พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 638 ภรรยาที่บ้านไม่อาจสู้เด็กสาวนอกบ้าน
ตอนที่ 638
ภรรยาที่บ้านไม่อาจสู้เด็กสาวนอกบ้าน
สุดสัปดาห์
ถึงเวลาพักผ่อนสักที
แผนการของถงเหมี่ยวเหมี่ยวคือการพาเสี่ยวเป่าไปเที่ยวสวนสนุกกับมู่อวี้เฉิง
ทว่าบริษัทของมู่อวี้เฉิงจัดการประชุมกะทันหัน และ มู่อวี้เฉิงที่เป็นประธานบริษัทก็ต้องออกไป
ส่งผลให้เหลือเพียงถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าที่บ้านสองคน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงมองเสี่ยวเป่า “ลูกรัก วันนี้อยากไปเล่นที่ไหนมั้ย? หม่ามี้พาไปมั้ยจ๊ะ?”
“ไม่ฮะหม่ามี้ อาทิตย์นี้อาจารย์สั่งการบ้านเยอะมาก ผมต้องทำการบ้าน ไหนจะมีแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกที่ต้องเข้าร่วมอีก ผมยังไม่ได้อ่านทบทวนข้อมูลเลย” เสี่ยวเป่ากะพริบตา
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตกตะลึง
ตอนที่เธอยังเด็ก เธอเคยรู้เรื่องพวกนี้ที่ไหน?
“ทำไมอาจารย์สั่งงานเยอะจัง? นี่มันวันหยุดนะ ลูกควรจะพักผ่อนให้เต็มที่สิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะพูดบ่น
ไม่รู้ว่าร่างเล็ก ๆ ของเสี่ยวเป่าจะทนได้หรือไม่
“อาจารย์บอกว่าคนเก่งต้องทำงานหนักกว่าคนอื่น” เสี่ยวเป่าพูดและจัดของใส่กระเป๋านักเรียน
“ทำไมล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเขาอย่างสงสัย
“หม่ามี้ ไปส่งผมที่บ้านเก่าหน่อยได้มั้ยฮะ? ผมอยากไปทำการบ้านกับคุณปู่” เสี่ยวเป่าคุ้นเคยกับบรรยากาศที่บ้านเก่า
นอกจากนี้มู่หงจวิ้นยังคอยช่วยให้คำปรึกษาแก่เขาอีกด้วย
“จะไปก็ได้ แต่เสี่ยวเป่า อยู่บ้านกับหม่ามี้ไม่ได้เหรอ?” หากเสี่ยวเป่าไปที่นั่นก็จะเหลือเธอเพียงคนเดียว
อา มีวันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที่ ทำไมเธอจะต้องมานั่งกร่อยแบบนี้ด้วย?
“ก็หม่ามี้ไม่เข้าใจโจทย์ปัญหาของผม แด๊ดดี้ไม่อยู่แล้วก็มีแค่คุณปู่ที่จะช่วยผมได้” เสี่ยวเป่าพูดถึงความจริงอันโหดร้าย
ใช่ เธอมีความรู้น้อยเกินไปจนเธอไม่สามารถฝากฝังชื่อของตัวเองเอาไว้ในใจของเสี่ยวเป่าได้
การแข่งขันคณิตศาสตร์โอลิมปิกนั้นเต็มไปด้วยตัวเลขและสัญลักษณ์ที่ไม่อาจเข้าใจได้ ทำไมคนพวกนี้ถึงทนกันไหวได้นะ?
แน่นอนว่าคณิตศาสตร์เลขซับซ้อนก็สมกับชื่อของมัน จริง ๆ
ชื่อนี้ไม่เคยทำให้ผิดหวังแม้แต่น้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปส่งเสี่ยวเป่าที่บ้านเก่า
เธอพบว่ามีแค่มู่หงจวิ้นอยู่ที่นั่น ในขณะที่ลิ่นอวี๋เหยียนออกไปดื่มชากับเพื่อน ๆ
หากลิ่นอวี๋เหยียนอยู่ที่นี่ เธอคงจะมีคนคุยด้วย
แต่ในเมื่อไม่อยู่ที่นี่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่อยากอยู่บ้านเก่าต่อ
ดังนั้นเธอจึงจำใจกลับไปที่คฤหาสน์ตี้หลาน
เธอคุ้นเคยกับการทำงานยุ่ง ๆ พอว่างงานจึงรู้สึกกระสับกระส่ายเล็กน้อย
เธอมักจะอยากหาอะไรทำเสมอ
แต่ที่บ้านมีอะไรให้ทำบ้างล่ะ?
เมื่อวานเธอทำความสะอาดบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้ว และตอนนี้อย่างมากก็มีแค่เก็บขยะลงไปทิ้ง
ถังขยะถูกทำความสะอาดเมื่อวานนี้เช่นกัน ทำให้ตอนนี้ไม่ต้องเก็บขยะลงไปทิ้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทรุดตัวลงบนโซฟา และเงยหน้ามองท้องฟ้า
เมื่อวานนี้เธอรีบทำงานให้เสร็จเพื่อจะได้ใช้เวลาว่างกับเสี่ยวเป่า
แต่ใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เช่นนี้
จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดบางอย่างออก ดวงตาของเธอเป็นประกาย
ใช่แล้ว ตอนนี้มู่อวี้เฉิงยังอยู่ที่บริษัท
เธอสามารถทำอาหารไปให้มู่อวี้เฉิงได้ มู่อวี้เฉิงจะได้กินอาหารฝีมือเธอและเขาน่าจะเจริญอาหารมากขึ้น
นอกจากนี้เธอยังสามารถทำมันให้ถูกสุขอนามัยด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเวลา ยังเหลือเวลาอีกสองสามชั่วโมงก่อนจะถึงเวลาอาหารกลางวัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปซื้อวัตถุดิบสดใหม่ที่ซูเปอร์มาร์เก็ต จากนั้นก็พับแขนเสื้อและเริ่มทำอาหารอย่างที่พูด
จนกระทั่งอาหารทุกอย่างเสร็จแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มองดูเวลา
ยังมีเวลาอีกครึ่งชั่วโมงก่อนที่มู่อวี้เฉิงจะพักเที่ยง
เมื่อเธอไปถึงบริษัทของมู่อวี้เฉิงก็น่าจะพอเหมาะพอดี
แต่ก่อนจะไปที่นั่น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปอาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า เกล้าผมและแต่งหน้าเบา ๆ
เธอไม่สามารถไปที่นั่นในสภาพหน้ามันเยิ้มได้
เพราะนั่นคือบริษัทของมู่อวี้เฉิง
ไม่ว่าเธอจะทำอะไร มันก็ย่อมเป็นหน้าเป็นตาของ มู่อวี้เฉิง
แม้ว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่สนใจ แต่ในฐานะภรรยา เธอก็ไม่สามารถทำให้เขาอับอายได้ใช่ไหม?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มลิปสติกบนริมฝีปาก จากนั้นก็มองไปที่กระจกด้วยความพึงพอใจ
เธอสวมเสื้อผ้าที่ออกแบบโดยอาจารย์ซ่งฉิง มันมีสีสันอ่อนโยนและดูเรียบง่าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนตัวเล็กและดูอ่อนกว่าวัยหลายปี
หลังจากจัดแจงของแล้ว เธอก็ถือกล่องอาหารขับรถตรงไปที่มู่กรุ๊ป
ที่ลานจอดรถของมู่กรุ๊ป รถยนต์ทุกคันจะต้องแตะบัตรเพื่อเข้าไปข้างใน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการเซอร์ไพรส์มู่อวี้เฉิง ดังนั้นเธอจึงไม่ได้โทรศัพท์บอกมู่อวี้เฉิง
เธอหาลานจอดรถใกล้ ๆ และถือกล่องอาหารกลางวันเดินเข้าไปในมู่กรุ๊ป
“สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามีอะไรให้ช่วยมั้ยคะ?” หญิงสาวที่แผนกต้อนรับถามคำถามด้วยรอยยิ้มอันแสนหวาน ดูมีทัศนคติที่ดี
“ฉันมาพบคุณมู่ค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกตามตรง
พนักงานต้อนรับจ้องมองเธอด้วยสายตาจริงจัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสวยมาก วันนี้เธอแต่งตัวเด็กจนดูเหมือนสาวมหาวิทยาลัย
ว่ากันว่าคุณมู่มีภรรยาแล้ว
แม่คนนี้หน้าด้านจริง ๆ ริอาจเข้ามาเสนอตัว
อย่างมากก็แค่ของเล่นที่คุณมู่เก็บเอาไว้นอกบ้าน ไม่บอกภรรยา
ภรรยาที่บ้านมันจะไปสู้เด็กสาวนอกบ้านได้ยังไง?
