พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 612 อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต
ตอนที่ 612
อย่าทำให้เป็นเรื่องใหญ่โต
ลู่ซีจวี๋มองดูฉินคั่วด้วยสายตาเยาะเย้ย “คุณชายฉิน ทำแบบนี้หมายความว่าไงครับ?”
ดวงตาของฉินคั่วแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาเช่นกัน “หมายความว่าไง? แกไม่เข้าใจเหรอ?”
“มีอะไรก็พูดมา” ลู่ซีจวี๋มองดูฉินคั่วอย่างไม่เกรงกลัว
เขาไม่ได้หวาดกลัวฉินคั่วเลย
อย่างเลวร้ายที่สุดก็แค่ต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง ไม่มีอะไรเลย
สำหรับอินอวี่โหรวแล้ว เขาสามารถยอมรับมันได้
“ถ้ายังไม่เข้าใจ งั้นฉันจะสอนวิธีประพฤติตัวให้” ฉินคั่วไม่พูดพร่ำทำเพลง ยกมือขึ้นมาชกเข้าที่ใบหน้าของลู่ซีจวี๋เต็มเปา
ลู่ซีจวี๋ที่ถูกต่อยเซถอยหลังไปสองสามก้าว
อินอวี่โหรวกรีดร้องเสียงดังลั่นจนแขกที่อยู่รอบ ๆ หันมามองเหตุการณ์ดังกล่าว
“แบบนี้ล่ะ? เข้าใจหรือยัง?” ดวงตาของฉินคั่วแดงก่ำ เขากำหมัดแน่นและเตรียมจะเข้าไปต่อยลู่ซีจวี๋อีกครั้ง
อินอวี่โหรวรีบเดินเข้าไปข้างหน้าลู่ซีจวี๋ทันที “ฉินคั่ว พี่ทำอะไร?”
“อวี่โหรว เธอไม่เข้าใจการกระทำของมันเหรอ? มันเป็นคนไร้ศีลธรรม คิดไม่ดีกับเธอ เธอยังจะปกป้องมันอีกเหรอ?” ฉินคั่วไม่เข้าใจว่าทำไมอินอวี่โหรวถึงเลือกลู่ซีจวี๋ ทั้งที่ลู่ซีจวี๋ทำให้เธอเจ็บช้ำใจมามาก
“แต่มันไม่เกี่ยวกับพี่” อินอวี่โหรวนึกไม่ถึงว่าฉินคั่วจะทำเรื่องพรรค์นี้ในที่สาธารณะจริง ๆ
ยิ่งไปกว่านั้นลู่ซีจวี๋เป็นผู้บริสุทธิ์ ทำไมเขาถึงโดนต่อยล่ะ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ไม่ไกลจากพวกเขาเช่นกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเดินเข้าไปพยุงลู่ซีจวี๋ขึ้นมา “รุ่นพี่ เป็นไรมั้ยคะ?”
ลู่ซีจวี๋ลุกขึ้นยืนขณะเลือดสีแดงไหลออกมาจากมุมปาก
เขาสัมผัสมันลวก ๆ และพูดท้าทายฉินคั่ว “แล้วคุณฉินต่อยคนอื่นแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
“แก…” ฉินคั่วกำลังพุ่งเข้ามา แต่มู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านหลังคว้ามือเขาเอาไว้
ฉินคั่วเงยหน้ามองมู่อวี้เฉิง มู่อวี้เฉิงจึงส่ายหน้าบอกเขา
หลังจากนั้นอินอวี่โหรวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ช่วยกันประคองลู่ซีจวี๋ขึ้นมา ขณะที่มู่อวี้เฉิงเดินพาฉินคั่วไปที่เลาจน์
แขกทั้งหลายในงานเลี้ยงต่างมองหน้ากันด้วยความตื่นตระหนก นึกไม่ถึงว่าพวกเขาจะได้เห็นประเด็นที่ร้อนแรงเช่นนี้
ทว่าฉินคั่วก็ยังเป็นเหมือนเดิม ขี้หงุดหงิดและชอบทำร้ายคนอื่นตามอำเภอใจ แม้ว่าพวกเขาจะไม่รู้จักชายที่ถูกต่อย แต่ฟังจากคำพูดที่ฉินคั่วพูดกับอินอวี่โหรวก็พอจะคาดเดาได้ว่าหมายถึงอะไร
พวกเขาอยากรู้เรื่องราวทั้งหมดจนแทบจะขาดใจ
แต่หลังจากพูดคุยกันเพียงแค่สองสามคำ ทั้งสองฝ่ายก็แยกย้ายกันออกไป ทำให้พวกเขารู้สึกผิดหวังอย่างมาก
ฉินคั่วเดินวนรอบเลาจน์ด้วยความหงุดหงิด “อวี้เฉิง แกเห็นมันมั้ย? เห็นท่าทางเสแสร้งของไอลู่ซีจวี๋หรือเปล่า อวี่โหรวจะต้องถูกมันหลอกแน่ ๆ!”
