ยินเสียงของเธอ สีหน้าของมู่อวี้เฉิงก็อ่อนยวบลงทันที “มีอะไรเหรอ?”
มู่อวี้เฉิงเช็ดมือและเตรียมจะเดินไปหา
“ไม่มีอะไร ฉันหิวแล้ว ใกล้เสร็จหรือยัง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโน้มตัวเข้ามาในห้องครัวเล็กน้อย
“ใกล้แล้ว” มู่อวี้เฉิงตอบ
“งั้นก็รีบหน่อยน้า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดออดอ้อน
“อืม” มู่อวี้เฉิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ฉินคั่วมองดูหน้าจอฝั่งตรงข้ามด้วยความประหลาดใจอย่างมาก เขาปฏิบัติต่อเพื่อนพ้องด้วยสีหน้าเย็นชาแต่กลับปฏิบัติต่อภรรยาด้วยอีกสีหน้าหนึ่ง
นี่คือตัวอย่างของคนที่เห็นผู้หญิงดีกว่าเพื่อน
“ได้ยินมั้ย?” มู่อวี้เฉิงพูดขึ้นทันที
ฉินคั่วยังคงงุนงงอยู่และไม่สามารถเข้าใจได้ “อะไร?”
“เมียฉันบอกว่าหิวแล้ว วางสายซะที อย่ามารบกวนเวลาฉันทำอาหาร!” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วกดวางสายทันที
เมื่อเห็นว่าสายถูกตัดไป ฉินคั่วก็แอบสาปแช่ง
ไอเพื่อนคนนี้ แข็งกระด้างเสียเหลือเกิน
มู่อวี้เฉิงรีบเร่งทำอาหาร
เนื่องจากเวลาค่อนข้างจำกัด เขาจึงทำอาหารง่าย ๆ แทน
น้ำซุปถูกปรุงไว้นานแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบดื่มน้ำซุป เขาจึงต้องตื่นมีเตรียมน้ำซุปทุกเช้า
เธอบอกว่าการดื่มน้ำซุปจะช่วยบำรุงร่างกาย
เขายกอาหารและน้ำซุปออกมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นก็ถอดผ้ากันเปื้อนออกและเดินไปเรียกถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากินข้าว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจดจ่ออยู่กับกองเอกสาร มู่อวี้เฉิงจึงเข้ามากอดเธอจากทางด้านหลังแล้วอุ้มเธอขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังทำสมาธิจู่ ๆ ก็ตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศ ทำให้เธอสะดุ้งตกใจและกรีดร้องออกมาในทันที
เมื่อเห็นว่าเป็นมู่อวี้เฉิง เธอก็พูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ทำไมคุณมาทำให้ตกใจล่ะ?”
“ก็ไหนว่าหิวไม่ใช่เหรอ? ไปกินข้าวก่อนสิ” มู่อวี้เฉิงจูบใบหน้าเธอจากด้านข้าง
“ทำไมเร็วจัง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกำลังคุยโทรศัพท์อยู่จึงคิดว่าเขาน่าจะใช้เวลานานกว่านี้
“ขอโทษนะ พอดีฉินคั่วโทรมาหาผม ก็เลยช้าไปนิดนึง” หากไม่ใช่เพราะฉินคั่ว ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะได้กินข้าวไปแล้ว
มู่อวี้เฉิงแอบคิดบัญชีฉินคั่วไว้ในใจ
“ฉินคั่วโทรมาทำไม?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยความสงสัย
เธอไม่เคยเจอฉินคั่วมาก่อน แต่กลับได้ยินชื่อนี้จากคนสนิทของเธอถึงสองคน
มันจึงทำให้เธออยากเจอเขาสักครั้ง
แต่นั่นเป็นเพียงความอยากรู้อยากเห็นเฉย ๆ ไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งอะไร
“ไม่มีไร แค่โทรมาคุยเรื่องงานเลี้ยงน่ะ” มู่อวี้เฉิงอุ้ม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมาแล้วเดินไปที่โต๊ะอาหาร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลัวว่าจะหล่นลงไปจึงคว้าคอมู่อวี้เฉิงเอาไว้
เธอพูดด้วยความเคอะเขินว่า “ฉันเดินเองได้ คุณไม่ต้องอุ้มหรอก”
ทั้งคู่เป็นสามีภรรยากันมานานแล้ว แต่มู่อวี้เฉิงมักจะทำแบบนี้เสมอ ซึ่งทำให้เธออดจะเขินอายไม่ได้
“ผมแค่อยากกอดคุณ ไม่ชอบเหรอ?” มู่อวี้เฉิงพูดเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างที่ดูเย็นชาของมู่อวี้เฉิงเงียบ ๆ
เธอรู้สึกว่าถ้าเธอบอกว่าไม่ชอบ หลังจากนี้ก็อาจจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจูบคางของมู่อวี้เฉิงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “ฉันจะไม่ชอบได้ยังไง ฉันชอบมานานแล้วปะ? ทำไมคุณพูดแบบนั้นล่ะ?”
