พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 613 ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปยุ่งได้
ตอนที่ 613
ไม่ใช่คนที่จะเข้าไปยุ่งได้
อีกมุมหนึ่งของห้องจัดงานเลี้ยง
อินอวี่โหรวรับกระดาษทิชชูจากพนักงานเสิร์ฟมาเช็ดเลือดที่มุมปากให้ลู่ซีจวี๋ ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปหาก้อนน้ำแข็งมาให้อินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวรับมันมาและกดแนบมันกับใบหน้าของลู่ซีจวี๋โดยตรง
ความเย็นที่พุ่งเข้าใส่กระตุ้นให้ลู่ซีจวี๋สูดลมหายใจเข้าลึก
อินอวี่โหรวมองดูลู่ซีจวี๋ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและคิดโทษตนเองตลอดเวลา
ลู่ซีจวี๋กับฉินคั่วไม่ได้รู้จักกันเลย
แต่สาเหตุที่เขาถูกต่อยกลับมาจากอินอวี่โหรว
“ขอโทษนะ” อินอวี่โหรวพูดขอโทษทั้งที่น้ำตาคลอเบ้า
ลู่ซีจวี๋ที่เห็นเช่นนั้นดึงอินอวี่โหรวเข้ามาไว้ในอ้อมแขนแล้วพูดเบา ๆ ว่า “ไม่ใช่ความผิดของคุณสักหน่อย มันเป็นความผิดของฉินคั่วที่ไม่รู้จักควบคุมตัวเอง ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับคุณเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นทั้งสองคลอเคลียกอดกันจึงผละตัวออกไป
เมืองหนานแตกต่างจากเมืองเป่ย แต่ที่นี่ไม่สะดวกสบายเท่าเมืองเป่ย
อย่างน้อยทุกคนในเมืองเป่ยก็สามารถเข้าใจเหตุการณ์เล็ก ๆ น้อย ๆ นี้ได้
รู้ว่าใครที่ยุ่งได้และใครที่ไม่ควรยุ่ง
สำหรับคนในเมืองหนาน พวกเขาแสดงความคิดส่งเดช และไม่เข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เอาเสียเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบอาหารบางอย่างมาจากโต๊ะบุฟเฟต์และหลบไปนั่งกินในมุมเงียบ ๆ คนเดียว
หากเธอรู้ก่อนหน้านี้ว่ามันจะน่าเบื่อ เธอคงจะไม่มาที่นี่
เธอเงยหน้า เชิดคางขึ้นและตักอาหารกินเป็นระยะ ๆ
“คุณครับ มีคนนั่งมั้ยครับ?” ชายในชุดสูทสีแดงเดินเข้ามาหา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองชายที่จัดแต่งทรงผมด้วยแว๊กซ์จำนวนมากจนหัวมันเยิ้ม
ดวงตาของเขาวนเวียนอยู่กับร่างกายของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว จนมันบ่งบอกได้ว่าความคิดที่เป็นอันตรายของเขากำลังจะทะลักออกมา ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกรังเกียจอย่างมาก
“ขอโทษค่ะ ตรงนี้มีคนนั่งแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดปฏิเสธอย่างเด็ดขาด
“อ๋อ งั้นเหรอครับ” ชายคนพูดตอบกลับ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าคำพูดปฏิเสธของเธอจะทำให้เขาจะยอมแพ้ แต่เขากลับนั่งลงข้าง ๆ เธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกไม่ถึงว่าชายคนนี้จะหน้าด้านหน้าทน ทำให้เธอถึงกับจะเบิกตากว้าง
ชายคนนั้นยิ้มแล้วพูดว่า “คุณคงไม่รังเกียจจะให้ผมนั่งอยู่ตรงนี้จนกว่าเพื่อนของคุณจะกลับมาใช่มั้ยครับ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกระตุกปาก
นั่งลงขนาดนี้แล้ว ต่อให้เธอปฏิเสธก็คงจะไม่ไปหรอกใช่ไหม?
