พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 616 เข้าใจผิด
ตอนที่ 616
เข้าใจผิด
แม้ว่าอาหารว่างยามดึกจะมีหลายประเภท แต่ลู่ซีจวี๋ก็ยังเลือกสั่งอาหารที่มีรสชาติอ่อน
อินอวี่โหรวสั่งอาหารรสจัดมาสองสามอย่าง และยังสั่งให้พนักงานเติมพริกลงไป
ลู่ซีจวี๋ที่ยืนด้านข้างเหลือบมองเธออยู่หลายครั้ง
“อวี่โหรว คุณปู่บอกว่าคุณกินอาหารรสจัดไม่ได้ไม่ใช่เหรอ?” หรือว่าเธอจงใจจะลงโทษเขาโดยการแบ่งอาหารรสจัดเหล่านี้มาให้เขา
เกรงว่าเขาจะไม่สามารถกินอาหารรสจัดพวกนี้ได้ แต่เพื่อเห็นแก่อินอวี่โหรว เขาก็จะลองดู
ดวงตาที่จ้องมองมาด้วยความประหลาดใจทำให้ อินอวี่โหรวพูดอธิบายอย่างเขินอาย “ฉันชอบกินอาหารพวกนี้กับเหมี่ยวเหมี่ยว คิดว่าอาหารเผ็ด ๆ พวกนี้ก็อร่อยเหมือนกัน และฉันก็คิดว่าฉันน่าจะกินไหว”
เธอบำรุงท้องของเธอมายาวนาน จนรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กินอาหารรสจัด
หากไม่ได้กินมัน เธอก็จะรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป
“อย่างนี้นี่เอง” ลู่ซีจวี๋ตระหนักรู้ได้ในทันที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวติดกินอาหารรสชาติจัด อินอวี่โหรวสนิทกับเธอมานานจนรสนิยมของพวกเธอเกือบจะเหมือนกันโดยไม่รู้ตัว
“แต่ต้องเพลา ๆ อาหารรสจัดบ้างนะ มันไม่ดีกับกระเพาะ” ลู่ซีจวี๋คอยตักโจ๊กให้อินอวี่โหรวเป็นครั้งคราว
“กินอาหารให้อิ่มท้องก่อนแล้วค่อยกินพวกเผ็ด ๆ ทีหลัง” เขาเป่าโจ๊กให้เย็นและยื่นมันไปตรงหน้าอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวไม่ปฏิเสธและชิมโจ๊กอย่างละเมียดละไม
เธอเงยหน้าขึ้นมองลู่ซีจวี๋
เธอรู้สึกว่าเวลาลู่ซีจวี๋เป็นแบบนี้ เขาดูแสนดีมากจริง ๆ เขามีน้ำใจและใส่ใจเธอมาก
ในสายตาของเธอ นี่คือสิ่งที่ลู่ซีจวี๋ควรจะเป็น ชายหนุ่มผู้ถ่อมตัวและอ่อนโยนราวกับหยก นี่คือความประทับใจแรกที่ อินอวี่โหรวมีต่อลู่ซีจวี๋
หัวใจของอินอวี่โหรวเต้นระรัวอย่างไม่สามารถควบคุมได้อีกครั้ง
แค่ชอบยังดูแลเธอดีขนาดนี้เลยเหรอ? แล้วแบบนี้เธอจะปฏิเสธได้อย่างไร?
…
งานเลี้ยงของตระกูลฉินยังคงดำเนินต่อไป
มู่อวี้เฉิงคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะกลับมาหลังจากนั้นไม่นาน
แต่หลังจากรอมานาน เขาก็ยังไม่เห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวสักที
นอกจากนี้ฉินคั่วยังคอยพูดจาประชดประชันเขาอยู่ ข้าง ๆ
มู่อวี้เฉิงลุกขึ้นยืนอย่างฉุนเฉียว อยากจะออกไปหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มที
ฉินคั่วคว้าตัวเขาเอาไว้
“อะไรอีก?” ตอนนี้มู่อวี้เฉิงหงุดหงิดมาก
“งานเลี้ยงใหญ่โตขนาดนี้ จะวิ่งออกไปหาสุ่มสี่สุ่มห้าหรือไง?” ฉินคั่วไม่อาจทนมองใบหน้าของมู่อวี้เฉิงในตอนนี้ได้
เขาสูญเสียความสงบและความสุขุมไป หงุดหงิดงุ่นง่านมากราวกับเด็กหัวโปก
เขาพบว่ามู่อวี้เฉิงมักจะหงุดหงิดจนเสียสติเมื่อมีเรื่องบางอย่างเกี่ยวข้องกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
นี่มันต้องรักมากแค่ไหนนะ?
