พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 639 มีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องของของฉัน
ตอนที่ 639
มีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องของของฉัน
ขณะเดียวกันเสียงดุดันก็ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง น้ำเสียงของคนคนนั้นฟังดูก้าวร้าวมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมาเห็นหญิงสาวที่ดูสดใสยืนอยู่ข้างหลังเธอ อีกฝ่ายสวมชุดสูททางการสีดำขณะที่น้ำเสียงฟังดูถากถาง
พนักงานต้อนรับหันกลับไปมองเธอราวกับผู้ช่วยชีวิต “เลขาเจียง คุณผู้หญิงคนนี้บอกให้ฉันโทรไปแจ้งท่านประธานค่ะ คุณช่วยตัดสินใจทีนะคะ”
เธอพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวังราวกับหวาดกลัวผู้หญิงคนนี้
เลขาเจียงพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด “จะตัดสินใจอะไรอีกล่ะ? ครั้งหน้าถ้าเจอคนประเภทนี้อีกก็เรียกยามมาลากตัวออกไปซะ ถ้าคนที่ไม่เกี่ยวข้องบุกรุกเข้ามาหาคุณมู่ได้ง่าย ๆ พวกเราจะยังต้องทำงานอีกเหรอ? อีกอย่างแม่นี้ไม่รู้ที่ต่ำที่สูงเอาซะเลย คิดว่าสวยแล้วจะได้เข้าไปง่าย ๆ หรือไง หัดกลับบ้านไปส่องกระจกมั่งว่าตัวเองคู่ควรมั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อได้ยินถ้อยคำถากถาง
หญิงสาวมากหน้าหลายตาอาจจะเคยแวะเวียนเข้ามาหามู่อวี้เฉิง
พวกเขาคงเหนื่อยกับเหตุการณ์แบบนี้
แต่ไม่เห็นจำเป็นจะต้องพูดแบบนี้เลย
“คุณคะ พูดจาดี ๆ หน่อยสิคะ ไม่เห็นต้องมาพูดโจมตีกันแบบนี้เลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองผู้หญิงคนนั้นด้วยสายตาเย็นชา
หล่อนเป็นถึงหัวหน้าระดับสูงในบริษัท
แต่กลับแสดงสีหน้าเย็นชาและพูดจาก้าวร้าว
เลขาเจียงเผลอก้าวถอยหลังโดยไม่รู้ตัว
แต่ถึงอย่างนั้นใบหน้าของเลขาเจียงกลับดูน่าเกลียดยิ่งขึ้น
ก็แค่หญิงสาววัยละอ่อนที่แสร้งทำเป็นดุดัน มีอะไรต้องกลัว?
“คุณผู้หญิง ที่นี่เป็นสถานที่ทำงานนะคะ คนที่รู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวเขาไม่เดินบุ่มบ่ามเข้ามากันหรอกค่ะ” โดยปกติแล้ว เลขาเจียงไม่ได้ปฏิบัติกับทุกคนเช่นนี้
แต่หล่อนมองดูรูปลักษณ์ภายนอกแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูละอ่อนมาก แม้ว่าจะเป็นคนรักของมู่อวี้เฉิงแต่ก็ไม่มีสถานะสูงส่งอะไรนัก
ชุดของเธอก็ดูสวยดี แต่ไม่รู้ว่าเป็นของยี่ห้ออะไร
แน่นอนว่ามันไม่ใช่แบรนด์ชื่อดัง
เสื้อผ้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีแต่คำว่าไม่มีเงินติดไว้ทั่วร่างกาย
วันนี้เลขาเจียงอารมณ์ไม่ดีนัก ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงต้องมารับกรรม
เมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่พูดอะไร เลขาเจียงก็พูดต่อว่า “ฉันเห็นผู้หญิงอย่างนี้มาหลายคนแล้วล่ะ คุณคิดว่าสภาพแบบนี้จะเข้านั่งไปตำแหน่งคุณนายมู่ได้เหรอ? หยุดเพ้อฝันเถอะค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพบว่าคำพูดดังกล่าวมันดูน่าตลกมากจริง ๆ
