พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 647 ปวดใจ
ตอนที่ 647
ปวดใจ
ก่อนอินอวี่โหรวจะกลับมาถึงบ้าน เธอได้ส่งข้อความบอกผู้เฒ่าอินล่วงหน้าว่าเธอจะกลับมามืดหน่อย
แต่เมื่อกลับมาถึงบ้าน อินอวี่โหรวกลับพบว่าผู้เฒ่าอินกำลังนั่งรอเธออยู่
อินอวี่โหรวประหลาดใจ “คุณปู่ ทำไมไม่ขึ้นไปพักผ่อนล่ะคะ”
ผู้เฒ่าอินเงยหน้ามองดูเธอ สายตาที่จ้องมองมาราวกับสามารถมองทะลุทุกอย่างจนอินอวี่โหรวคิดว่าผู้เฒ่าอินมองออกแล้ว
เขาไม่ได้พูดอะไร และอินอวี่โหรวก็ยืนเงียบ ๆ
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้เฒ่าอินก็ค่อย ๆ พูดขึ้นว่า “อวี่โหรว บอกปู่มาตรง ๆ เถอะว่าหลานมีแฟนใหม่แล้วหรือยัง?”
ช่วงนี้อินอวี่โหรวออกไปเที่ยวข้างนอกบ่อย ๆ และผู้เฒ่าอินก็สงสัยมานานแล้ว
แม้ว่าอินอวี่โหรวจะออกไปข้างนอกบ้าง แต่ก็ไม่เคยออกไปข้างนอกถี่แบบนี้
ในช่วงสองวันที่ผ่านมา อินอวี่โหรวออกไปข้างนอกจนดึกดื่นทุกคืน
หากไม่ใช่แผนจะเป็นอะไรได้อีก?
ถ้าเธอออกไปกับเพื่อน เพื่อนคนไหนจะชวนเธอออกไปข้างนอกจนดึกดื่นอีก?
ผู้เฒ่าอินไม่ได้กังวลว่าอินอวี่โหรวจะมีรักครั้งใหม่
แค่กลัวว่าอินอวี่โหรวจะเจอเข้ากับคนไม่ดี และต้องพบเจอกับสถานการณ์เช่นเดิมอีก
อินอวี่โหรวเป็นคนซื่อ ๆ กลัวว่าเธอจะถูกหลอก
“คุณปู่ ทำไมคิดแบบนั้นล่ะคะ?” อินอวี่โหรวจ้องมองด้วยความประหลาดใจ
เธอคิดว่าผู้เฒ่าอินกำลังคาดเดาถึงสาเหตุที่เธอออกไปข้างนอก
เพียงแต่นึกไม่ถึงว่าผู้เฒ่าอินจะไม่ได้นึกถึงลู่ซีจวี๋เลย
ปล่อยให้ทั้งสองครอบครัวเข้าใจผิดแบบนี้ไปก่อนก็ดีเหมือนกัน
รอเมื่อถึงเวลาเธอจะเป็นฝ่ายบอกผู้เฒ่าอินเอง
“ที่หลานทำยังไม่ชัดเจนอีกเหรอ? อวี่โหรว ตั้งแต่เด็กจนโต หลานเคยซ่อนอะไรจากปู่ได้บ้าง?” ผู้เฒ่าอินถือว่าอินอวี่โหรวยอมรับ
และถ้าได้เริ่มความสัมพันธ์ใหม่จริง ๆ ก็คงจะดี
ด้วยวิธีการนี้ จะได้ลืมลู่ซีจวี๋ไปเสียที
น่าเสียดาย ก่อนหน้านี้ลู่ซีจวี๋อุตส่าห์มานั่งคุกเข่าหน้าบ้านตระกูลอิน เขาก็นึกว่าระหว่างลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวจะมีความเป็นไปได้บ้าง
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า…
ผู้เฒ่าอินยังคงประหลาดใจมากที่เด็กเลือดร้อนอย่างเขามาคุกเข่าหน้าบ้าน
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เคารพการตัดสินใจของ อินอวี่โหรว
“คุณปู่ หนูยังไม่ทันได้เริ่มเลยค่ะ อย่าเพิ่งล้อหนูสิคะ” อินอวี่โหรวแสร้งทำเป็นเขินอาย
“อวี่โหรว ถ้าอยากคบหากันจริง ๆ ก็พามาให้ปู่ดูหน้าดูตาหน่อย ยังไงซะปู่ก็ไม่มีวันทำร้ายหลาน เข้าใจมั้ย?” เรื่องที่ผู้เฒ่าอินกังวลมากที่สุดคือการแต่งงานของอินอวี่โหรว