ไม่แน่นอน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สนใจที่จะพูดอะไรต่อ
เธอยังคงก้มหน้ากินอาหารต่อไป ขณะที่ชายคนนั้นพูดพล่ามอย่างไม่รู้สึกเบื่อหน่าย
“คุณเป็นคนที่ไหนเหรอครับ? ทำไมผมไม่คุ้นเลย” ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาในงานเลี้ยง ผู้หญิงคนนี้ก็สะดุดตาเขาทันที
เธอดูไร้เดียงสาแต่มีเสน่ห์เหลือล้น มีรูปร่างดีราวกับนางแบบแนวหน้าตั้งแต่แรกเห็น ชวนให้น่าเข้ามาหยอกเย้า
“คุณครับ ผมขอเบอร์หน่อยได้มั้ยครับ? ผมเป็นคนใหญ่คนโตในเมืองหนาน เกิดหลังจากนี้คุณต้องการอะไร คุณมาหาผมได้นะครับ” ชายคนนั้นพูดโอ้อวด
สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ชายคือการมีอำนาจและเงินทอง
ตราบใดที่พวกเขามีสองสิ่งนี้ ไม่ว่าผู้หญิงจะพยศแค่ไหน พวกหล่อนก็จะกระตือรือร้นเข้ามาหาพวกเขา
“ขอโทษค่ะ พอดีฉันไม่สนใจเรื่องพรรค์นั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธเขาโดยไม่ลังเลสักนิด
ไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง
เธอไม่มอง เพราะการจ้องมองคนแบบนี้มันจะทำให้ดวงตาของเธอสกปรก
ชายคนนั้นมองดูใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่แทนที่จะชะงัก เขากลับรู้สึกตื่นเต้นมากขึ้น
เขาเบื่อหน่ายที่จะต้องเล่นกับพวกกระต่ายน้อยผู้อ่อนแอเต็มทนแล้ว
ต้องพิชิตพริกขี้หนูแบบนี้สิจึงจะเรียกว่าประสบความสำเร็จ
“ไม่ต้องห่วง เราทุกคนเป็นเพื่อนกัน คราวหน้าถ้าคุณออกไปเล่นไหนก็บอกชื่อผมสิครับ ผมจะอ๊ากกก” ชายคนนั้นพูดขณะเหยียดมือออกไปหาร่างของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
แต่ก่อนที่เขาจะทันได้แตะต้องร่างกายของเธอ มือคู่หนึ่งก็ยื่นออกมาด้านข้างและดันมือของเขากลับไปจนเกิดเสียงดัง “กร๊อบ” เห็นได้ชัดว่านั่นเป็นเสียงของกระดูก
ชายคนนั้นถูกเหวี่ยงออกไปจนหน้าล้มคะมำกับพื้น
เขากำลังเงยหน้าขึ้นเพื่อมองดูว่าใครบังอาจมาแตะต้องเขา แต่กลับต้องพบเจอกับใบหน้าที่เย็นชา
สายตาของอีกฝ่ายที่จ้องมองมาทำให้เขาแข็งค้าง ไม่สามรถขยับเขยื้อนตัวได้
“เป็นไรมั้ย” มู่อวี้เฉิงจับมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมาด้วยท่าทางกังวล
ทันทีที่เขาเดินลงมาจากเลานจ์ เขาก็เห็นผู้ชายคนนี้พยายามจะแตะต้องถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ไม่เป็นไร” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหน้า
ขณะเดียวกัน ชายที่ลงไปกองอยู่กับพื้นก็ร้องตะโกนโวยวาย “แกเป็นใคร? กล้าดียังไงมาแตะต้องตัวฉัน รู้มั้ยว่าฉันเป็นใคร?”
มู่อวี้เฉิงหันกลับมาด้วยดวงตาที่มืดมนขึ้น เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา และจ้องมองชายคนนั้นราวกับจ้องมองซากศพ “อ๋อ? ถ้าอย่างนั้นก็บอกฉันสิว่าแกเป็นใคร?”
“พ่อฉันเป็นหัวหน้าตำรวจประจำเมืองหนาน ในเมื่อกล้าแตะต้องฉัน ฉันก็จะสั่งสอนบทเรียนให้แก!” ชายคนนั้นจ้องมองมู่อวี้เฉิงอย่างอวดดี
อีกฝ่ายหนึ่งก็แค่ผู้ชายหน้าตาดี ดูทรงแล้วน่าจะไม่ได้มีสถานะสูงส่งไปกว่าเขา
มู่อวี้เฉิงสบถอย่างเย็นชา “เป็นลูกชายผู้กำกับเหรอ?”
