พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 644 ยังจะโกหกฉันอีกเหรอ?
ตอนที่ 644
ยังจะโกหกฉันอีกเหรอ?
เช้าวันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นขึ้นมาก่อน เธอจึงเดินเข้าไปตรวจสอบดูในห้องข้าง ๆ และพบว่ามู่อวี้เฉิงยังไม่ตื่น
นานทีปีหนจะมีวันหยุดพักผ่อน ให้พักผ่อนสักหนึ่งวันแล้วกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ปลุกเขา
เธออาบน้ำและออกไปซื้อของ เตรียมกลับมาทำอาหารเช้า
จนกระทั่งอาหารเช้าพร้อมแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ตื่นขึ้นมา
กลิ่นหอมกรุ่นที่คุ้นเคยทำให้เขารู้สึกมั่นใจ
มู่อวี้เฉิงลุกจากเตียงแล้วเดินไปที่ห้องครัว มองดูท่าทางวุ่นวายของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขามาหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพื่อขอโทษแท้ ๆ
แต่สุดท้ายเขากลับปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องมาอยู่ดูแลเขา
ร่างกายของเขาช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองและเห็นว่าเขากำลังยืนพิงกำแพง
เขากำลังเหม่อลอยอยู่ ไม่รู้ว่าครุ่นคิดอะไร
จนกระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องร้องเรียกเขา
“มาแล้วก็รีบมากินข้าวสิ” เมื่อเห็นว่าเขายังยืนนิ่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ส่งเสียงดังขึ้น
ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะรู้สึกตัวขึ้นมาทันที
หลังจากหันหลังกลับเข้าไปล้างหน้าล้างตา มู่อวี้เฉิงก็เดินออกมา
อาหารเช้ามีรสชาติหวานอร่อย สอดคล้องกับความอยากอหารของมู่อวี้เฉิงพอดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งใจทำมาก และทุกอย่างก็ถูกมู่อวี้เฉิงเขมือบไปจนหมด
“กินข้าวเสร็จแล้วก็กลับไปซะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด
มู่อวี้เฉิงจับตะเกียบแน่น เขาเงยหน้ามอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างประหม่า “คุณจะไม่กลับไปด้วยกันเหรอ?”
“ก็…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดชะงักชั่วคราว
จากนั้นเธอก็พึงพอใจมากที่เห็นร่างกายของมู่อวี้เฉิงเริ่มตึงเครียด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามไม่ระเบิดเสียงหัวเราะจึงแสร้งทำเป็นกระแอมไอสองครั้ง “คฤหาสน์ตี้หลานก็เป็นบ้านของฉันเหมือนกัน ฉันไม่กลับไปแล้วจะไปไหนได้ล่ะ? หรือว่าคุณอยากกลับไปคนเดียว?”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของมู่อวี้เฉิงก็เป็นประกายทันที เขาเขยิบเข้าไปจับมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ไม่ ผมก็ต้องอยากกลับไปกับคุณสิ มันคือบ้านของคุณนะ”
ต้องบอกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประทับใจกับคำพูดของเขามาก
เธอรีบหันหน้าหนีเพื่อไม่ให้มู่อวี้เฉิงเห็นว่าเธอกำลังหน้าแดง
จากนั้นก็กระซิบว่า “พูดดี ๆ ก็เป็นนี่”
