พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 637 ไม่ต้องกังวลสักนิด
ตอนที่ 637
ไม่ต้องกังวลสักนิด
ลู่ซีจวี๋รักษาคำพูดของเขาด้วยการไปส่งอินอวี่โหรวกลับบ้านหลังจากรับประทานอาหาร
เมื่อรถยนต์ขับเคลื่อนมาใกล้บ้านตระกูลอิน ลู่ซีจวี๋ ก็ค่อย ๆ หยุดรถ
ตอนนี้ผู้เฒ่าอินยังไม่รู้ว่าพวกเขาทั้งสองกลับมาคบกันแล้ว
ตอนนี้อินอวี่โหรวอยู่ในชุดใหม่และถ้าผู้เฒ่าอินมาเห็นว่าเขามาส่ง ผู้เฒ่าอินจะต้องคิดมากอย่างแน่นอน
เขาอยากจะเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่เห็นได้ชัดว่า อินอวี่โหรวไม่ต้องการ
อินอวี่โหรวแอบถอนหายใจให้กับความรอบคอบของ ลู่ซีจวี๋
เธอกำลังจะพูดบอกเขาพอดี โชคดีที่ลู่ซีจวี๋หยุดรถก่อน
“ถ้ากลับไปแล้วคุณปู่ถามว่าทำไมเปลี่ยนเสื้อผ้า คุณก็บอกไปว่าเผลอทำชุดเปื้อนตอนออกไปกินข้าวกับเหมี่ยวเหมี่ยวเลยได้ซื้อชุดใหม่นะ” ลู่ซีจวี๋ไม่ลืมเตือนเธอ
อินอวี่โหรวเป็นคนใสซื่อ
ถ้าผู้เฒ่าอินซักไซ้สักสองสามประโยค เธอจะต้องพูดหมดเปลือกแน่นอน
“ฉันไม่ใช่เด็กสักหน่อย รู้ว่าต้องพูดอะไรหรอกน่า” อินอวี่โหรวปิดปากแล้วหัวเราะเบา ๆ
อย่างไรก็ตามเธอกำลังคิดข้อแก้ตัวปิดซ่อนเรื่องนี้จากผู้เฒ่าอินอยู่ และลู่ซีจวี๋ก็พูดเสนอข้อแก้ตัวมาได้ทันเวลาพอดี
“แล้วเมื่อไหร่ผมจะมีตัวตนสักที?” ลู่ซีจวี๋พูดด้วยความเศร้าใจ
ตอนนี้เขาได้แต่หวังว่าอินอวี่โหรวจะพาเขาเข้าบ้านด้วย
มันดีกว่าการเก็บซ่อนเอาไว้ตามลำพังเป็นไหน ๆ
ด้วยเหตุนี้ เขาจะสามารถอยู่กับอินอวี่โหรวได้ตลอดไป
แน่นอนว่านี่เป็นความลับส่วนลึกในหัวใจที่เขาไม่สามารถบอกไปได้
และเขาจะไม่มีทางทำแบบนั้น
เพราะว่าอินอวี่โหรวเป็นคน เธอต้องการเสรีภาพและความไร้กังวล
ไม่สมควรถูกขังอยู่ภายใต้หลังคาเหมือนกับสัตว์เลี้ยง
“ยังไม่ได้หรอก ฉันรู้สึกลำบากใจที่ต้องบอกคุณปู่น่ะ” อินอวี่โหรวก้มหน้าลง
พวกเขาเพิ่งหย่าร้างกันได้ไม่ถึงครึ่งปี แล้วจะรีบกลับมาคบหากันได้อย่างไร
พวกเขาประกาศหย่าร้างอย่างยิ่งใหญ่ แต่ตอนนี้ดันกลับมาคบหากัน
หากมีข่าวแพร่กระจายออกไปก็ไม่รู้ว่าคนอื่นจะพูดว่าอย่างไรบ้าง
“ก็ได้ ถ้าวันหนึ่งคุณพร้อมแล้ว เราค่อยพูดถึงมัน ไม่ต้องรีบร้อน” ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ปรับแนวคิดโดยการเชื่อฟังอินอวี่โหรวทุกอย่าง
เขาแค่ต้องการให้เธอมีความสุข
“อืม เรื่องนี้น่ะ คุณอย่าเพิ่งบอกพวกคุณปู่ได้มั้ย?” หากคุณปู่ลู่รู้เรื่องนี้ก็เกรงว่ามันจะได้ยินมาถึงผู้เฒ่าอินอย่างแน่นอน
“ผมจะพยายาม” ลู่ซีจวี๋เลิกคิ้ว
“จะพยายามหมายความว่ายังไง สัญญากับฉันมานะ” อินอวี่โหรวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“ผมรับปากไม่ได้ ถ้าเกิดผมมีความสุขมากจนเปิดปากโป้งล่ะจะทำยังไง? ผมมีเมียที่สวยน่ารักแบบนี้ก็ต้องอยากให้คนอื่นอิจฉาเป็นธรรมดา” ลู่ซีจวี๋พูดโอ้อวดด้วยความมั่นใจ
อินอวี่โหรวที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกทำอะไรไม่ถูก “คุณพูดไร้สาระอะไร?”
