พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 646 ฉันจะไม่มาเจอคุณอีก
ตอนที่ 646
ฉันจะไม่มาเจอคุณอีก
อินอวี่โหรวผลักเขาแล้วพูดว่า “ลุกขึ้นเร็ว ๆ มีคนเดินเข้าเดินออกตลอด อย่ามาทำตัวยุ่งยากนะ”
ริมฝีปากของลู่ซีจวี๋ชะงักค้างอยู่บนลำคอของเธอ “ตอนนี้รู้จักกลัวแล้วเหรอ? ทีตอนจูบผมก่อนหน้านี้ทำไมไม่คิด?”
“ฉันไม่ได้แอบจูบคุณสักหน่อย” อินอวี่โหรวพยายามทำให้เรื่องนี้สับสน
“ยังไม่ยอมรับอีก? เจ้าคนโกหก คุณก็รู้ว่าผมควบคุมตัวเองไม่ได้ จะมาหลอกล่อกันทำไม?” ลู่ซีจวี๋พูดพร้อมกับดึงเสื้อผ้าเธอออกหลวม ๆ และกัดไหล่เธออย่างแรง
ลู่ซีจวี๋ออกแรงค่อนข้างหนักจนทำให้อินอวี่โหรวรู้สึกเจ็บเล็กน้อย
แต่มันเป็นความรู้สึกเสียวซ่านมากกว่า
ให้เธอได้ปลดปล่อยร่างกายอันนุ่มนวล
อย่างไรก็ตามเธอไม่ได้ตั้งใจจะยอมจำนน เธอใช้ปลายนิ้วสัมผัสหัวไหล่ของลู่ซีจวี๋ “ใครจะรู้ว่าคุณลู่จะควบคุมตัวเองไม่ได้ขนาดนี้ล่ะ? เกิดผู้หญิงข้างนอกมาจูงมือเข้าก็คงเดินตามเขาต้อย ๆ เลยใช่มั้ย?”
ลู่ซีจวี๋รู้ว่าอินอวี่โหรวจงใจพูดแบบนั้น เขาจึงหัวเราะและตอบว่า “คุณดูถูกผู้ชายของคุณมากไปแล้ว นอกจากผู้หญิงที่ชื่ออินอวี่โหรวแล้วก็ไม่มีใครยั่วยวนผมได้หรอก”
“เป็นเกียรติจังเลยค่ะ” อินอวี่โหรวแอบอมยิ้มเช่นกัน
ลู่ซีจวี๋โน้มตัวลงและอินอวี่โหรวก็ตอบสนองด้วยการคว้าคอเขา
“ก๊อก ๆ ๆ” เสียงเคาะประตูดังมาจากด้านนอก
ทำให้ลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวหยุดชะงักทันที
อินอวี่โหรวซ่อนตัวลงบนโซฟาอย่างเขินอาย
ลู่ซีจวี๋ก้าวออกไปและอินอวี่โหรวก็เดินตามหลัง
ลู่ซีจวี๋ช่วยจัดแต่งเสื้อผ้าหน้าผมของเธอให้เข้าที่เข้าทาง
จากนั้นเขาก็เปิดประตู
พนักงานเสิร์ฟในเครื่องแบบเดินเข้ามา ตามมาด้วยพ่อครัวอีกสองคน
พ่อครัววางอาหารลงบนโต๊ะและพนักงานเสิร์ฟก็ช่วยจัดเตรียมอาหาร
พนักงานที่นี่มีคุณภาพและมีทัศนคติที่ดีมาก หลังจากจัดการอาหารเสร็จแล้ว พวกเขาก็เดินออกไปโดยไม่หันไปมองรอบ ๆ
อาหารจานโปรดของอินอวี่โหรวถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ
ทุกวันนี้ลู่ซีจวี๋พยายามสรรหาพาเธอไปกินร้านอาหารต่าง ๆ จนอินอวี่โหรวรู้สึกว่าเธอกำลังอ้วนขึ้น
อินอวี่โหรวบีบแก้มเจ้าเนื้อของเธอแล้วหันไปมองลู่ซีจวี๋ อย่างวิตกกังวล “ซีจวี๋ ดูสิ ฉันอ้วนขึ้นหรือเปล่า”
อินอวี่โหรวทำหน้าตาบูดบึ้ง
ดูน่ารักไม่ไหว
ลู่ซีจวี๋เอื้อมมือออกไปบีบแก้มเนียนของเธอด้วยความรู้สึกที่ดีมากจริง ๆ
“ใครพูดให้คุณกลัว ดีแล้ว กินเยอะ ๆ คุณยังผอมไป” ลู่ซีจวี๋พูดแล้วคีบอาหารใส่จานของอินอวี่โหรว
อินอวี่โหรวมองดูกองอาหารในจานแล้วก้มหน้ากินอย่างเชื่อฟัง
ท่าทางของเธอเหมือนกับหนูแฮมสเตอร์ตัวน้อย ทำให้ ลู่ซีจวี๋อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือออกไปบีบแก้มอีกครั้ง
อินอวี่โหรวรู้สึกไม่สบายใจที่ถูกเขาบีบแก้ม
เธอยังกินข้าวอยู่จึงตีมือเขา “มัวทำอะไร? กินข้าวของคุณไปสิ”
“ก็ผมอดไม่ได้ คุณช่วยสอนวิธีควบคุมตัวเองให้ผมหน่อยได้มั้ย?” ลู่ซีจวี๋จงใจสะกิดอินอวี่โหรว
“รีบกินซะ ไม่งั้นฉันจะกลับ” อินอวี่โหรวจงใจพูดตอบ
เธอทำอะไรกับคนอย่างลู่ซีจวี๋ไม่ได้เลยเหรอ?
