พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 634 ทำให้เขาหลงใหลมาก
ตอนที่ 634
ทำให้เขาหลงใหลมาก
ผู้ช่วยมักจะยืนเฝ้าประตูห้องทำงานของลู่ซีจวี๋อยู่ข้างนอก เพื่อป้องกันไม่ให้ใครเดินสุ่มสี่สุ่มห้าเข้าไป
แต่เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู เขาก็หันกลับไปโดยไม่รู้ตัว
ใครจะคิดว่าจะเห็นคุณลู่ผู้ทรงอิทธิพลคุกเข่าลงจริง ๆ
แถมยังพูดจาแบบนั้นอีก
ผู้ช่วยเบิกตากว้างและรีบตอบสนองด้วยการเดินไปซ่อนตัวยังมุมอับที่พวกเขามองไม่เห็น
ไม่รู้ว่าคุณลู่เห็นเขาหรือเปล่า
หากเขามัวยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้า เขาจะไม่ถูกฆ่าปิดปากเอาหรือ?
การทำงานเป็นผู้ช่วยมันยากมากจริง ๆ
อินอวี่โหรวมองดูลู่ซีจวี๋แล้วไม่รู้จะพูดอะไร
ครั้งนี้เมื่อลู่ซีจวี๋คุกเข่าลงต่อหน้าเธอ หัวใจของเธอร่วงหล่นและดิ่งลงเหวมากกว่าครั้งก่อนเสียอีก
หากเป็นที่บ้านตระกูลอิน ที่นั่นมีคนค่อนข้างน้อยและ ลู่ซีจวี๋ก็เป็นคนรุ่นหลาน จึงไม่แปลกที่จะคุกเข่า
แต่นี่คือในบริษัท และลู่ซีจวี๋ก็เป็นถึงประธานบริษัท
พนักงานหลายพันคนอยู่ใต้อำนาจการสั่งการของเขา
ลู่ซีจวี๋จะคุกเข่าเพื่อเธอที่นี่จริง ๆ เหรอ?
อินอวี่โหรวถอนหายใจเบา ๆ “ลู่ซีจวี๋ อย่าทำแบบนี้ หลังจากนี้คุณจะได้เจอคนที่ดีกว่า”
“ผมต้องการแค่คุณ อวี่โหรว ผมไม่ต้องการใครอีก ผมต้องการแค่คุณ เข้าใจมั้ย?” ลู่ซีจวี๋ก้มศีรษะลง “ผมรู้ว่าผมเป็นไอสารเลวที่เคยทำกับคุณไม่ดีมาก่อน ตอนนั้นผมไม่รู้ว่าผมต้องทำยังไง เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ผมชอบใครสักคนมากๆ คุณให้โอกาสผมแก้ตัวเถอะนะ ผมจะทำให้มันดีกว่าเดิม”
อินอวี่โหรวค่อย ๆ เดินเข้าไปหาลู่ซีจวี๋และพยุงเข้าขึ้นมา “ก็ได้ ฉันสัญญา”
“อะไรนะ?” ลู่ซีจวี๋เงยหน้าขึ้นอย่างเหลือเชื่อ
เขาคิดว่ามันเป็นภาพลวงตา
มันน่าจะเป็นภาพหลอน
อินอวี่โหรวไม่มีทางยกโทษให้เขาง่ายดายแบบนี้
“ฉันพูดว่าฉันสัญญาว่าจะอยู่กับคุณ” อินอวี่โหรวมองออกไป
นับตั้งแต่วินาทีที่ลู่ซีจวี๋คุกเข่าลง เธอก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป อินอวี่โหรวรู้ดีว่าเธอไม่สามารถหลีกหนีชะตากรรมนี้ได้
บางทีเธอกับลู่ซีจวี๋อาจจะถูกกำหนดให้ทุกทรมานด้วยกันไปตลอดชีวิต
ในกรณีนี้หากเผชิญความยากลำบากต่อไปก็อาจจะมีจุดจบที่แตกต่างออกไปเช่นกัน
“จริงเหรอ?” ลู่ซีจวี๋เบิกตากว้างและถามด้วยความไม่แน่ใจอีกครั้ง
“จริงสิ” อินอวี่โหรวค่อย ๆ พยักหน้าอย่างเชื่องช้า
เห็นด้วยก็คือเห็นด้วย เพราะมันคือการให้โอกาสตัวเธอและให้โอกาสลู่ซีจวี๋เช่นกัน
ลู่ซีจวี๋ลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามากอดอินอวี่โหรวเอาไว้อย่างแน่นหนา “ผมกำลังฝันอยู่หรือเปล่า?”