“เอาล่ะ ถ้าพวกเขาไม่สังเกตเห็น ผมก็จะไม่เป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อน ตกลงมั้ย?” ลู่ซีจวี๋มองดูท่าทางวิตกกังวลของเธอและอดไม่ได้ที่จะพูดหยอกล้อเธอต่อไป
“ได้” อินอวี่โหรวรู้สึกโล่งใจขึ้นมาก
ตราบใดที่พวกเขาระมัดระวัง คนในตระกูลอินก็จะไม่มีทางรู้
เธอเชื่อว่าลู่ซีจวี๋จะเคารพความคิดเห็นของเธอ
เมื่ออินอวี่โหรวกลับมาถึงบ้าน ผู้เฒ่าอินก็สอบถามเกี่ยวกับเสื้อผ้าตัวใหม่ของเธอจริง ๆ
เธอพูดอ้างตามคำบอกเล่าของลู่ซีจวี๋ และผู้เฒ่าอินก็ไม่ได้ถามอะไรอีก
ผู้เฒ่าอินกลับบอกว่านี่คือสิ่งที่คนหนุ่มสาวควรจะเป็น
ออกไปเที่ยวเล่นบ่อย ๆ พบปะสังคมและเพื่อนใหม่ มัวแต่ขลุกตัวอยู่บ้านตลอดทั้งวันได้อย่างไร
อินอวี่โหรวตอบรับเบา ๆ
หลังจากกลับมาถึงห้องนอน อินอวี่โหรวก็โทรศัพท์ไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ลู่ซีจวี๋อยู่ข้างเธอตลอดเวลา ทำให้เธอไม่สามารถเล่าเรื่องบางส่วนให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังได้
ทันทีที่เชื่อมต่อสายติด น้ำเสียงแกลมหยอกล้อของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้นจากปลายสาย “ฮัลโหล ตื่นได้แล้วเหรอ?”
อินอวี่โหรวที่ได้ยินเช่นนั้นหน้าแดงเล็กน้อย “เหมี่ยวเหมี่ยว อย่าล้อฉันสิ”
“ฉันจะไปล้อเธอได้ยังไง? จากนี้ไปเธอจะได้เป็นถึงภรรยาของเจ้านายฉันเลยนะ อย่าลืมปกป้องฉันด้วยล่ะ” จากนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ระเบิดเสียงหัวเราะ
“ไอหยา หยุดพูดเลย หยุดพูด” คำพูดของอีกฝ่ายทำให้เธอรู้สึกอับอาย
“ก็ได้ อย่าไปพูดถึงเรื่องนี้เลย มาพูดเรื่องอื่นกันดีกว่า ทำไมจู่ ๆ เธอถึงเปลี่ยนใจกลับไปคบกับรุ่นพี่ล่ะ?” เธอจำได้ว่าตอนบ่ายทั้งสองดูวางตัวปฏิปักษ์ต่อกันมาก
“ฉันเพิ่งรู้ตัวว่ายังชอบเขาอยู่ ก็เลยอยากลองอีกสักตั้ง” นี่เป็นเพียงเหตุผลเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
ในความจริงแล้ว สาเหตุหลักมาจากการที่ลู่ซีจวี๋คุกเข่าให้เธอในบริษัท
“อวี่โหรว เธอก็รู้ว่าฉันรู้จักเธอมานานแค่ไหนแล้ว เธออาจจะหลอกคนอื่นได้ แต่เธอคิดว่าเธอจะหลอกฉันได้เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแสร้งทำเป็นโกรธ
“เหมี่ยวเหมี่ยว ขอฉันเล่าให้เธอฟังทีหลังได้มั้ย?” อินอวี่โหรวยังคงรู้สึกกังวลเล็กน้อย
เพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับศักดิ์ศรีของลู่ซีจวี๋
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะสนิทสนมกับพวกเขา แต่มันก็ยากที่จะพูดเรื่องแบบนี้
“ถ้าเธอไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ฉันไม่ได้บีบบังคับเธอ ฉันแค่หวังว่าเธอจะมีความสุข” ในเมื่ออินอวี่โหรวไม่อยาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่อยากถามซักไซ้ต่อ
เพราะมันเป็นเรื่องระหว่างอินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋
เธอไม่สมควรสอดรู้สอดเห็นให้มาก
“ขอบใจนะเหมี่ยวเหมี่ยว ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากบอกเธอ แต่แค่ฉันไม่รู้ว่าจะเล่ามันยังไงดี” น้ำเสียงของอินอวี่โหรวเต็มไปด้วยความเคอะเขิน
“ไม่เป็นไร ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว ไม่ต้องอธิบายหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
แม้ว่าพวกเธอจะเป็นเพื่อนกัน แต่ก็ไม่จำเป็นต้องเล่าให้กันและกันฟังทุกเรื่องใช่ไหม?