แน่นอนว่าเมื่อได้ยินเสียงของอินอวี่โหรว ลู่ซีจวี๋ก็สงบเสงี่ยมลงทันที
“เอาล่ะ กินข้าวเถอะ อย่าพูดเลย อย่าไปพูดถึงเรื่องนี้” ลู่ซีจวี๋ตบไหล่อินอวี่โหรวเพื่อปลอบโยน
อินอวี่โหรวก้มหน้าก้มตากินข้าวแล้วอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปาก
เธอค้นพบว่าเวลาเธอจริงจัง ผู้ชายคนนี้ก็ทำตัวน่ารักและทำตัวอบอุ่นเป็นเหมือนกัน
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวก็เดินจับมือกันเข้าไปในสวนสาธารณะ
มีสวนสาธารณะตั้งอยู่ทางด้านหลังร้านอาหาร
หลังจากกินอาหารแล้วก็ถึงเวลาย่อยอาหาร
อินอวี่โหรวจับมือลู่ซีจวี๋แล้วค่อย ๆ เดินไปอย่างช้า ๆ
อินอวี่โหรวแหงนหน้ามองดวงดาวและทางช้างเผือกบนท้องฟ้าก่อนจะพูดว่า “หวังว่าหลังจากนี้ไปจะยังเป็นแบบนี้อยู่นะ”
“ถ้าพวกเราอยู่ด้วยกัน มันก็จะเป็นแบบนี้ต่อไป” ลู่ซีจวี๋จับมืออินอวี่โหรวเอาไว้แน่น
เขาคว้าโอกาสเอาไว้ได้แล้วและจะดูแลอินอวี่โหรวให้ดีที่สุด
จะไม่ปล่อยให้เธอหนีไปจากเขา
“หวังว่าจะเป็นแบบนั้น” เหตุการณ์ในอดีตทำให้ อินอวี่โหรวเจ็บปวดมากเหลือเกิน
ดังนั้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนี้จึงเป็นสิ่งสวยงามสำหรับอินอวี่โหรว
มันเหมือนกับความฝัน
“อวี่โหรว ยังไม่เชื่อใจผมอีกเหรอ?” ลู่ซีจวี๋กอดเธอและเขยิบเอาปลายจมูกไปจูบไล้จมูกเธอเบา ๆ
อินอวี่โหรวอยากจะหันไปมองทางอื่น แต่ลู่ซีจวี๋กลับไม่เปิดโอกาสให้เธอหลบหนี
อินอวี่โหรวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพูดกับเขาว่า “ฉันไม่ได้ไม่เชื่อคุณ แต่ว่าตอนนี้มันดีเกินไป จนฉันกลัวว่ามันจะเป็นเหมือนกับฟองสบู่ที่โดนนิดโดนอะไรหน่อยก็พร้อมจะแตกสลาย”
“ผมชอบคุณและผมจะพยายามรักษาความเชื่อใจของคุณเอาไว้ อวี่โหรว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะทำให้คุณมีความสุข” ลู่ซีจวี๋พูดสัญญาด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “ต่อให้ต้องเสี่ยงชีวิต ผมก็จะไม่ลังเลเลย”
อินอวี่โหรวยกมือขึ้นมาปิดปากลู่ซีจวี๋เบา ๆ “อย่าเอาแต่พูดถึงเรื่องชีวิตสิ ฉันจะอยากได้ชีวิตคุณไปทำไม? ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลยจริงมั้ย?”