แม้ว่าพ่อแม่ของอินอวี่โหรวจะไม่ได้ตำหนิเขาเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับลู่ซีจวี๋และอินอวี่โหรว
แต่เขาก็ยังรู้สึกผิดอยู่ในใจ
คราวนี้เขาจะต้องจับตาตรวจสอบดูให้ดี เพื่อที่ อินอวี่โหรวจะได้มีคู่ครองดี ๆ
“คุณปู่ เอาไว้ถึงเวลาแล้วค่อยคุยกันเถอะค่ะ ตอนนี้มันยังไม่ถึงขั้นนั้น ถ้ามันถึงขั้นนั้นแล้วจริง ๆ หนูขอพาเขามาให้คุณปู่ดูได้มั้ยคะ?” อินอวี่โหรวพูดอย่างเคอะเขินขณะจับมือผู้เฒ่าอิน
“หลานเป็นผู้ใหญ่แล้ว ปู่เชื่อในการตัดสินใจของหลาน แต่อย่าไปหลงผิดล่ะรู้มั้ย?” ผู้เฒ่าอินคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และอดไม่ได้ที่จะพูดตักเตือน
“คุณปู่ หนูรู้แล้วค่ะ มันผ่านมาแล้วและหนูก็เข็ดหลาบมาก หนูเข้าใจดี” อินอวี่โหรวรู้สึกปวดใจเมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าอินแก่ชรามากแล้วแต่ยังคงเป็นกังวลกับเรื่องของเธออยู่
เธอโง่เขลามากและเผลอทำร้ายจิตใจของผู้เฒ่าอิน
“เข้าใจแล้วก็ดี ปู่ก็ไม่รู้ว่าจะได้อยู่ดูแลหลานไปอีกนานแค่ไหน หลังจากนี้หลานต้องดูแลตัวเองให้ดี อวี่โหรว แล้วดูข้อมูลการจัดการไปถึงไหนแล้วล่ะ?” ผู้เฒ่าอินตั้งใจจะส่งต่อบริษัทให้อินอวี่โหรว
แต่อินอวี่โหรวไม่ได้ชื่นชอบทางด้านนี้มาก่อน เขาจึงไม่ได้บีบบังคับเธอ
พอตอนนี้อินอวี่โหรวตั้งใจจะเรียนรู้แล้ว เขาก็เผลอติดตามและคอยพูดกระตุ้นเธอ
“หนูเพิ่งอ่านไปได้แค่ครึ่งเดียวเองค่ะ” เมื่อได้ยินคำพูดของผู้เฒ่าอิน ใบหน้าของอินอวี่โหรวก็เปลี่ยนเป็นสีแดง
เธอเพิ่งบอกว่าเธออยากจะเรียนรู้การบริหารบริษัท แต่สุดท้ายเธอกลับโอ้เอ้เสียเอง
ทั้งหมดเป็นความผิดของลู่ซีจวี๋
เธอตัวติดเขาจนหลงลืมเรื่องนี้ไปหมด
เธอจะไม่ออกไปเที่ยวเล่นเออระเหยแบบนี้อีกต่อไป
ผู้เฒ่าอินมองดูสีหน้าเธอและเข้าใจได้ในทันที
“ไม่ได้อ่านทบทวนก็ไม่เป็นไรหรอก หลังจากนี้ก็สู้ ๆ เอาละกัน แต่ไม่ต้องกังวลไป ร่างกายปู่ยังอยู่ได้อีกสองสามปี ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนอะไร” ผู้เฒ่าอินพูดบอกอย่างสบาย ๆ
“คุณปู่ หนูไม่ดีเองค่ะ หนูจะรีบอ่านให้จบ” อินอวี่โหรวรีบพูดตอบ
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามเธอต้องรีบทำสิ่งต่าง ๆ ให้เสร็จเพื่อตอบสนองคำพูดของผู้เฒ่าอิน
“ไม่ต้องกังวล หลังจากนี้จะทำอะไรก็ทำให้มันสุดแรงไปเลย ไม่เข้าใจตรงไหนก็มาถามปู่ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียวในใจ” ผู้เฒ่าอินยืนประสานมือข้างหลัง คำพูดทุกประโยคเต็มไปด้วยความกังวล
“หนูเข้าใจแล้วค่ะคุณปู่ หนูจะไม่ทำให้คุณปู่ผิดหวัง” อินอวี่โหรวจะตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักเพื่อบริหารบริษัทให้ดี
