พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 611 จดจ่ออยู่กับเธอ
ตอนที่ 611
จดจ่ออยู่กับเธอ
ระหว่างทาง อินอวี่โหรวรู้สึกง่วงเล็กน้อย แต่เธอก็พยายามลืมตามองทางตลอด
“ง่วงก็นอนเถอะ เดี๋ยวถึงแล้วผมเรียก” ลู่ซีจวี๋ชะลอความเร็วรถยนต์แล้วพูดบอกอินอวี่โหรว
“ฉันไม่อยากนอน” แต่หลังจากพูดจบ อินอวี่โหรวก็หาวทันที
ลู่ซีจวี๋อดไม่ได้ที่จะยิ้ม “ไม่ต้องห่วง ผมไม่เป็นไรหรอก”
“ใครสนใจคุณล่ะ ฉันไม่ได้อยากนอนจริง ๆ สักหน่อย” อินอวี่โหรวยังคงอวดเบ่งอยู่
อินอวี่โหรวรู้สึกว่าการนอนหลับในรถยนต์ไม่ใช่เรื่องปลอดภัย
เธอมักจะรู้สึกสั่นคลอนและล้มลงในวินาทีต่อมาเสมอ
“แล้วแต่” ลู่ซีจวี๋ยังคงขับรถต่อไปอย่างใจเย็น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา คนที่บอกว่าไม่ง่วงนอนหลับพิงเบาะรถยนต์แล้วผล็อยหลับไป
ลู่ซีจวี๋ค่อย ๆ หยุดรถลง เอี้ยวตัวไปหยิบผ้าห่มจากเบาะหลังแล้วเอามาคลุมตัวอินอวี่โหรว ก่อนจะขับรถออกไปอีกครั้ง
ลู่ซีจวี๋ขับรถยนต์ไปถึงจุดหมายปลายทางในเวลาที่เหมาะสม
อินอวี่โหรวยังไม่ตื่นขึ้นมา และลู่ซีจวี๋ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะเข้าไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงอยู่ไม่ไกลจากรถยนต์ของ ลู่ซีจวี๋
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่นั่งอยู่ภายในรถยนต์หรี่ตาลงเล็กน้อย
เมื่อเห็นเธอจ้องมองรถยนต์คันข้างหน้า มู่อวี้เฉิงก็ถามว่า “มีอะไรเหรอ?”
“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ารถยนต์คันข้างหน้าดูคุ้นจัง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
“รถของลู่ซีจวี๋หรือเปล่า?” มู่อวี้เฉิงถาม
“คุณรู้ได้ยังไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมามองเขาด้วยความประหลาดใจ
มู่อวี้เฉิงถอนหายใจอย่างเย็นชาแล้วไม่พูดอะไร
ไม่รู้ว่าชีวิตของพวกเขาถูกกำหนดไว้กับลู่ซีจวี๋หรือเปล่า?
ในอดีตลู่ซีจวี๋เคยเป็นคู่แข่งทางความรักของพวกเขา ตอนนี้ลู่ซีจวี๋กลับกลายมาเป็นคู่แข่งของฉินคั่ว
ไม่รู้ว่ามันเป็นโชคชะตาฟ้าลิขิตหรืออะไร
ท่าทางของมู่อวี้เฉิงบ่งบอกว่าเขากำลังเยาะเย้ยอยู่
“รุ่นพี่กับฉินคั่วไม่ใช่คู่แข่งกันเหรอ? ทำไมฉินคั่วถึงเชิญเขามาล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดาว่ามู่อวี้เฉิงน่าจะรู้เรื่องระหว่างฉินคั่วกับลู่ซีจวี๋แล้ว
ดังนั้นเธอจึงไม่ได้ปิดบังมัน
เพียงแต่การกระทำของฉินคั่วนั้นยากที่จะเข้าใจจริง ๆ
“ฉันคั่วไม่ได้มีความสุขหรอก แต่ผู้เฒ่าลู่เป็นคนโทรไปขอบัตรเชิญกับตระกูลฉินเองต่างหาก” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงดูเย็นชาเล็กน้อย
นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะหน้าด้านหน้าทนและกล้าทำขนาดนี้
“รุ่นพี่สุดยอดจริง ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเบา ๆ
“อะไรนะ? คุณบอกว่าเขาเก่งเหรอ?” มู่อวี้เฉิงหันกลับไปมองด้วยดวงตามืดมน
“ไม่ ฉันไม่ได้พูดแบบนั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวาดกลัวท่าทางของมู่อวี้เฉิงเล็กน้อย
ดูเหมือนว่าหลังจากอยู่กับมู่อวี้เฉิง ออร่าในร่างกายของเธอจะอ่อนแอลงมาก
ทำไมถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้ล่ะ?
