พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 640 ผู้หญิงคนนี้ทำลายมันหมด
ตอนที่ 640
ผู้หญิงคนนี้ทำลายมันหมด
“เพี๊ยะ” เสียงสนั่นหวั่นไหวไปถั่วห้องโถง แม้แต่พนักงานรักษาความปลอดภัยยังตกตะลึง
เลขาเจียงยกมือขึ้นมาปิดหน้าและจ้องมอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความไม่เชื่อสายตา “เธอ เธอกล้าดียังไงมาตบฉัน”
“ฉันตีเธอเบา ๆ เอง ก็เธอไม่รู้จักเคารพคนอื่นนิ ตีเธอแล้วผิดอะไร?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ ดึงมือกลับ
“ฉัน ฉันจะตบแกให้ตายไปข้าง!” เลขาเจียงวิ่งเข้ามาหาเธอ ยกเล็บยาวขึ้นตรงหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเรียนรู้ทักษะการป้องกันตัวมาบ้างแล้ว แต่เธอไม่ได้ต่อสู้กลับและพยายามหลีกเลี่ยงอยู่ตลอด
แต่กลับคาดไม่ถึงว่าเลขาเจียงจะว่องไวมากจนจับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ได้อยู่หมัดโดยไม่ทันตั้งตัว
ในสายตาของคนนอก เลขาเจียงมีผมเผ้ายุ่งเหยิง ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเหมือนเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่คอยหลบซ่อนตัว
มู่อวี้เฉิงกำลังประมวลเอกสารอยู่
ถึงเวลาพักเที่ยงแล้ว แต่เขาไม่อยากกินอะไร
เพียงแค่รู้สึกไม่มีความอยากอาหาร
เขาพยายามรีบจัดการกับงานตรงหน้าและกลับบ้านไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่า
เดิมทีมันเป็นสุดสัปดาห์ที่ยอดเยี่ยม แต่เพราะการประชุมฉุกเฉิน ทำให้ทุกคนในบริษัทต้องมาทำงานล่วงเวลา
แน่นอนว่ามู่กรุ๊ปใจกว้างกับค่าทำงานล่วงเวลามาก
ดังนั้นทุกคนจึงมีความสุขที่ได้ทำงานล่วงเวลา
ลู่หมิงกำลังออกไปกินข้าวแต่เขากลับเห็นว่ามู่อวี้เฉิงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิม เขาจึงเคาะประตูและเดินเข้าไป “คุณมู่ ไปกินข้าวกันครับ”
“ฉันไม่หิว นายไปเถอะ” มู่อวี้เฉิงโบกมือปฏิเสธโดยไม่ต้องคิด
“คุณมู่ แต่คุณนายบอกว่าคุณควรกินข้าวให้ตรงเวลาไม่ควรอดอาหาร ท้องของคุณกำลังดีขึ้น อย่าทำงานหักโหมเหมือนเมื่อก่อนสิครับ ถ้าคุณนายรู้เรื่องนี้เข้าจะต้องไม่สบายใจแน่ ๆ” ลู่หมิงรู้ว่าคนที่มู่อวี้เฉิงห่วงใยมากที่สุดคือถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หากจะพูดอะไรแล้วต้องเอาให้แม่นยำ
ไปพูดแนะนำเรื่อยเปื่อย มู่อวี้เฉิงจะไม่ฟังอย่างแน่นอน
แน่นอนว่าหลังจากได้ยินชื่อของถงเหมี่ยวเหมี่ยว มู่อวี้เฉิงก็หยุดมือลง
เขาบีบหลังคอแล้วพูดว่า “ก็ได้ ไป อยากกินอะไรก็กิน”
เขาต้องการหลีกเลี่ยงไม่ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบ่นว่าเขาไม่ยอมกินอาหาร
อีกอย่างรู้สึกดีเสมอเมื่อมีคนคอยห่วงใย
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สำคัญ มู่อวี้เฉิงก็คงจะไม่เปลี่ยนใจเพียงเพราะได้ยินชื่อของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากลู่หมิง
มู่อวี้เฉิงและลู่หมิงเดินไปลงลิฟต์ด้วยกัน
แต่เมื่อเดินมาถึงห้องโถง พวกเขาก็ได้ยินเสียงดังเอิกเกริก
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ลู่หมิงมองดูและรีบพูดทันทีว่า “ท่านประธาน เดี๋ยวผมขอตัวไปดูก่อนนะครับ”