ผู้เฒ่าอินไม่ได้คาดหวังว่าอินอวี่โหรวจะสร้างกำไรมหาศาล
เพียงแค่หวังว่าเธอจะได้ลองดูบ้าง
หากเธอไม่ไหวจริง ๆ ก็แค่ให้พ่อแม่อินกลับมาบริหาร
พวกเขาเห็นแก่ลูกสาวและไม่มีทางที่จะไม่กลับมา
ผู้เฒ่าอินไม่อยากจะบีบบังคับพวกเขา แต่ตอนนี้มันถึงจุดที่ไม่มีทางเลือกแล้ว
สุขภาพของเขาแย่ลงทุกวัน และผู้คนรอบกายก็มีนิสัยโฉดชั่วหวังจะเข้ามาตะครุบบริษัท
อินอวี่โหรวกลับมาที่ห้อง อาบน้ำ ปิดเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์มือถือและอ่านข้อมูลที่วางกองอยู่บนโต๊ะ
เธอเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว
เธอวางแผนจะเข้าไปเรียนรู้แผนงานของบริษัทปลายเดือนนี้
แต่ตอนนี้มันเกินเวลาตามที่เธอวางแผนเอาไว้มาครึ่งหนึ่งแล้ว
อันที่จริงเธอเพิ่งอ่านข้อมูลได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
อินอวี่โหรวไม่รู้จะต่อว่าตัวเองยังไงเลย
หากเธอยังไม่คืนดีกับลู่ซีจวี๋ เธอก็คงจะมีสมาธิกว่านี้
แต่หลังจากเธอคืนดีกับลู่ซีจวี๋ หัวสมองของเธอก็เอาแต่นึกถึงลู่ซีจวี๋
ก่อนเธอจะคืนดีกับลู่ซีจวี๋ เธอมีความทะเยอทะยานอยากจะเรียนรู้มันมาก
แต่พอกลับมาคืนดีกันแล้ว อินอวี่โหรวกลับรู้สึกว่าทำไมเธอไม่ต่างอะไรจากคนที่ใช้ชีวิตอย่างไร้จุดมุ่งหมายเลยสักนิด?
ต่อมา อินอวี่โหรวพยายามล้มล้างความคิดนี้อีกครั้ง
เธอไม่สามารถพึ่งพาลู่ซีจวี๋ไปได้ทุกอย่าง
นอกจากนี้ ผู้เฒ่าอินยังเป็นคนเลี้ยงดูเธอมา ตอนนี้ผู้เฒ่าอินกำลังต้องการเธอ และเธอไม่สามารถเพิกเฉยได้
ไปลองดูที่บริษัทสักตั้ง ดูสิว่ามันจะเป็นยังไง
เธอไม่เคยทะเยอทะยานเพราะเติบโตมาสภาพแวดล้อมที่เหนือกว่าคนอื่น ยกเว้นเรื่องความสัมพันธ์กับลู่ซีจวี๋แล้ว อินอวี่โหรวก็ไม่ได้รู้สึกทุกข์ทรมานจากอะไรอีก
ดังนั้นเธอจึงคิดว่าการใช้ชีวิตสะดวกสบายไม่ใช่เรื่องผิดแปลกอะไร
แต่ด้วยบุคลิกของเธอแล้ว เธอยังอยากจะทำงานหนักเพื่อเป็นเสาหลักให้ครอบครัวของเธอกับผู้เฒ่าอิน
จากนั้นเธอจะเป็นคนที่สามารถปกป้องคนในตระกูลอินท่ามกลางแสงแดดและสายฝนได้
เมื่อคิดได้เช่นนั้น อินอวี่โหรวก็มีแรงบันดาลใจในการอ่านหนังสือมากขึ้น
เธอไม่ได้สังเกตว่าหน้าจอโทรศัพท์ของเธอสว่างวาบอยู่หลายครั้ง
จนกระทั่งเวลาผ่านไปถึงห้าทุ่ม อินอวี่โหรวก็อ่านข้อมูลจบด้วยความมึนงง
เธอมองดูนาฬิกาบนผนัง ขยับคอที่ปวดรวดร้าวเล็กน้อย และหยิบข้อมูลออกไปทันทีที่เห็นว่ามันดึกแล้ว
ใครจะรู้ว่าเมื่อหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา เธอจะพบกับข้อความและสายเรียกเข้าจำนวนนับไม่ถ้วน
ทั้งหมดมาจากลู่ซีจวี๋
ลู่ซีจวี๋ส่งข้อความมาบนวีแชตด้วย
เธอกดเลื่อนขึ้นและเห็นข้อความเด้งขึ้นมา
LU : อวี่โหรว ถ้าคุณไม่ตอบ ผมจะไปหาคุณที่บ้านตระกูลอิน