เธอไม่เพียงแต่จะได้ครอบครองเท่านั้น แต่เธอยังได้ดำรงตำแหน่งคุณนายมู่ด้วย
“ฉันรู้ว่าคุณมู่ของพวกคุณไม่ชอบการถูกรบกวน แต่แผนกต้อนรับในบริษัทก็ไม่ควรวางตัวแบบนี้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลิกคิ้ว
เธอไม่ได้วางตัวแย่เลย แต่ทำไมกลับถูกถากถางตั้งแต่ครั้งแรก
อย่าคิดว่าเธอไม่เข้าใจสายตาที่น่ารังเกียจของเลขาเจียง
กล้าดียังไงมาดูถูกเธอทั้งที่ไม่มองดูสารรูปตัวเอง
“แล้วคุณมีคุณสมบัติอะไรมาตัดสินการทำงานของแผนกต้อนรับในมู่กรุ๊ป? เอ๊ะ นั่นอะไรน่ะ?” เลขาเจียงจ้องมองกล่องอาหารกลางวันในมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
คนที่เดินเข้ามาหาไม่ใช่คนดี ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงซ่อนกล่องอาหารกลางวันเอาไว้ข้างหลัง
เลขาเจียงเยาะเย้ย “แสนดีจัง ถึงกับทำอาหารมาให้คุณมู่ด้วย เกรงว่าคนในแผนกต้อนรับจะไม่มีใครดีเท่าคุณแล้วล่ะ ว่าแต่คุณมู่จะกินอาหารที่คุณทำเหรอ?”
“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ? อีกอย่างนี่ไม่ใช่บริษัทของคุณ มาเจ้ากี้เจ้าการแบบนี้ ถ้าเกิดฉันไม่รู้ฉันคงจะคิดว่าคุณเป็นเมียคุณมู่อีกคน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดจาถากถางอย่างไม่สบอารมณ์
“เธอพูดบ้าอะไร?” เลขาเจียงเบิกตากว้าง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีแดง
มู่อวี้เฉิงเป็นชายหนุ่มทรงอิทธิพลในเมืองเป่ย แล้วใครล่ะจะไม่ชื่นชอบ?
ตอนเธอเข้ามาทำงานในมู่กรุ๊ปครั้งแรก เธอรู้สึกประทับใจที่ได้พบกับมู่อวี้เฉิงมาก
แต่เลขาเจียงค่อนข้างฉลาดและรู้จักประเมินสถานการณ์
หล่อนรู้ว่าในชีวิตนี้หล่อนจะไม่มีทางได้ครอบครองผู้ชายอย่างมู่อวี้เฉิง
ดังนั้นหล่อนจึงดับฝันที่เบ่งบานในหัวใจลงทันที
และเมื่อไหร่ก็ตามที่เห็นผู้หญิงพวกนี้วิ่งแจ้นเข้ามาหามู่อวี้เฉิง หล่อนก็จะต้องปลอบใจตัวเองเสมอ
โดยเฉพาะพวกลูกคุณหนูที่ร่ำรวยและมีอำนาจเหล่านั้น
ดูสิ แม้ว่าหล่อนจะวิ่งตามคนเหล่านั้นไม่ทัน แต่คนเหล่านั้นก็ไม่สามารถปีนป่ายขึ้นไปได้เหมือนกันไม่ใช่เหรอ?
มองดูแล้วก็ไม่ใช่ว่าหล่อนล้มเหลวสักหน่อย
แต่ทำไมคนตรงหน้าถึงมีสิทธิ์มาปรากฏตัวต่อหน้าคุณมู่?
ก็แค่ผู้หญิงบ้าน ๆ คนหนึ่ง
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินคำพูดของหล่อน สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันทีและสามารถเข้าใจได้ทุกอย่าง
เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ
กลับกลายเป็นว่ามีคนมากมายในบริษัทที่อยากได้สามีของเธอสินะ
ส่งผลให้ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเย็นชาขึ้น “หรือว่าเป็นเพราะฉันได้สิ่งที่คุณต้องการเหรอ? เลขาเจียง?”
เลขาเจียงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะสงบสติอารมณ์ “ทำไมฉันจะต้องมานั่งฟังคำพูดไร้สาระจากผู้หญิงอย่างเธอด้วย ไปเรียกรปภมาลากแม่นี่ออกไป”
คิดอะไรไร้สาระเรื่อยเปื่อย ถ้าไม่ใช่ผู้หญิงบ้า ๆ จะเรียกว่าอะไรได้อีก?
“แต่…” พนักงานต้อนรับเหลือบมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความลังเล
“ไม่มีแต่ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นเดี๋ยวฉันรับผิดชอบเอง” เลขาเจียงพูดอย่างหนักแน่น
“ค่ะ” พนักงานต้อนรับไม่สามารถขัดคำสั่งของเลขาเจียง ดังนั้นเธอจึงโทรศัพท์เรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยให้มาพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไป
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่กลับไม่เคลื่อนไหว
ใครจะกล้าลงมือทำสาวน้อยที่อ่อนแอเช่นนี้ได้?
เมื่อเลขาเจียงเห็นว่าพวกเขายังยืนนิ่ง หล่อนก็พูดด้วยความโมโหทันที “พวกแกมัวทำอะไร? ฉันสั่งไม่ได้ยินหรือไง?”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเดินเข้าไปหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ดีว่า “คุณผู้หญิงครับ รบกวนออกไปข้างนอกด้วยนะครับ”
“แป๊บนึงค่ะ ขอฉันโทรศัพท์ก่อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากทำให้พวกเขาลำบากใจ
แต่เธอไม่ต้องการเห็นผู้หญิงที่หยิ่งยโสคนนี้
หล่อนทำมากเกินไปจริง ๆ
ทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน และเธอก็ไม่ได้ล้ำเส้น เธอแค่บอกให้อีกฝ่ายส่งข้อความหาเขาให้หน่อย ส่วนจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ขึ้นอยู่กับมู่อวี้เฉิง
แต่ว่าคนเหล่านี้กลับไม่เต็มใจจะสื่อสารและยังใช้คำพูดดูถูกเหยียดหยาม ดูไม่ดีเอามาก ๆ
นอกจากนี้เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้กำลังดูถูกเธอ
“โทรศัพท์ จะโทรทำไม?” เลขาเจียงเห็นว่าไม่มีใครขยับจึงเกิดอารมณ์โมโหและเดินเข้าไปจัดการเอง
ทันทีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบโทรศัพท์ออกมา เลขาเจียงก็คว้าข้อมือเธอ
การเคลื่อนไหวของเลขาเจียงรุนแรงมากจน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเซ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสนกับการกระทำของหล่อน
และไม่ทันได้โต้ตอบอยู่พักหนึ่ง
เลขาเจียงกระชากมือเธออย่างรุนแรง
จากนั้นสายตาของหล่อนก็จับจ้องไปที่กล่องอาหารกลางวัน
หล่อนคว้ากล่องอาหารในขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ทันตั้งตัว
ทำให้กล่องตกลงกับพื้น
ซุปกระเด็นเซ็นซานไปทั่วทุกที่ อาหารที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งใจเตรียมมาอย่างดีตลอดทั้งช่วงเช้าเละเทะไปหมด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบิกตากว้าง สีหน้าเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที
เธอหยุดชะงักและคว้ามือของเลขาเจียง “มีสิทธิ์อะไรมาแตะต้องของของฉัน?”
“สิทธิ์อะไร? เธอไม่สมควรได้รับมันต่างหาก! ฉันไม่รู้ว่าเธอมีศีลธรรมแบบไหนถึงได้กล้าเสนอหน้ามาถึงมู่กรุ๊ป คิดว่ามีหน้าตาเย้ายวนแล้วจะทำอะไรก็ได้เหรอ? ฉันจะทำให้เธอได้สติเอง” เลขาเจียงเงยหน้าขึ้น
สีหน้าของหล่อนดูภาคภูมิใจมากราวกับเพิ่งทำบางอย่างที่มีความสุข
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก จ้องมองอีกฝ่ายหน้านิ่ง ๆ และยกมือขึ้นตบหน้าเลขาเจียง