ชายคนนั้นพยักหน้าราวกับกำลังอวดเบ่งอิทธิที่คิดว่าเหนือกว่า “ใช่ ถ้าแกคุกเข่าขอโทษและส่งผู้หญิงคนนั้นมาเล่นสนุกกับฉัน ฉันก็จะใจดีปล่อยแกไป ถ้าไม่ก็อย่าคิดว่าจะได้อยู่ในเมืองหนานอีกเลย”
“เล่นสนุกเหรอ?” จู่ ๆ มู่อวี้เฉิงก็เดินเข้าไปหาชายคนนั้น
ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงมากและดวงตาของก็ดูแข็งกร้าวขึ้นมากจนไม่สามารถควบคุมได้
ชายคนนั้นหวาดกลัวมากและสัญชาตญาณก็กำลังกระตุ้นให้เขาเอาชีวิตรอด เขาพยายามเขยิบถอยห่างออกมา “แก แกคิดจะทำอะไร? ถ้าแกแตะต้องฉัน พ่อฉันจะไม่ปล่อยแกไปแน่”
“อา” มู่อวี้เฉิงหัวเราะเยาะก่อนจะยกเท้าขึ้นมาเหยียบย่ำมือที่หงิกงอของชายคนนั้นโดยตรง
เสียงกรีดร้องของชายคนนั้นดังลั่นไปทั่วห้องจัดเลี้ยง
มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงไปเชยชมรูปลักษณ์อันน่าเกลียดของอีกฝ่าย “อยากจะเล่นอะไรล่ะ? ฮะ?”
“ไม่เล่นแล้ว ไม่เล่น ปล่อยฉัน ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” ชายคนนั้นเพิ่งค้นพบว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนที่โหดเหี้ยม
เขาเสียใจมาก เขาไม่ควรไปยุยั่วคนคนนี้เลย
มู่อวี้เฉิงเหยียบย่ำเรียวนิ้วของเขาราวกับว่ามันยังไม่หนำใจ
เสียงกรีดร้องอันเจ็บปวดดังลั่นขึ้นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน แขกทั้งหลายที่มาเข้าร่วมงานเลี้ยงตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ไม่นานหลังจากนั้น ฝูงชนก็เขยิบเข้ามารายล้อม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิง
หลายคนจำผู้ชายที่นั่งกองอยู่บนพื้นได้
“ปกติหวงจื่ออวี๋ก็ชอบตามจีบผู้หญิงหน้าตาดีในงานเลี้ยงอยู่แล้วปะ คราวนี้คงไปเจองานหินเข้า”
“ลูกพี่ลูกน้องฉันถูกเขาเหยียดหยาม เขาสมควรได้รับมันแล้ว! ฮึ”
“แต่ไม่ว่ายังไงหวงจื่ออวี๋ก็ยังเป็นลูกชายของผู้กำกับ ผู้กำกับไม่ปล่อยไว้หรอก”
หลังจากพูดแบบนั้น ทุกคนก็มองหน้ากันและปิดปากเงียบทันที
พวกเขาไม่ชอบพฤติกรรมวางอำนาจของหวงจื่ออวี๋ แต่เพราะตัวตนของหวงจื่ออวี๋ ทำให้พวกเขาทำอะไรไม่ได้
แม้ว่าพวกเขาจะไม่พอใจ แต่ก็ทำได้เพียงอดกลั้นมันเอาไว้
ทว่าเมื่อเห็นหวงจื่ออวี๋ถูกลงโทษ ทุกคนกลับมีความสุขกันมาก
ถึงอย่างนั้นกลับเกรงว่าชายหนุ่มอีกฝ่ายจะโชคร้าย
ทุกคนมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
พนักงานเสิร์ฟเป็นคนของตระกูลฉิน เขากวาดสายตามองรอบ ๆ และจดจำหวงจื่ออวี๋ได้ในทันที
ลูกชายของผู้กำกับได้รับบาดเจ็บที่นี่ พวกเขาจะต้องรับผิดชอบ
ว่าแต่เขาควรออกไปห้ามปรามไหม?
แต่เห็นว่าได้ชัดว่ามู่อวี้เฉิงไม่ใช่คนที่จะเข้าไปยุ่งได้ง่าย ๆ
เขาไม่สามารถรุกรากทั้งสองคนนี้ได้
พนักงานเสิร์ฟพยายามคิดชั่งน้ำหนัก แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถตัดสินใจได้ เขาจึงรีบวิ่งไปหาฉินคั่ว
มีเพียงฉินคั่วเท่านั้นที่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้