ท้ายที่สุด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับไปพร้อมกับมู่อวี้เฉิง
และการหนีออกจากบ้านหนึ่งคืนก็สิ้นสุดลงแล้ว
จุดยืนของเธอไม่มั่นคงมากจริง ๆ
หลังจากกลับมาถึงบ้าน โทรศัพท์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดังขึ้น
อินอวี่โหรวยังคงกังวลเกี่ยวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวตลอดทั้งคืน
เธอตัดสินใจว่าถ้าเช้านี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รับโทรศัพท์เธอ เธอจะบุกมาที่บ้านของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
มาดูว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นจริง ๆ
แต่โชคดีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับโทรศัพท์
เธอรีบถามทันที “เหมี่ยวเหมี่ยว เมื่อคืนเธอไปไหนมา? คุณมู่โทรถามทุกคนเลย”
เขาโทรศัพท์หาลู่ซีจวี๋ด้วยซ้ำ แต่อินอวี่โหรวไม่ได้บอก
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เกาจมูกด้วยความเขินอาย
เมื่อวานเธอโมโหมากและทำให้ใครหลายคนเป็นห่วงเธอ
เธอทำผิดพลาดไปจริง ๆ
“ไม่มีอะไรหรอก แค่มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ ขอโทษที่ทำให้เธอกังวลนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกอย่างคลุมเครือ
พฤติกรรมหนีออกจากบ้านเพราะโกรธจัดมีแต่เด็กน้อยเท่านั้นที่จะทำ ดังนั้นเธอจึงรู้สึกอับอายที่จะพูดมันออกมา
อินอวี่โหรวก็ไม่ได้อยากถามเซ้าซี้อะไร
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้ว อย่างอื่นไม่สำคัญหรอก”
“เอาล่ะ ฉันเพิ่งกลับมาและต้องออกไปรับเสี่ยวเป่าต่อ เหนื่อยเหลือเกิน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพึมพำ
“เธอก็ยุ่งมากทุกวันเลย ไปเถอะ แค่นี้ก่อนนะ” อินอวี่โหรวรู้สึกโล่งใจมากเมื่อได้ยินเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เดิมทีเมื่อคืนนี้เธอต้องการออกไปหาอีกฝ่าย
เธอกลัวว่าจะมีสิ่งที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ทว่าลู่ซีจวี๋กลับบอกว่าถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ คนอย่างมู่อวี้เฉิงจะต้องตามหาจนเจอ
บางทีมันอาจจะเป็นแค่เรื่องงอนง้อของคู่รัก อย่าไปกังวลมากนัก
หากไม่มีข่าว พวกเขาจะออกไปตรวจสอบในวันถัดไป
อินอวี่โหรวรู้สึกว่าคำพูดของเขาสมเหตุสมผล เกรงว่ามันจะเป็นเหตุการณ์ทะเลาะของคู่รักอย่างที่ลู่ซีจวี๋พูดจริง ๆ พวกเขาเป็นคู่รักหนุ่มสาวย่อมมีน้อยใจกันบ้างเป็นธรรมดา และการสร้างสงครามใหญ่โตก็ทำให้พวกเขารู้สึกอับอายที่จะพูดบอกเช่นกัน
เมื่อพิจารณาจากน้ำเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว บางทีอีกฝ่ายอาจจะแค่งอนมู่อวี้เฉิงจริง ๆ
สถานการณ์ในตอนนี้บ่งบอกว่าพวกเขากลับมาปรองดองกันแล้ว
อินอวี่โหรวรีบไปบอกข่าวดีกับลู่ซีจวี๋
เธอรู้สึกได้ว่าลู่ซีจวี๋ก็กังวลเช่นกัน
แต่ลู่ซีจวี๋กลับใช้เวลาตอบข้อความกลับเกือบสิบนาที
เขาส่งข้อความเสียงกลับมาว่า “แล้วคุณรู้สึกสบายใจหรือยัง?”