ฉินคั่วไม่อยากจะคิด
“แล้วแกจะให้ฉันทำยังไง?” มู่อวี้เฉิงพูดออกมาอย่างไม่อดทน
“จิ๊ ๆ ๆ ไอเชี่ยนี่ เดี๋ยวไปดูกล้องวงจรปิดให้ว่าพี่สะใภ้อยู่ไหน เจอแล้วจะรีบมาบอก” ฉินคั่วไม่มั่วพูดไร้สาระและตรงไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยทันที
เขารู้สึกว่าถ้าเขาอยู่ต่อ มู่อวี้เฉิงอาจจะเฉดหัวเขาทิ้งด้วยมือข้างเดียวและเขวี้ยงมันออกไปไกลราวกับลูกบอล
ฉินคั่วจากไปและกลับมาในไม่ช้า
“พี่สะใภ้อยู่ในสวน รีบไปเร็ว ที่สวนมืดมาก เป็น…” โอกาสที่แกจะได้แสดงฝีมือ
แต่ก่อนที่ฉินคั่วจะพูดจบ เขาก็เห็นเพียงแผ่นหลังของมู่อวี้เฉิงที่แวบผ่านไป
นี่เขาเผลอไปยั่วยุใครเข้า ถึงได้เจอเรื่องยุ่ง ๆ และกลายเป็นคนนอกตลอดทั้งวัน?
แบบนี้มันใช่แล้วเหรอ
หลังจากนั้นไม่นานมู่อวี้เฉิงก็ไปถึงสวน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนั่งจ๋องอยู่บนม้านั่ง คอยยกมือขึ้นมาตบยุงเป็นครั้งคราว
มู่อวี้เฉิงจึงเดินเข้าไปจับแขนของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาขมวดคิ้ว “ทำไมตัวเย็นจัง?”
เขาถอดเสื้อคลุมออกและคลุมให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “กลับกันเถอะ ทำไมมานั่งตากลมอยู่ข้างนอกคนเดียว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดจมูก ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอากาศหนาวเย็นเกินไปหรือเปล่า เธอถึงได้รู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย
เสื้อคลุมที่ปกคลุมอยู่บนร่างกายทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นไม่น้อย
แต่เธอไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนทำให้เธออารมณ์เสีย
“ไม่ต้องมายุ่ง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความโกรธ
“ฟังกันบ้าง ไม่งั้นคุณจะไม่สบาย” มู่อวี้เฉิงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ฉันไม่ไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันหลังกลับอย่างดื้อรั้น
“แน่ใจนะว่าจะไม่ไป?” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงเปลี่ยนเป็นเย็นชา
“บอกว่าไม่ไปก็ไม่ไปไง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต่อล้อต่อเถียงกับมู่อวี้เฉิงอย่างไม่ยอมแพ้
“ได้” มู่อวี้เฉิงเม้มปาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจว่ามู่อวี้เฉิงหมายความว่าอย่างไร แต่จู่ ๆ ร่างของเธอก็ถูกมู่อวี้เฉิงยกจนลอยขึ้นไปกลางอากาศ
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่ยอมยกแขนขึ้นมาโอบกอดรอบคอของเขาเอาไว้ และมีแนวโน้มว่าจะหล่นลงไป
มู่อวี้เฉิงกอดเธอเอาไว้แน่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขดตัวอยู่ในอ้อมกอดของเขา
ขณะเดียวกัน ฉินคั่วเดินออกมาจากเลานจ์ เขาตกใจมากเมื่อเห็นว่ามู่อวี้เฉิงมีท่าทางเช่นนั้น
หรือว่าพวกเขาสองคนจะทะเลาะกันในสวนอีกครั้ง?
