พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 614 โยนเขาออกไป
ตอนที่ 614
โยนเขาออกไป
ฉินคั่วรู้สึกแปลกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดรายงานของพนักงานเสิร์ฟ “ใครมันบังอาจมาสร้างปัญหาในงานเลี้ยงของฉัน?”
“คุณชาย ออกไปดูก่อนดีกว่าครับ นั่นลูกชายผู้กำกับเลยนะครับ เกิดเขาไม่พอใจขึ้นมา เราจบเห่แน่” พนักงานเสิร์ฟมีท่าทางประหม่ามาก
แต่เมื่อเห็นท่าทางสงบของฉินคั่ว เขาก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้น
หากเป็นไปได้เขาอยากจะฉุดกระชากฉินคั่วให้ลุกขึ้นและพาออกไปทันที
“ก็แค่ผู้กำกับ กลัวอะไร?” ฉินคั่วหัวเราะ
จากนั้นพนักงานเสิร์ฟก็ตระหนักได้ว่าคนตรงหน้าเขาคือฉินคั่ว ชายชาติทหารชั้นหนึ่ง ไม่มีอะไรจะต้องเกรงกลัว
อาจเป็นเพราะเขาไม่มีความรู้
“อยู่ไหน นำทางไปสิ” ขณะที่พนักงานเสิร์ฟกำลังครุ่นคิดอย่างดุเดือด ฉินคั่วก็ลุกขึ้นจากที่นั่ง
พนักงานเสิร์ฟเดินนำไปอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นว่าฉินคั่วกำลังเดินมา ทุกคนก็หลีกทางให้เขาโดยอัตโนมัติ
ฉินคั่วเดินไปเห็นชายคนหนึ่งนอนขดตัวอยู่บนพื้น ส่วนคนตรงข้ามคือมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
มู่อวี้เฉิงทุบตีคนเป็นด้วยเหรอ?
ฉินคั่วเลิกคิ้วขึ้น
“เกิดอะไรขึ้น?” ฉินคั่วพูดถามอย่างสบาย ๆ
มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้บาดเจ็บอะไร ดังนั้นพวกเขาน่าจะค่อยเป็นค่อยไป
หวงจื่ออวี๋มองดูฉินคั่วที่เดินเข้ามาราวกับเห็นเกราะกำบัง
ตระกูลฉินทรงอิทธิพลมากจนครอบครัวของเขาเทียบไม่ติด
แต่ทุกคนในนี้ล้วนเป็นคนเมืองหนาน หากเกิดอะไรขึ้นกับเขา ฉินคั่วจะต้องไว้หน้าเขาอย่างแน่นอน
เขาจึงเหลือบมองมู่อวี้เฉิงอีกครั้ง
มู่อวี้เฉิงดูมีออร่าเหนือกว่าคนธรรมดาทั่วไป แต่เขาไม่เคยเห็นคนคนนี้ในเมืองหนานเลย
หากเป็นคนที่มีอำนาจจริง ๆ ก็ไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้จัก
ดังนั้นเขาจึงคิดว่ามู่อวี้เฉิงเป็นเพียงบุคคลธรรมดาที่ไม่มีความสำคัญอะไร
หวงจื่ออวี๋คิดเช่นนั้นแล้วหันไปพูดกับฉินคั่วอย่างน่าเวทนา “คุณชายฉิน ผมแค่อยากคุยกับผู้หญิงคนนี้ครับ แต่ผู้ชายคนนี้กลับลงมือทำร้ายผม นี่มันงานเลี้ยงของคุณนะครับ เขากล้าลงมือแบบนี้ก็หมายความว่าเขาไม่สนใจคุณเลยจริง ๆ” หวงจื่ออวี๋พูดบอกอย่างชาญฉลาด
ความหมายก็คือหากฉินคั่วเมินเฉยต่อเรื่องนี้ นั่นจะเป็นการให้หน้ามู่อวี้เฉิงอย่างมาก
ผลลัพธ์ก็คือฉินคั่วจะต้องจัดการกับอีกฝ่าย
ฉินคั่วเป็นคนซื่อตรงก็จริง แต่เขาไม่ใช่คนโง่และเขาก็มองออกอย่างรวดเร็ว
“อ๋อ? งั้นเหรอ?” ฉินคั่วยิ้มเยาะเบา ๆ
“ครับ” หวงจื่ออวี๋คิดว่าฉินคั่วจะเข้าข้างเขาจึงพยักหน้าตอบรับอย่างแรง
เขาพยายามคลานเข้าไปกอดขาของฉินคั่ว แต่กลับถูกฉินคั่วเตะเข้าอย่างแรง
“คุณ คุณชายฉิน?” หวงจื่ออวี๋ยกมือขึ้นมากุมหน้าอกและจ้องมองฉินคั่วด้วยสายตาเหลือเชื่อ
ฉินคั่วหัวเราะเยาะหวงจื่ออวี๋ “แกกล้าแตะต้องพี่สะใภ้ของฉัน แกคิดว่าแกเป็นใคร?”