มีหลายเรื่องที่เธอไม่ได้เล่าให้อินอวี่โหรวฟังเช่นกัน
พวกเธอก็เหมือนกัน
ทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกสักพัก ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะบอกให้อินอวี่โหรวไปพักผ่อนและวางสายลง
หลังจากวางสายแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดินเข้าไปในห้องของเสี่ยวเป่า
มู่อวี้เฉิงกอดเสี่ยวเป่าอยู่ และเสี่ยวเป่าก็กำลังนอนพิงแขนของมู่อวี้เฉิง ซึ่งเขาน่าจะหลับไปแล้ว
หลายวันมานี้ พ่อลูกสองคนต่างมีลับลมคมใน
เสี่ยวเป่าไม่สนใจเธอและเข้าไปเซ้าซี้มู่อวี้เฉิงให้เล่าเรื่องให้ฟังตลอดทั้งวัน
ช่วงสองสามวันแรก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะถามมู่อวี้เฉิงว่าเขาใช้วิธีการใดที่ทำให้เสี่ยวเป่าแปรพักตร์
ไหนจะเรื่องราวแปลก ๆ พวกนั้นอีก
แต่ตอนนี้ความอยากรู้อยากเห็นของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้รุนแรงเหมือนเมื่อก่อนแล้ว
สิ่งสำคัญเหนือสิ่งใดคืออย่างน้อยสองพ่อลูกก็เข้ากันได้ดี
เสี่ยวเป่าเป็นลูกชายแท้ ๆ ของมู่อวี้เฉิง มู่อวี้เฉิงจะไม่มีวันทำอันตรายอะไรกับเสี่ยวเป่า
เมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่ที่ประตู มู่อวี้เฉิงก็ค่อย ๆ วางเสี่ยวเป่าลงและเดินเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว “มาทำอะไร?”
“ไม่มีอะไรก็แค่อยากมาดูเฉย ๆ ได้พาลูกชายเข้านอนบ้างแล้วรู้สึกยังไงล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับแขนมู่อวี้เฉิง
และทั้งสองก็เดินเข้าห้องไปด้วยกัน
“ก็ใช้ได้ เสี่ยวเป่าเชื่อฟัง สอนง่ายดี” มู่อวี้เฉิงพบว่า เสี่ยวเป่าประพฤติตนดีมากจนทำให้ผู้คนรู้สึกเอ็นดูและไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเขาสักนิดเลย
“แน่นอนอยู่แล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงท่าทางภาคภูมิใจ
ความรักและความชื่นชมของมู่อวี้เฉิงกับพวก ลิ่นอวี๋เหยียนที่มีต่อเสี่ยวเป่าเป็นการการันตีการเลี้ยงดูของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเช่นกัน
ไม่ว่าเธอจะเหนื่อยหรือสาหัสมากแค่ไหน แต่การได้รับคำชมเหล่านี้ก็ยังคุ้มค่าอยู่ดี
ในอดีตเธอมอบทุกสิ่งอย่างให้เสี่ยวเป่า ไม่ใช่เพราะว่าเสี่ยวเป่าเป็นลูกชายของเธอ
แต่เป็นเพราะว่าเธอกำลังรอคอยสิ่งเหล่านี้ช้า ๆ สิ่งที่มีคุณค่าจนหาค่าไม่ได้