เนื่องจากลู่หมิงคอยอยู่เคียงข้างมู่อวี้เฉิงมาโดยตลอด ออร่ารอบตัวของเขาจึงแข็งแกร่งมาก
เขาเป็นคนสนิทของมู่อวี้เฉิง และเป็นคนที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในบริษัทรองมาจากมู่อวี้เฉิง
เมื่อแผนกต้อนรับและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นเขา พวกเขาก็รีบหลีกทางให้เขาทันที
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?” ลู่หมิงถามเสียงเข้ม
เลขาเจียงเห็นเขาจึงรีบวิ่งเข้าไปหาเขาทันที “ผู้ช่วยลู่ ผู้หญิงคนนั้นน่ะค่ะ พยายามจะบุกเข้ามาในบริษัทของเรา แถมยังเอาของที่อาจเป็นอันตรายมาให้ท่านประธานด้วยค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังคำพูดของหล่อนและมุมปากก็กระตุกทันที
เลขาเจียงมีความสามารถในการสร้างความสับสนระหว่างถูกและผิดได้ดีมาก
ลู่หมิงมองตามนิ้วของเลขาเจียงและเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยว
นอกจากนี้ยังมีน้ำซุปเปรอะเปื้อนรอบ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หรือว่าคนที่เลขาเจียงกำลังพูดถึงคือถงเหมี่ยวเหมี่ยว?
ลู่หมิงรู้สึกหวาดกลัวในใจทันที
หากมู่อวี้เฉิงมาเห็นฉากนี้ ทุกคนได้จบเห่แน่
ลู่หมิงโค้งคำนับ “คุณนาย”
“อะ อะไรนะ?” เลขาเจียงแทบจะไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน
พนักงานต้อนรับและพนักงานรักษาความปลอดภัยต่างอ้าปากค้าง
แม้แต่ผู้ช่วยของมู่อวี้เฉิงยังให้ความเคารพขนาดนี้
ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้มีอำนาจมาก
พนักงานต้อนรับหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยตัวสั่นเทา นึกไม่ถึงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเป็นคู่หมั้นของมู่อวี้เฉิงที่พวกเธอไม่เคยเห็นมาก่อน
และมารยาทที่เธอแสดงออกไปนั้น…
พนักงานต้อนรับรู้สึกว่าเธอไม่สามารถเงยหน้ามองได้อีกต่อไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูทำอะไรไม่ถูกและเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นโดยไม่ได้พูดเกินจริงแม้แต่น้อย
มู่อวี้เฉิงรออยู่ที่เดิมมานาน แต่ลู่หมิงก็ยังไม่กลับมาสักที
เขาจึงเดินเข้ามาทันตอนถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบรรยายเหตุการณ์พอดี
มู่อวี้เฉิงหันไปมองเลขาเจียงด้วยสายตาพิฆาต “คุณทำมันนี่เอง”
เดิมทีเลขาเจียงหยิ่งยโสมาก คิดว่าผู้สนับสนุนของหล่อนมาถึงแล้ว
แต่เมื่อหล่อนได้ยินเสียงของมู่อวี้เฉิง หล่อนกลับรู้สึกราวกับว่ายมราชกำลังนำความตายมาสู่หล่อน
“ฉัน ฉันนึกว่าคุณนายแอบวางแผนต่อต้านท่านประธาน เลยพยายามไล่เธอออกไปค่ะ” เลขาเจียงพูดอธิบายเบา ๆ
“คุณเคยเรียนรู้กฎระเบียบของมู่กรุ๊ปบ้างมั้ย? ถึงจะเป็นคนที่มีเจตนาไม่ดีก็แค่สั่งให้รปภไล่เขาออกไปไม่ใช่เหรอ? ผมสอนให้คุณเขวี้ยงปาของของคนอื่นตอนไหน?” ดวงตาของมู่อวี้เฉิงเต็มไปด้วยความเย็นชา
เมื่อเห็นข้าวของที่กระจัดกระจายอยู่รอบข้าง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วเขาก็อยากจะฆ่าหล่อนให้ตาย