ต้องคิดไตร่ตรองแล้วจริง ๆ
“เหมี่ยวเหมี่ยว อย่าพูดยกย่องผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผมอีก” มู่อวี้เฉิงพูดบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ฉันไม่ได้ยกย่องเขา ฉันแค่พูดจากมุมมองคนดูเฉย ๆ มู่อวี้เฉิง ทำไมวันนี้คุณอารมณ์เสียนักล่ะ? ทำไมเอาแต่ใจนัก?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำสีหน้าเย็นชาเช่นกัน
“ผมไม่ได้…” มู่อวี้เฉิงปริปากพูดแต่ไม่รู้ว่าจะอธิบายอย่างไร
เขาเป็นคนชอบทำตามใจตัวเอง และตอนนี้เขากำลังดึงเอาอารมณ์ที่แท้จริงของตัวเองออกมา
“ช่างเถอะ เข้าไปข้างในดีกว่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดและเปิดประตูเดินลงจากรถยนต์
เมื่อเธอเดินมาถึงรถยนต์ของลู่ซีจวี๋ เธอก็เห็นอินอวี่โหรวนั่งอยู่ข้างคนขับ
เธอเคาะหน้าต่าง
จากนั้นอินอวี่โหรวก็ตื่นขึ้นมา
เธอมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา
เธอขยี้และพบว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
ดวงตาของเธอจึงเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ลู่ซีจวี๋ เปิดหน้าต่าง” ก่อนที่ลู่ซีจวี๋จะพูดหยุดอีกฝ่าย อินอวี่โหรวก็ตื่นขึ้นมาก่อน
อันที่จริงเขาอยากจะให้อินอวี่โหรวนอนหลับนานกว่านี้อีกหน่อย เพราะเธอดูมีความสุขมากเวลาได้เพลิดเพลินอะไรคนเดียว
แต่เมื่อทำอะไรไม่ได้ ลู่ซีจวี๋ก็ทำได้แค่ยอมรับชะตากรรมและเปิดหน้าต่าง
แต่นี่มันงานเลี้ยงตระกูลฉินไม่ใช่เหรอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาทำอะไรที่นี่?
ลองคิดดูแล้วมันคงเป็นเรื่องปกติ
ตระกูลมู่ต้องได้รับบัตรเชิญจากตระกูลฉินอยู่แล้ว
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็น่าจะมาที่นี่พร้อมกับมู่อวี้เฉิง
ในงานเลี้ยงแห่งนี้มีผู้ชายที่เขาไม่ชอบขี้หน้าถึงสองคน มันช่างน่าอึดอัดใจจริง ๆ
โชคดีที่มีอินอวี่โหรวอยู่ จึงทำให้เขารู้สึกลำบากใจน้อยลง
หน้าต่างและประตูรถยนต์ถูกเปิดพร้อมกันก่อนที่ อินอวี่โหรวจะลงมาจากรถยนต์ “เหมี่ยวเหมี่ยว มาที่นี่ด้วยเหรอ”
“ฉินคั่วเชิญอวี้เฉิงมาด้วยน่ะ ฉันก็เลยมากับเขา” เมื่อนึกถึงมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงโมโหอยู่เล็กน้อย
ผู้ชายคนนี้เปลี่ยนไปทันทีหลังจากย้ายมาอยู่ด้วยกัน
ก่อนที่เธอจะย้ายมาอยู่กับเขา เขามักจะปฏิบัติกับเธออย่างดีและคอยดูแลความรู้สึกเธออยู่เสมอ
แต่ตอนนี้มู่อวี้เฉิงวางตัวครอบงำมากและแทบจะจับเธอขังไว้ในบ้าน
“ดีเลย ไปด้วยกันเถอะ” อินอวี่โหรวรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น
เดิมทีเธอคิดว่ามีแค่ลู่ซีจวี๋ที่มาร่วมงานนี้ นึกไม่ถึงว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มาด้วย
อีกฝ่ายเป็นผู้ช่วยชีวิตของเธออย่างแท้จริง
ด้วยเหตุนี้ เธอคงจะไม่รู้สึกอึดอัดใจกับงานเลี้ยงอีกต่อไป
อินอวี่โหรวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินจับมือกันเข้าไปข้างใน ปล่อยให้ลู่ซีจวี๋กับมู่อวี้เฉิงที่เดินตามหลังมองหน้ากันด้วยความเกลียดชัง