“เตรียมห้องให้ฉันด้วย” มู่อวี้เฉิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“ไม่ได้นะอวี้เฉิง แกจะทำอะไร? พี่สะใภ้โมโหอยู่ก็ค่อย ๆ ง้อสิ ทำไมจะต้องใช้วิธีนี้ด้วย อีกอย่างพี่สะใภ้หัวเสียมาก ไม่เหมาะจะทำแบบนี้หรอกปะ?” ฉินคั่วพูดกระซิบมู่อวี้เฉิงที่อยู่ ข้าง ๆ
เขาคิดว่าเขากระซิบเบามากแล้ว แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิงยังคงได้ยินชัดแจ๋ว
แก้มของเธอแดงก่ำขณะพยายามซุกหัวอยู่ในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิง และแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน
หากรู้เร็วกว่านี้เธอคงจะไม่แสร้งดัดจริต
เธอแค่ปล่อยให้มู่อวี้เฉิงอุ้มเธอ แต่เมื่อรู้ว่าฉินคั่วเข้าใจผิดไปไกล เธอก็อยากจะมุดเข้าไปซ่อนตัวในรอยแตกจริง ๆ
มู่อวี้เฉิงกัดฟันและมองดูฉินคั่วราวกับคนปัญญาอ่อน
“รีบไปหาห้อง เตรียมน้ำอุ่นให้เมียฉันซะ บอกให้คนใช้เตรียมซุปขิง เตรียมผ้าสะอาดมาด้วย ไม่งั้นเธอจะเป็นหวัด วัน ๆ หนึ่งคิดแต่เรื่องไร้สาระบ้าอะไร”
จากนั้นฉินคั่วก็ตระหนักได้ว่าเขาเข้าใจผิดไป
เขาเกาหัวแกร๊ก ๆ
“ได้ เดี๋ยวจะไปบอกคนใช้ให้เตรียมให้” ฉินคั่วพูดเดินออกไป
หลังจากไม่นานก็มีคนรับใช้มาพามู่อวี้เฉิงไปยังห้องพัก
มู่อวี้เฉิงเปิดประตูและอุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไป จากนั้นจึงโน้มตัวลงและพูดกับเธอว่า “ไปอาบน้ำให้หายไข้ก่อน ผมจะไปเอาเสื้อผ้ามาให้”
มู่อวี้เฉิงไม่เคยไว้วางใจให้คนอื่นดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทน
“ถ้าคุณไม่รีบไปอาบน้ำ ก็รอผมกลับมาช่วยแล้วกัน ผมยินดีจะช่วย” ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะปฏิเสธ ถ้อยคำข่มขู่ก็ดังขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะกล้าดียังไง
รอให้มู่อวี้เฉิงมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอเนี่ยนะ แบบนั้นมันน่าอายเกินไป
เมื่อคิดได้เช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างเชื่อฟัง
เธอเห็นว่ามู่อวี้เฉิงยังยืนอยู่ที่เดิมจึงเงยหน้าพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “มัวทำอะไรอยู่? ไหนบอกจะไปหาเสื้อผ้ามาให้ฉันไง?”
“ก็ได้ เดี๋ยวผมมานะ” มู่อวี้เฉิงหัวเราะและส่ายหัวอย่างสนุกสนาน
หลังจากออกไปแล้ว เขาก็ช่วยปิดประตูให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จนกระทั่งมู่อวี้เฉิงออกไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ล็อคห้องน้ำ ถอดเสื้อผ้าและเข้าไปอาบน้ำ
กระแสน้ำอุ่นไหลผ่านร่างกายช้า ๆ ช่วยบรรเทาความเหน็บหนาวบนร่างกาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะแช่น้ำต่อ
เนื่องจากไปนั่งตากลมมา การอาบน้ำในวันนี้จึงให้ความรู้สึกแตกต่างออกไป
อาจเป็นเพราะการแช่น้ำทำให้รู้สึกสบายเกินไป ประจวบกับวันนี้เธอต้องตื่นขึ้นมาแต่เช้า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเอียงศีรษะลงด้วยความมึนงง และผล็อยหลับไปทันที