ผู้ชายมันก็เลวเหมือนกันหมด
พนักงานต้อนรับคิดแบบนั้นขณะจ้องมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาดูถูก
อย่างไรก็ตามเธอยังคงรักษาสีหน้าเอาไว้ “ไม่ทราบว่าคุณผู้หญิงได้นัดเอาไว้หรือเปล่าคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งเข้าใจว่าพนักงานต้อนรับมองเธอผิดไป
แต่เธอไม่สามารถบอกได้อย่างแน่ชัดว่ามีอะไรผิด
“ไม่ได้นัดค่ะ แต่คุณโทรศัพท์บอกเจ้านายคุณให้ฉันที บอกว่าคุณถงอยู่ที่นี่ได้มั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงที่ดี
“เอ่อ…” งานของแผนกต้อนรับคือการกรองคนที่ไม่ได้นัดหมายเอาไว้ล่วงหน้า และป้องกันบุคคลที่ไม่สำคัญไม่ให้เข้าไปพบท่านประธาน
แต่เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องแบบนี้ พนักงานต้อนรับก็รู้สึกลังเลอยู่พักหนึ่ง
เธอไม่มั่นใจว่าคนตรงหน้าสำคัญสำหรับคุณมู่หรือเปล่า
“ถ้าคุณต้องการพบคุณมู่ ฉันแนะนำให้คุณโทรบอกเขาก่อนดีกว่าค่ะ” พนักงานต้อนรับค้นพบว่าเธอฉลาดมากที่นึกประโยคนี้ออก
“ฉัน ฉันแค่อยากเซอร์ไพรส์เขาน่ะค่ะ คุณช่วยพูดแทนฉันหน่อยได้มั้ยคะ?” ให้แผนกต้อนรับโทรไปแจ้งเขาน่าจะประหลาดใจมากกว่า
โดยทั่วไปแผนกต้อนรับจะมีหน้าที่คอยช่วยเหลือบุคคลเหล่านี้
“ขออภัยด้วยค่ะคุณผู้หญิง แต่คุณมู่รับสายเรื่องการเจรจาธุรกิจอย่างเดียว ไม่เคยรับสายเรื่องอื่นเลยค่ะ คุณผู้หญิงงานของเราไม่ใช่เรื่องง่าย ได้โปรดเคารพซึ่งกันและกันและอย่าทำให้ฉันลำบากใจเลยนะคะ” แผนกต้อนรับแสร้งทำตัวน่าสงสารเพื่อให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับออกไป
ทุกคนรู้ว่าคุณมู่เกลียดการรบกวนจากแผนกต้อนรับ เพราะฉะนั้นเธอจะไม่ยื่นหัวออกไปเสี่ยงเด็ดขาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับบุคคลที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง
หล่อนกำลังจินตนาการอะไรอยู่?
เธออาจจะตกงานได้เลยนะ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าการทำงานของมู่กรุ๊ปเข้มงวด
แต่เธอก็ยังกัดฟันสู้
“ถ้างั้นเอาไปส่งต่อให้ฉันหน่อยนะคะ แล้วฉันจะขอบคุณคุณมาก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขยิบตาให้เธอ
“เอ่อ…” พนักงานต้อนรับลังเล
“คุณมู่ปล่อยให้ใครก็ได้เข้ามาเพ่นพ่านตั้งแต่เมื่อไหร่? ขอบคุณเหรอ? คำพูดหล่อนไม่มีน้ำหนักอะไรเลย ใคร ๆ ก็พูดโกหกแบบนี้ได้มะ?”