อินอวี่โหรวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีรูปลักษณ์ที่ละเอียดอ่อนสวยงามมาก
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากพวกเธอแต่งหน้าแต่งตัว
พวกเธอเป็นดั่งสาวงามที่เบ่งบาน ดึงดูดความสนใจของผู้คนจำนวนมากทันทีที่เดินเข้ามาร่วมงานเลี้ยง
มู่อวี้เฉิงกับลู่ซีจวี๋เดินแทรกไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว คอยปิดกั้นสายตาของผู้คนที่จ้องมองมา จากนั้นก็จ้องเขม็งกลับไปกลับหาผู้คนที่ริอาจทำตัวกล้าหาญอย่างเย็นชา
พวกเขาทั้งสองมีออร่าดุดันพอ ๆ กัน
คนเหล่านั้นจึงรู้ดีว่าพวกเขาไม่ใช่คนที่จะเข้ามายุ่งด้วยได้ง่าย ๆ
พวกเขาเพียงเหลือบมองสองครั้งและหันไปมองทางอื่น
ฉินคั่วนั่งเล่นโทรศัพท์นั่งอยู่กลางห้องโถงอย่างเบื่อหน่าย
วันนี้เขาต้องสวมใส่ชุดสูท มันจึงทำให้เขาค้นพบว่างานเลี้ยงพวกนี้เข้มงวดมาก
แต่เมื่อได้ยินเสียงตื่นตระหนกของฝูงชน ฉินคั่วก็มองไปรอบ ๆ และพบว่าอินอวี่โหรวอยู่ที่นี่แล้ว
เขารีบลุกขึ้นยืน แต่กลับเห็นลู่ซีจวี๋ยืนอยู่ข้าง ๆ อินอวี่โหรว
เขานึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะมาร่วมงานเลี้ยงพร้อมกับ ลู่ซีจวี๋
ฉินคั่วเดินกำหมัดแน่นและเดินตรงเข้าไปหา
จากนั้นเขาก็เห็นมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสวยมากจริง ๆ ราวกับดอกกุหลาบแดง ดูอบอุ่นและอ่อนโยนมาก
อินอวี่โหรวยังดูจืดชืดกว่าเธอเล็กน้อย
ไม่แปลกใจเลยที่มู่อวี้เฉิงจดจ่ออยู่กับเธอ
การปรากฏตัวครั้งนี้ช่างน่าตื่นเต้นจริง ๆ
อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับภรรยาของเพื่อนได้ ฉินคั่วจึงมุ่งเป้าหมายไปที่อินอวี่โหรว
เขาปล่อยมือที่กำแน่นแล้วเดินตรงเข้าไปหา “อวี้เฉิง นี่พี่สะใภ้เหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งทำให้มู่อวี้เฉิงโมโห เขาจึงอารมณ์เสียมากและตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผมฉินคั่วครับ” ฉินคั่วยื่นมือออกไปจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงยื่นมือออกมาจับมือฉินคั่ว “สวัสดีค่ะ ฉันถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่ะ”
“อวี่โหรว มาด้วยเหรอ” เมื่อต้องพูดคุยกับอินอวี่โหรว น้ำเสียงของฉินคั่วดูแผ่วเบาลงมากและฟังดูระมัดระวังเป็นพิเศษ
นี่คงเป็นพฤติกรรมการแสดงออกเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนที่ชอบ
อินอวี่โหรวพยักหน้าเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน ลู่ซีจวี๋ก้าวไปข้างหน้าและจับมือของ อินอวี่โหรวเอาไว้ “อวี่โหรว ผมเห็นตรงนั้นมีขนมที่คุณชอบด้วย เดี๋ยวผมพาไปกิน”
อินอวี่โหรวไม่ได้ปฏิเสธ ท้ายที่สุดเธอเป็นคู่ควงของลู่ซีจวี๋ในค่ำคืนนี้ เธอจะปล่อยให้ลู่ซีจวี๋เสียหน้าไม่ได้
ทว่าฉินคั่วกลับก้าวไปข้างหน้าและยืนประจันหน้ากับ ลู่ซีจวี๋และอินอวี่โหรว