ไม่รู้ว่าเขากำลังทำอะไรอยู่ แต่เสียงหายใจของเขาหอบแรงมาก น้ำเสียงฟังดูแหบแห้งจนเธอรู้สึกราวกับถูกไฟฟ้าช็อต และอินอวี่โหรวก็อดไม่ได้ที่จะถูใบหู
“คุณทำอะไรอยู่?” อินอวี่โหรวถามกลับ
“วิ่ง” ลู่ซีจวี๋ตอบกลับอย่างรวดเร็ว
อินอวี่โหรวไม่ต้องการรบกวนเขา เธอจึงไม่ได้ตอบกลับข้อความ
จนกระทั่งอินอวี่โหรวหายไปนาน ลู่ซีจวี๋ก็งุนงงเล็กน้อย
แต่ก่อนเขาจะส่งข้อความไปถาม เขาก็เห็นพ่อบ้านจากบ้านเก่าเดินเข้ามาหา
ลู่ซีจวี๋วางโทรศัพท์ลงและเก็บใส่ไว้ในกระเป๋า
ตอนนี้เขาอยู่ในชุดออกกำลังกายสีแดงเข้ม ดูหล่อเหลาเอาการ
“คุณชาย นายท่านให้มาตามคุณกลับไปพบครับ” พ่อบ้านเดินเข้ามาและพูดด้วยความเคารพ
“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?” ลู่ซีจวี๋ถามด้วยความสงสัย
โดยปกติแล้ว ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นคุณปู่ลู่จะไม่ส่งคนมาตามตัวเขา
มาตามตัวกะทันหันแบบนี้จะต้องมีเรื่องอะไรสักอย่าง
“นายท่านไม่ได้พูดอะไรเลยครับ เดาว่าน่าจะอยากเจอคุณ ทำไมไม่ลองกลับไปถามดูล่ะครับ?” พ่อบ้านมองดูลู่ซีจวี๋
แต่สิ่งที่อีกฝ่ายไม่ได้พูดออกไปคือสีหน้าของคุณปู่ลู่ดูแย่มากเมื่อพูดถึงเขา
แต่ปู่หลานคู่นี้เป็นกันแบบนี้มาตลอด จึงไม่น่ามีอะไรแปลกใจ
ลู่ซีจวี๋จึงต้องไปที่นั่น
เดิมทีลู่ซีจวี๋ตั้งใจจะรีบกลับบ้านเพื่อพาอินอวี่โหรวออกไปกินข้าว
เขาวางแผนจะใช้วันหยุดอันแสนสุขกับอินอวี่โหรวตลอดทั้งวัน
แต่ตอนนี้แผนการของเขากลับต้องหยุดชะงัก
“งั้นรอเดี๋ยว ฉันจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้า” ลู่ซีจวี๋อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนจะเดินออกมา
เขาขับรถยนต์ตามพ่อบ้านไปที่บ้านหลังเก่า
คุณปู่ลู่กำลังรออยู่ในห้องนั่งเล่น สีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก
ลู่ซีจวี๋สับสน ดูเหมือนว่าช่วงนี้เขาจะไม่ได้ทำอะไรให้คุณปู่อารมณ์เสีย
แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
หลังจากคิดเรื่องนี้แล้ว ลู่ซีจวี๋ก็เดินเข้าไป
“คุณปู่ เรียกผมเหรอครับ” น้ำเสียงของลู่ซีจวี๋เต็มไปด้วยความเคารพ
คุณปู่ลู่หันกลับมาและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ไหนแกบอกมาสิว่าแกกำลังปิดบังอะไรจากฉันอยู่หรือเปล่า?”
“คุณปู่ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ?” ลู่ซีจวี๋รู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่าคุณปู่ลู่หมายความว่าอย่างไร
“จะหมายความว่าอะไรได้ล่ะ? แกก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? หรือต้องรอให้ฉันโมโหก่อนถึงจะพูดมันออกมาได้” คุณปู่ลู่ตะคอกอย่างเย็นชา
“คุณปู่ ถ้าจะโมโหก็บอกเหตุผลและเกริ่นกับผมหน่อยสิครับว่ามันคืออะไร? งั้นผมจะรู้ได้ไงว่ามันคืออะไร?” ลู่ซีจวี๋ยังคงงุนงง
หรือว่าแค่หายใจก็ผิดเหรอ
คุณปู่ลู่มองดูท่าทางของลู่ซีจวี๋แล้วรู้สึกว่าเขากำลังยียวนกวนประสาท “ยังจะโกหกฉันอีกเหรอ? แกเก็บความลับนี้ไว้นานแค่ไหนแล้ว? ทำผิดก็ต้องกล้ายอมรับผิด มาโกหกกันอย่างนี้ได้ยังไง!”