เขามีความสุขราวกับเด็กน้อยคนหนึ่ง ขณะที่มุมปากของอินอวี่โหรวอดไม่ได้ที่จะยกขึ้น
“ถ้าอย่างนั้นก็คิดซะว่ามันเป็นความฝันแล้วกัน” อินอวี่โหรวพูดด้วยรอยยิ้ม
ลู่ซีจวี๋กอดอินอวี่โหรวแน่นแล้วปฏิเสธที่จะปล่อยมือ
ความอบอุ่นในอ้อมแขนของเขาบ่งบอกว่าเขาไม่ได้กำลังฝันไป
เป็นอินอวี่โหรวจริง และเธอเพิ่งพูดแบบนั้นจริง ๆ
เขากับอินอวี่โหรวกลับมาอยู่ด้วยกันจริง ๆ แล้ว
ความประหลาดใจครั้งใหญ่ปกคลุมทั่วร่างของลู่ซีจวี๋ เขาตื่นเต้นมากจนมือสั่นเทา
ลู่ซีจวี๋จูบซับใบหน้าด้านข้างของอินอวี่โหรวครั้งแล้วครั้งเล่า “ผมรู้แล้วว่าผมไม่ได้ฝันไป ในที่สุดคุณก็กลับมาเป็นของผมอีกครั้งจริง ๆ”
ลู่ซีจวี๋ฝั่งศีรษะไว้บนหัวไหล่ของอินอวี่โหรว
น้ำตาร้อนผ่าวไหลผ่านเสื้อผ้าและเลื่อนลงมาที่แผ่นหลังของอินอวี่โหรว
มันแผดเผาหัวใจของเธอด้วย
เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นมาสวมกอดลู่ซีจวี๋
ไม่รู้ว่าพวกเขากอดกันนานแค่ไหนแต่ขาของอินอวี่โหรว กลับเริ่มเหน็บชาจากการยืนและลู่ซีจวี๋ก็ไม่ยอมปล่อยมือออกสักที
อินอวี่โหรวดันเขาออก “คุณทำอะไร? ได้เวลาทำงานแล้ว ทำไมคุณไม่ไปจัดแจงเอกสารสักทีล่ะ?”
“ไม่ต้องรีบหรอก” ความรู้สึกที่ได้รับของบางอย่างกลับคืนมานั้นดีมากจนเขาอยากจะสัมผัสให้มากขึ้น
“ถ้ามีคนมาเห็นมันจะดูไม่ดี” อินอวี่โหรวก้มหน้าลงด้วยความลำบากใจ
หากรู้ก่อนหน้านี้เธอคงจะไม่เห็นด้วยกับลู่ซีจวี๋
และปล่อยให้เขาทำงานก่อน
“ใครจะกล้าพูดล่ะ? ผมกอดเมียตัวเองแล้วมันทำไม?” ลู่ซีจวี๋พูดจาโอ้อวดมาก
“แต่ฉันปวดขา” อินอวี่โหรวสวมรองเท้าส้นสูงอยู่และเธอยืนมานานมากแล้ว เธอจึงทนไม่ไหวอีกต่อไป
“เจ็บเหรอ? ขอโทษนะ” ลู่ซีจวี๋ปล่อยมือออก
เมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวต้องการพักผ่อน ลู่ซีจวี๋ก็ประคองเธอมานั่งลงบนเก้าอี้
นั่นคือโต๊ะทำงานของลู่ซีจวี๋ และอินอวี่โหรวก็นั่งอยู่บนตักของลู่ซีจวี๋อีกที
อินอวี่โหรวขยับเขยื้อนร่างกายอย่างไม่สบายใจ “คุณทำบ้าอะไร? ปล่อยมือออกเดี๋ยวนี้นะ”
“ไม่ปล่อย อวี่โหรว ขอผมมีความสุขหน่อยเถอะนะ” ลู่ซีจวี๋รู้สึกราวกับว่าเขากำลังฝันอยู่จริง ๆ
มีเพียงกลิ่นหอมจาง ๆ ที่เล็ดลอดออกมาจากร่างกายของเธอเท่านั้นที่ทำให้เขารู้สึกถึงความเป็นจริง
เมื่อไหร่ก็ตามที่ต้องรู้สึกเจ็บปวดจากการสูญเสียบางอย่าง เมื่อนั้นคุณจะค้นพบว่าสิ่งนั้นมันวิเศษเพียงใด
หลังจากได้ยินคำพูดของเขา อินอวี่โหรวก็หยุดดิ้นรน
ไม่ใช่ทุกคนที่สามารถบุ่มบ่ามเข้ามาในห้องทำงานของประธานบริษัทได้