เขาอยากจะฉีกใบหน้าเสแสร้งของลู่ซีจวี๋ออกเป็นชิ้น ๆ
อีกฝ่ายก็แค่ไก่อ่อน จะมีความสามารถจริง ๆ สักแค่ไหนกันเชียว
“แต่อย่างน้อยมันก็ควบคุมสถานการณ์ได้ แกแพ้มันตั้งแต่ยกมือขึ้นมาต่อยแล้ว ฉินคั่ว แกนี่มันโง่จริง ๆ ถูกคนอื่นยั่วโมโหได้ด้วยคำพูดแค่สองสามคำ หนำซ้ำยังปล่อยให้มันได้รับความเห็นอกเห็นใจอีก!” มู่อวี้เฉิงปวดหัวมากจริง ๆ
“แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ? แค่ฉันเห็นหน้ามัน ฉันก็รู้สึกขยะแขยงไม่ไหวแล้ว” ใบหน้าของฉินคั่วดูน่าเกลียดมาก
“ฉันจะบอกว่ามันมีวิธีอื่นอีกที่ให้จัดการ ฉินคั่ว นอกจากลงไม้ลงมือแล้วแกทำอะไรเป็นบ้าง? ต่อยชนะแล้วรู้สึกดีขึ้นมั้ย ตอนนี้คนที่แกอยากได้ไปอยู่ข้าง ๆ ลู่ซีจวี๋แล้ว คิดว่าที่แกทำมันมีประโยชน์มั้ยล่ะ?” มู่อวี้เฉิงพูดความจริงที่โหดร้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ก็ฉันไม่รู้นี่ว่าจะต้องทำยังไง?” หัวใจของฉินคั่วเริ่มยุ่งเหยิง
“ตามที่ฉันบอก ถ้าแกไม่มีความสามารถก็อย่าไปไล่ตามจีบเธอเลย อินอวี่โหรวไม่เหมาะสมกับแกหรอก” มู่อวี้เฉิงพูดบอกอย่างเกียจคร้าน
“แล้วทำไมฉันจะต้องให้โอกาสไอไก่อ่อนนั่นด้วย? ฉันไม่มีทางให้โอกาสมันง่าย ๆ หรอก” ฉินคั่วกำหมัดแน่น
ฉินคั่วโกรธมากเมื่อนึกถึงลู่ซีจวี๋
“ฉินคั่ว ลองคิดดู แกแค่ไม่อยากยอมแพ้อินอวี่โหรวหรือชอบเธอจริง ๆ กันแน่? แกพุ่งไปต่อยลู่ซีจวี๋ตั้งแต่แรกโดยไม่สนใจความรู้สึกของอินอวี่โหรวเลย ฉินคั่ว การไม่อยากยอมแพ้มันไม่ใช่ความรักนะโว้ย ลองคิดมันดูดี ๆ อินอวี่โหรวไม่ใช่คนที่แกจะมาเล่นด้วยได้ อย่าทำให้เรื่องมันบานปลาย สงบจิตสงบใจลงซะ” แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะรู้สึกรำคาญ แต่เขาก็ยังพูดบอกเหตุผลกับฉินคั่วอย่างอดทน
ฉินคั่วตกตะลึงเมื่อได้ยินคำพูดของมู่อวี้เฉิง
กลับกลายเป็นว่าเขาแค่ไม่อยากยอมแพ้อินอวี่โหรว และไม่ได้ชอบเธอจริง ๆ งั้นหรือ?