“ชีวิตที่น่าสังเวชของผม คุณได้ไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” ลู่ซีจวี๋หรี่ตาลง
“ลู่ซีจวี๋ คุณมีพ่อมีแม่ และคุณปู่คุณก็อยู่นี่ด้วย ฉันจะไม่ยอมให้คุณพูดเรื่องแบบนี้เพราะฉันหรอก ไม่อย่างนั้นฉันจะโกรธจริง ๆ แล้วนะ และจะไม่มาเจอคุณอีก” อินอวี่โหรวพูดหน้านิ่ง
อินอวี่โหรวหันหลังกลับและกำลังจะเดินจากไปเพื่อพิสูจน์ว่าเธอโกรธจริง ๆ
ลู่ซีจวี๋รีบเดินตามไป
“จากนี้ไปผมจะไม่พูดอะไรที่คุณไม่อยากได้ยินอีก ผมจะไม่พูดอะไรทั้งนั้น แต่อย่าพูดเหมือนว่าคุณจะจากผมไปเลยนะ” ลู่ซีจวี๋จิ้มจมูกของอินอวี่โหรวด้วยความรัก
“ฉันไม่พูด คุณก็ห้ามพูดด้วย” อินอวี่โหรวริเริ่มจับมือใหญ่ของเขา
“ได้” รอยยิ้มของลู่ซีจวี๋สุกสกาวแวววาวภายใต้แสงจันทร์ ดูงดงามมาก
ทั้งสองอยู่ข้างนอกกันต่ออีกสักพัก อินอวี่โหรวก็ต้องกลับ
ช่วงนี้เธอไม่ค่อยได้ออกมาค้างคืนข้างนอกเท่าไหร่
ลู่ซีจวี๋มองดูอินอวี่โหรวด้วยสายตาน่าสงสาร “แล้วเมื่อไหร่ผมจะได้รับสถานะสักที? เมื่อไหร่จะมีหน้ามีตาได้พาคุณออกไปข้างนอกบ้าง?”
เขาเคยมีคุณสมบัติดังกล่าวมาก่อน แต่เขากลับไม่สามารถหวงแหนมันเอาไว้ได้
ตอนนี้เขารู้ซึ้งถึงความเสียใจแล้ว
เขาเสียใจ เสียดายสุด ๆ
“รอก่อน เดี๋ยวก็มีโอกาสเอง” อินอวี่โหรวลูบหัวเขาราวกับปลอบโยนสุนัขตัวใหญ่
“เอาล่ะ กลับกันเถอะ ถ้าคุณปู่ลู่รู้จบเห่แน่ ๆ” ศาลาแห่งนี้ไม่สามารถบดบังทิวทัศน์ได้
หากคนในตระกูลอินออกมาเห็นว่ามีรถยนต์จอดอยู่ที่นี่ พวกเขาอาจจะมองมาเห็นได้ชัดเจน
ลู่ซีจวี๋เงยหน้าขึ้นและจิ้มแก้มตัวเองเบา ๆ “จะไล่ผมไปแล้วเหรอ? ให้รางวัลผมสักหน่อยสิ”
“อย่าสร้างปัญหา” แม้ว่ามันจะมืดมาก แต่นี่คือก็หน้าประตูบ้านของเธอ
นอกจากนี้ภายในบ้านยังมีผู้หลักผู้ใหญ่อย่างผู้เฒ่าอินอยู่
อินอวี่โหรวรู้สึกอายที่จะทำเช่นนั้น
“เร็วสิ ไม่งั้นผมไม่กลับนะ ถ้าคุณปู่อินรู้เรื่องเข้า ผมไม่เกี่ยวด้วยล่ะ” ลู่ซีจวี๋ทำตัวเหมือนคนคดโกง
อินอวี่โหรวหันไปมองทางบ้านตระกูลอินด้วยความสับสน ทำอะไรไม่ถูก เธอหลับตาลงและหอมแก้มลู่ซีจวี๋ “พอใจยัง? กลับไปได้แล้ว”
หลังจากเติมความหวานแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็ไม่ได้อยู่ที่นั่นต่อและรีบขับรถออกจากบ้านตระกูลอินไปโดยตรง