ตอนนี้ไม่มีคนอยู่แล้ว
เมื่อเห็นว่าเขาดูน่าสงสารมากแค่ไหน เธอก็ปล่อยให้เอากอดไว้สักพัก
“คุณลู่ นี่คือ… รายงานประจำไตรมาสเดือนนี้ครับ” ผู้จัดการเห็นว่าประตูเปิดอยู่และมีคนอยู่ด้านในจึงเดินบุ่มบ่ามเข้ามาโดยตรง
ใครจะรู้ว่าเมื่อเดินเข้ามาแล้วจะเห็นคุณลู่คนดีคนเดิมผู้ไม่เคยเกี้ยวสาวกำลังกอดผู้หญิงไว้ในอ้อมแขน
อินอวี่โหรวที่ได้ยินเสียงใครบางคนเข้ามารีบก้มหน้าฝั่งไว้ในอ้อมแขนของลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋ยกยิ้มเบา ๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของอินอวี่โหรว
เขาลูบหัวปลอบโยนเธอ
“เอาวางไว้แล้วออกไปซะ ผมจะดูมันทีหลัง” ลู่ซีจวี๋พูดอย่างใจเย็น
เขายังเป็นคุณลู่ที่ชอบครอบงำอยู่
ไม่รู้ว่าผู้ชายคนเมื่อกี้ที่เพิ่งคุกเข่าขอโทษอินอวี่โหรวไม่ให้ออกไปนั้นเป็นใคร
“ครับ ครับคุณลู่” ผู้จัดการฝ่ายการเงินตอบรับและแอบชำเลืองมองอินอวี่โหรวอยู่หลายครั้ง
น่าเสียดายที่ไม่ทันมองเห็นใบหน้าของอินอวี่โหรว
เมื่อไม่นานมานี้ การหย่าร้างระหว่างลู่ซีจวี๋กับคุณหนูอินทำให้เกิดความยุ่งยากครั้งยิ่งใหญ่
แต่หลังจากผ่านไปไม่ถึงครึ่งปี ลู่ซีจวี๋กลับกอดผู้หญิงอีกคนไว้ในอ้อมแขน
หรือว่าคุณลู่จะเลี้ยงชู้ไว้จริง ๆ
เพราะเหตุนี้คุณหนูอินจึงขอหย่าใช่ไหม?
จิ๊ ๆ คนรวยพวกนี้ซับซ้อนกันจริง ๆ
ทว่าคนที่ทรงอิทธิพลอย่างคุณลู่จะมีเล็กมีน้อยอยู่ข้างกายสักสองสามคนแล้วมันแปลกตรงไหน?
มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาสักหน่อย
ผู้จัดการฝ่ายการเงินยืนถอนหายใจอยู่ที่หน้าประตูสักพักก่อนจะเดินออกไป
จนกระทั่งคนนอกจากไปแล้ว อินอวี่โหรวก็เงยหน้าขึ้นจากอ้อมแขนของลู่ซีจวี๋
อินอวี่โหรวหน้าแดงมากราวกับกุ้งสุก
เธอเป็นคนหน้าบางและไม่เคยเจออะไรแบบนี้มาก่อน
หากคนอื่นมาเห็นเธอเป็นแบบนี้ เธอก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไร
ลู่ซีจวี๋จับเธอเงยคางขึ้นและจูบริมฝีปากเธอ “เขินเหรอ?”
อินอวี่โหรวไม่ได้หลบหนีแต่ฝั่งหัวลึกลงไป “คุณคิดว่าทุกคนจะหน้าด้านหน้าทนเหมือนคุณหรือไง?”
“จะห่วงหน้าตาไปทำไม? ผมอยากมีเมีย” ลู่ซีจวี๋กอดอินอวี่โหรวและอดไม่ได้ที่จะลูบไล้ร่างกายเธอ
อินอวี่โหรวอายมากและพยายามหลบหนี แต่สุดท้ายเธอก็ต้องจำใจทน
ลู่ซีจวี๋ชอบปฏิกิริยาของอินอวี่โหรวมาก
เขาตระหนักได้ว่าทุกสัดส่วนของอินอวี่โหรวน่าดึงดูดมากจริง ๆ
ทุกตารางนิ้วบนร่างกายเธอมีความงามเสมอ
ทำให้เขาหลงใหลอย่างมาก