“พี่สะใภ้?” หวงจื่ออวี๋สับสน เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าฉินคั่วมีพี่ชาย
“แกรู้มั้ยว่าเขาเป็นใคร? มู่อวี้เฉิงจากเมืองเป่ย เคยได้ยินบ้างมั้ย?” ฉินคั่วมองดูคนโง่เขลาตรงหน้าแล้วรู้สึกขบขัน
“มู่ มู่อวี้เฉิง” หวงจื่ออวี๋พูดขึ้นด้วยริมฝีปากที่สั่นเทา ใบหน้าของเขาซีดเผือดลงทันที
ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยเห็นมู่อวี้เฉิงมาก่อน แต่เขาก็เคยได้ยินชื่อเสียงของมู่อวี้เฉิง
หัวหน้าตระกูลมู่คนปัจจุบัน ทำสงครามเก่งและเลือดเย็นกับคนอื่นมาก
หวงจื่ออวี๋แอบเสียใจเล็กน้อย
เขาทำบ้าอะไร มีตาหามีแววไม่ถึงกล้าไปรุกรานมู่อวี้เฉิง?
เมื่อเห็นว่าหวงจื่ออวี๋ยังเงียบอยู่ ฉินคั่วก็พูดต่อ “กลับไปบอกพ่อของแกซะว่าถ้าคำขอโทษของพวกแกทำให้คุณมู่กับพี่สะใภ้ของฉันพอใจไม่ได้ ก็ไม่ต้องนั่งประจำตำแหน่งผู้กำกับอีกต่อไป”
เขากล้าแตะต้องคนของมู่อวี้เฉิง บาดแผลแค่นี้ยังเล็กน้อยไปด้วยซ้ำ
ตอนนี้มู่อวี้เฉิงอารมณ์ดีขึ้นแล้ว หากเป็นในอดีตมู่อวี้เฉิงคงจะหักมือเขาไปข้างหนึ่งแล้ว
จากนั้นหวงจื่ออวี๋ก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของเรื่องนี้
เขาคลานเข้าไปหามู่อวี้เฉิง นั่งคุกเข่าและก้มหัวลง “คุณมู่ คุณมู่ ผมขอโทษครับ ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาคุณ ผมพลาดเองเผลอไปทำให้คุณไม่พอใจ คุณเป็นคนใจกว้าง ได้โปรดปล่อยผมไปเถอะนะครับ”
มู่อวี้เฉิงไม่ได้มองเขา แต่หันไปมองฉินคั่วแทน
พวกเขาเป็นเพื่อนพ้องกันมานานหลายปี ฉินคั่วจึงเข้าใจความหมายของเขาโดยปริยาย
เขาเข้าใจความหมายของมู่อวี้เฉิงทันที
“มานี่ จับไอแมลงวันนี่ออกไปซะ อย่าปล่อยให้มันรกหูรกตา รบกวนความสงบสุขของคุณมู่เรา”
พนักงานที่มีหน้าที่เสิร์ฟอาหารรับรู้แล้วว่าตัวตนของหวงจื่ออวี๋นั้นต่ำต้อยกว่ามู่อวี้เฉิงมาก
ดังนั้นพวกพนักงานเสิร์ฟจึงลากตัวหวงจื่ออวี๋ออกไปอย่างรวดเร็ว
“คุณมู่ คุณมู่… ยกโทษให้ผม…” หวงจื่ออวี๋ยังคงเฝ้าภาวนาขอโอกาส
หลังจากนั้นไม่นาน หวงจื่ออวี๋ก็ถูกโยนออกไป
หลายคนจ้องมองมาที่มู่อวี้เฉิง
นึกไม่ถึงว่าฉินคั่วจะสามารถเชิญมู่อวี้เฉิงให้มาร่วมงานเลี้ยงได้
ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว ความสัมพันธ์ระหว่าง ฉินคั่วกับมู่อวี้เฉิงน่าจะไม่เลวเลย
ตระกูลมู่คอยช่วยเหลือตระกูลฉินให้มีอำนาจที่เสถียรภาพมากขึ้นในเมืองหนาน
ภายในงานเลี้ยงมีผู้คนมากมาย และพวกเขาก็คิดวิเคราะห์เหตุการณ์ได้อย่างรวดเร็ว
ผู้คนมากมายจึงเข้ามาประจบประแจงมู่อวี้เฉิง
พวกเขาสรรหาถ้อยคำดี ๆ มาพูดด้วย และต่อว่า หวงจื่ออวี๋ บอกว่าอีกฝ่ายมีตาหามีแววไม่