ก่อนหน้านี้เขาถูกอินอวี่โหรวดึงดูด โดยรู้สึกว่าอินอวี่โหรวสอดคล้องกับคู่ชีวิตในอุดมคติของเขา เขาจึงไล่ตามจีบเธอ
เขาทำตามอำเภอใจ โดยไม่คำนึงถึงผลที่ตามมา
เมื่อเห็นท่าทางของเขา มู่อวี้เฉิงก็เข้าใจได้โดยปริยายว่าเขาคิดอย่างไร
“ถ้าไม่ได้ชอบก็ปล่อยไปซะ มันเป็นเรื่องสำคัญ ฉันคิดว่าอินอวี่โหรวยังชอบลู่ซีจวี๋อยู่ แกก็เห็นว่าเธอกังวลมากแค่ไหน แล้วแกคิดว่าเธอยังจะมาคบกับแกเหรอ?” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยเหตุผล
“เข้าใจแล้ว” ฉินคั่วสงบสติลงสักพักและก้มหัวลงเงียบ ๆ
อาจเป็นเพราะว่าเขารู้สึกสนุกสนานกับอินอวี่โหรวมากกว่า
ขณะที่ฉินคั่วกำลังคิดวิเคราะห์อย่างดุเดือด มู่อวี้เฉิงก็พูดทิ้งระเบิดอีกครั้ง
“ฉันได้ยินมาว่าลู่ซีจวี๋ไปคุกเข่าอยู่หน้าบ้านตระกูลอินสองชั่วโมงเต็ม เพื่อให้ได้เจอหน้าอินอวี่โหรว ฉินคั่ว ฉันถามหน่อยแกทำแบบนี้ได้มั้ย?”
“ทำไม่ได้” ฉินคั่วตอบกลับโดยไม่ต้องคิด และมีสีหน้าตกตะลึงเล็กน้อย
คนอย่างลู่ซีจวี๋คุกเข่าลงจริง ๆ เหรอ
ทว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่มีทางโกหกเขา กล่าวคือมันจะต้องเป็นเรื่องจริง
บางทีในแง่ของการไล่ตามจีบผู้หญิง เขาน่าจะไม่เก่งเท่าลู่ซีจวี๋จริง ๆ
“ฉินคั่ว ฉันคิดว่าแกแค่รู้สึกดี เพราะฉะนั้นอย่าทำให้มันเป็นเรื่องราวใหญ่โต ไม่อย่างนั้นถ้าเกิดในอนาคตแกเจอคนที่ชอบมากขึ้นมาจริง ๆ แกจะต้องเสียใจ” มู่อวี้เฉิงจุดบุหรี่แล้วถือมันเอาไว้ ไม่ได้ยกมันขึ้นมาสูบ
เขาแค่สูดดมกลิ่นเพื่อให้รู้สึกสงบลง
เขาทำแบบนี้เพราะว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ชอบกลิ่นบุหรี่
พวกเขาล้วนเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่หยิ่งผยอง ชอบครอบงำทุกสรรพสิ่ง
แต่สุดท้ายก็ยังหนีไม่พ้นคำว่า “รัก”
เรื่องของอารมณ์นั้นเป็นเรื่องที่อธิบายได้ยากจริง ๆ
“เรื่องในอนาคตค่อยมาพูดกันทีหลัง ตอนนี้ฉันเข้าใจที่แกพูดแล้ว และฉันก็คิดออกแล้ว ฉันจะไปขอโทษอวี่โหรวทีหลัง” ฉินคั่วพูดบอกอย่างไม่เห็นแก่ตัว
เขามักจะทำอะไรตรงไปตรงมา และไม่ทำตัววอกแวกแบบนี้เสมอ
“เข้าใจแล้วก็ดี อย่าไปพูดอะไรไร้สาระอีกล่ะ ในฐานะเจ้าของงาน แกเชิญแขกหลายคนมาที่นี่และปล่อยให้พวกเขาชมการแสดงแบบนั้น หลังจากนี้ตระกูลฉินจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?” มู่อวี้เฉิงรู้สึกว่าเขากำลังปฏิบัติตนราวกับเป็นแม่ของฉินคั่ว
อย่างไรก็ตามเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว เขาจะต้องค่อย ๆ คอยสอนฉินคั่ว
เรื่องราวในกองทัพแตกต่างจากแวดวงธุรกิจอย่างสิ้นเชิง ฉินคั่วเพิ่งกลับมาและธรรมชาติอันดุร้ายของเขาก็ยากที่จะแปรเปลี่ยน
“เฮ้ย อวี้เฉิง ฉันว่าแกเริ่มจะพูดแรงไปล่ะ แล้วทำไมแกตามจีบพี่สะใภ้ล่ะ? ดูจากท่าทางของพี่สะใภ้แล้วก็น่าจะรู้จักกับ ลู่ซีจวี๋ปะ?” ฉินคั่วถามอย่างสงสัย
“อืม ลู่ซีจวี๋เป็นเจ้านายเมียฉัน ตอนอยู่ต่างประเทศเขาคอยช่วยดูแลเหมี่ยวเหมี่ยวให้” มู่อวี้เฉิงพูดบอก
“ไม่แปลกใจเลย เอาล่ะ ฉันไปคิดหาวิธีต้อนความสนใจของแขกข้างนอกก่อน” ฉินคั่วโบกมือขอตัวและถอยกลับไปคิดหาวิธีการในมุมห้อง