มู่อวี้เฉิงก้มหน้าลงและเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกะพริบตา มู่อวี้เฉิงจึงก้มลงไปจูบซับดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาคอยแต่หวาดระแวงว่าเธอจะจากไป
กลัวมากจนบางครั้งเผลอฝันร้ายในตอนกลางคืน
เขาก็ชอบหวนนึกถึงเรื่องราวในอดีต
“คุณมู่ เชื่อมั่นไว้สิคะ แบบนี้ไม่ได้นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอานิ้วจิ้มเขาเบา ๆ
เธอค้นพบว่าแม้เธอกับเสี่ยวเป่าจะกลับมาอยู่เคียงข้างมู่อวี้เฉิงแล้ว แต่เขาก็ยังรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่
ผู้ชายที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ก็มีเรื่องให้ต้องกังวลเหมือนกันสินะ
มู่อวี้เฉิงหัวเราะเบา ๆ สองครั้งแล้ววางถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ที่โต๊ะอาหาร
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้กลิ่นหอม ท้องของเธอก็อดไม่ได้ที่จะร้องคำราม
มู่อวี้เฉิงเพิ่งรินน้ำซุปจึงปล่อยให้มันเย็นลงเล็กน้อย
เพียงเท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟเข้าปาก
มู่อวี้เฉิงวางถ้วยลงตรงหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ไม่ร้อนแล้ว ดื่มซุปก่อนแล้วค่อยกินข้าว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มซุปแล้วจากนั้นก็เริ่มกินอาหาร
อาหารง่าย ๆ แต่มู่อวี้เฉิงกลับทำมันออกมาอร่อย
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นประกายทันทีหลังจากกินอาหาร
“อวี้เฉิง คุณไปเรียนทำอาหารมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” หากไม่ใช่พ่อครัวที่ทำอาหารประจำคงจะไม่สามารถทำอาหารให้ออกมาอร่อยแบบนี้ได้
“ตอนที่คุณกับเสี่ยวเป่ากลับมา” มู่อวี้เฉิงคีบอาหารให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“เพิ่งเรียนมาเหรอ? จริงเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเหลือเชื่อ
“อืม ส่วนใหญ่จะออกไปกินข้าวข้างนอกหรือให้คนรับใช้ทำให้น่ะ” ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าจะกลับมา เขาใช้เวลาอยู่ในบริษัททั้งวัน
โดยปกติแล้วลู่หมิงจะเป็นคนซื้ออาหารมาให้เขา
เขาไม่ได้สนใจเรื่องอาหารการกินมากนัก เขาก็แค่กินทุกอย่างที่ได้รับมา
แต่เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่ากลับมา เขาไม่อยากทำตัวละเลยแบบนั้นอีกแล้ว
พวกเขาทำให้เขารู้สึกเหมือนอยู่บ้าน
“เก่งจัง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ
เธอระงับความอิจฉาเอาไว้ อิจฉาที่มู่อวี้เฉิงสามารถเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ได้ไว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกละอายแก่ใจ เธอฝึกฝนฝีมือมานานแล้วแต่กลับไม่ดีเท่า
พระเจ้าไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
ไม่ให้หนทางคนธรรมดาอยู่รอดเลยสักนิด
แต่แล้วเธอก็คิดว่าได้ว่าผู้ชายที่แสนดีคนนี้เป็นสามีของเธอ
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกดีขึ้นมา
เธอหัวเราะเงียบ ๆ ในใจ
แน่นอนว่าพระเจ้ายังโปรดปรานเธออยู่สินะ
ความยากลำบากทั้งหมดที่เธอพบเจอก่อนหน้านี้กำลังปูทางไปสู่ความโชคดีในการได้พบกับมู่อวี้เฉิง