มู่อวี้เฉิงเกลียดเหตุการณ์แบบนี้
ทำให้ท่าทางการแสดงทางสีหน้าของมู่อวี้เฉิงค่อย ๆ หมดความอดทน
ฉินคั่วจึงเข้ามาห้ามปราบแขกคนอื่นทันทีโดยพูดว่า “ขอโทษนะครับ แต่ตอนนี้พี่สะใภ้หวาดกลัวมาก ผมขอพาพี่สะใภ้ไปพักผ่อนก่อนนะครับ ส่วนที่เหลือเราค่อยมาคุยกันทีหลัง”
ทุกคนรู้สึกเสียใจที่พรากโอกาสแสดงความดีความชอบต่อหน้ามู่อวี้เฉิง
แต่ในเมื่อฉินคั่วพูดแบบนั้น เขาก็ต้องจำใจยอมแพ้
พวกเขาจึงแยกย้ายกันไปคุยที่อื่น
ณ เลานจ์ชั้นบน
ฉินคั่วรินน้ำอุ่นแล้วส่งให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “พี่สะใภ้ ขอโทษที่ทำให้คุณตกใจนะครับ ผมจัดการไม่เหมาะสมเอง ไม่น่าปล่อยให้คนประเภทนี้เข้ามาเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับแก้วน้ำขึ้นมาจิบแล้วพูดว่า “ไม่เป็นไร เขาไม่ได้ทำอันตรายอะไรกับฉันหรอกค่ะ”
เธอนั่งคุยกับฉินคั่ว และไม่ได้หันไปมองมู่อวี้เฉิง
ในเวลานี้ ฉินคั่วเริ่มสังเกตเห็นสิ่งที่น่าสนใจ
ไม่รู้ว่าพวกเขาสองคนมีปัญหาอะไรกัน
เมื่อกี้ก็ยังดี ๆ กันอยู่ไม่ใช่เหรอ?
ฉินคั่วจึงเป็นฝ่ายพูดขึ้นว่า “พี่สะใภ้ ยังมีแขกข้างนอกที่ผมต้องดูแล ผมขอตัวไปดูก่อนนะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเบา ๆ
หลังจากที่ฉินคั่วกลับออกไป มู่อวี้เฉิงก็เดินเข้ามาคว้ามือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและถูมือเธออย่างอ่อนโยน
“ยังโกรธอยู่เหรอ?” มู่อวี้เฉิงรู้ว่าวันนี้เขาทำตัวไม่ดี และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็น่าจะยังโกรธอยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามดึงมือเธอกลับ แต่มู่อวี้เฉิงกลับจับมือเธอไว้แน่น ไม่ปล่อยให้เธอดึงมือออก
มู่อวี้เฉิงดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามาไว้ในอ้อมกอด และวางคางลงบนไหล่ของเธอ “ขอโทษนะเหมี่ยวเหมี่ยว ผมผิดเอง คุณจะลงโทษผมยังไงก็ได้ แต่อย่าเมินผมเลยนะ ได้มั้ย?”
“คุณมู่ชอบแดกดันคนอื่นนักไม่ใช่เหรอคะ แล้วมาบอกฉันทำไม?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเยาะเย้ย
เธอจะไม่ให้อภัยมู่อวี้เฉิงอย่างง่ายดาย เพราะว่าวันนี้เธอโมโหมาก
เขาก็รู้ชัดเจนว่าเรื่องระหว่างเธอกับลู่ซีจวี๋ไม่มีทางเป็นไปได้ ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ไปตามติดอินอวี่โหรวแล้ว
แต่มู่อวี้เฉิงยังตีความหมายของเธอผิดไปคนละทิศคนละทาง
นี่คือสัญญาณของความไม่ไว้วางใจ
เรื่องมันจบไปนานแล้ว แต่เขายังคงยึดติดอยู่กับอดีต
เราทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้ว ทำแบบนี้มันน่าเบื่อมากจริง ๆ