“ฉันขอโทษค่ะคุณมู่ ขอโทษนะคะ” เลขาเจียงร้องไห้และรีบขอร้องมู่อวี้เฉิง “ฉันแค่ทำเพื่อบริษัท ไม่ได้มีเจตนาอื่นเลยค่ะ”
“ผมคือคนที่คุณควรจะขอโทษเหรอ?” ดวงตาสีนิลของมู่อวี้เฉิงจ้องเขม็งไปทางเลขาเจียง
จากนั้นเลขาเจียงก็เริ่มตอบสนอง
“ขอโทษค่ะคุณนาย ขอโทษนะคะ ฉันไม่รู้ว่าคุณเป็นภรรยาของท่านประธาน” เลขาเจียงปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างรวดเร็ว
หากรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนที่ไม่สามารถทำให้ ขุ่นเคืองได้ หล่อนคงจะไม่กล้าปริปากพูดอะไร
“คุณเพิ่งบอกว่าฉันไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงไปหยก ๆ บอกว่าฉันหน้าด้าน นั่นมันเป็นทัศนคติของคุณแล้วล่ะเลขาเจียง ฉันว่าศีลธรรมของคนเรามันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับสถานะเลยนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหน้านิ่ง
เธอไม่ได้รับความเสียหายอะไร และได้ตบหน้าเลขาเจียงไปหนึ่งที
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจมากจริง ๆ
“ขอโทษค่ะคุณนาย ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วยนะคะ” ผมเผ้าของเลขาเจียงยุ่งเหยิงและมีรอยตบบนใบหน้า ดูน่าสงสารเล็กน้อย
ทว่าบนใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่มีร่องรอยของความเห็นอกเห็นใจเลย
เราทุกคนเป็นผู้ใหญ่แล้วและควรรับผิดชอบการกระทำของเราเอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอยกลับไปยืนเคียงข้างมู่อวี้เฉิง มู่อวี้เฉิงจับมือเธอขึ้นมาตรวจดูอย่างระมัดระวัง และเห็นรอยข่วนสองอันบนหลังมือเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกได้ว่าลมหายใจของมู่อวี้เฉิงหนักหน่วงขึ้น
เขาตบไหล่มู่อวี้เฉินอย่างให้ความมั่นใจ “ฉันไม่เป็นไร ไม่ต้องห่วง ก็แค่รอยข่วนสองรอย แต่เสียดายอาหารที่ทำมา ฉันอุตส่าห์ทำมันตั้งแต่เช้า”
ออร่าเย็นยะเยือกรอบ ๆ มู่อวี้เฉิงทวีคูณความรุนแรงขึ้น
“พรุ่งนี้คุณไม่ต้องมาทำงานแล้ว” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างตรงไปตรงมา
เขาไม่ได้กินอาหารที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำแม้แต่คำเดียว เพราะผู้หญิงคนนี้ทำลายมันหมด
เลขาเจียงรู้ว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนเลือดเย็นขนาดไหนและรู้ตัวว่ากำลังโดนไล่ออก
แต่เธอทำงานที่มู่กรุ๊ปมาหลายปีแล้ว พอมู่อวี้เฉิงบอกว่าจะไล่ออกก็ไล่เธอออกทันที แบบนี้มันไม่ใจร้ายไปหน่อยเหรอ?
เลขาเจียงเดินเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “คุณนาย ขอโทษนะคะ มันเป็นความผิดฉันเอง ได้โปรดบอกคุณมู่ทีว่าฉันไม่ได้ตั้งใจ ได้โปรดให้โอกาสฉันอีกสักครั้งเถอะนะคะ ฉันทำงานที่มู่กรุ๊ปมานานแล้ว ตั้งแต่ทำงานมาก็ไม่เคยได้รับใบบุญอะไรเลย ฉันเสียงานนี้ไปไม่ได้จริง ๆ ค่ะ”
กว่าเดินจะก้าวขึ้นมาเป็นเลขานุการมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ
หากเธอถูกไล่ออกจากมู่กรุ๊ป ภายภาคหน้าก็ไม่รู้ว่าจะต้องลำบากมากแค่ไหน
“ไปให้พ้น ถ้าคุณพูดมากอีกคำเดียว ผมรับประกันได้เลยว่าหลังจากนี้จะไม่มีบริษัทไหนในเมืองเป่ยรับคุณเข้าทำงาน!”