พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 668 สบายใจ
ตอนที่ 668
สบายใจ
วันรุ่งขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลากขาที่บาดเจ็บออกไปทำงาน
ช่วงนี้เธอแค่นั่งประมวลเอกสารอยู่ในห้องทำงาน
ไม่ต้องออกเดินทางไปดูโครงการที่ไหน
คราวเมื่อต้องออกเดินทางไปดูโครงการ ขาของเธออาจจะหายบาดเจ็บแล้ว
ตกกลางวัน กู้ชิงเป็นคนนำอาหารมาให้เธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะพิมพ์เอกสารด้วยตัวเอง แต่เนื่องจากขาของเธอ เธอจึงทำได้แค่ขอร้องกู้ชิง
ตอนนี้เธอตระหนักถึงความสำคัญของขาแล้ว
พอบาดเจ็บก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย
กู้ชิงถืออาหารกลับเข้ามาและช่วยถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดกล่องอาหารหลายอย่างวางไว้ตรงหน้าพวกเขา
กู้ชิงรู้จักรสนิยมการกินอาหารของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอย่างดี และซื้อทุกอย่างที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบกินกลับมา
เธอกำลังจะหยิบกล่องอาหารตัวเองออกไปกินด้านข้าง แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดเธอเอาไว้ “กู้ชิง กินด้วยกันสิ อาหารเยอะแยะขนาดนี้ ฉันกินคนเดียวไม่หมดหรอก”
กู้ชิงตกตะลึงและลงนั่งตรงข้ามถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางตกตะลึงของเธอแล้วหัวเราะ “กู้ชิง เราก็เจอหน้ากันทุกวัน ทำไมยังทำตัวเหมือนไม่คุ้นเคยอยู่อีกล่ะ?”
“คุณถง มันจะเป็นแบบนั้นได้ยังไงคะ คุณเป็นเจ้านาย ส่วนฉันเป็นลูกน้อง เราควรรักษาระยะห่างสิคะ” กู้ชิงพูดตอบรับเบา ๆ
“เธอคิดว่านี่เป็นสมัยโบราณเหรอ? เธอเป็นสาวใช้ส่วนฉันเป็นคุณหนูงี้ปะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวล้อเลียน
“ถ้าคุณถงเต็มใจ จะคิดแบบนั้นก็ได้ค่ะ” กู้ชิงตอบรับด้วยความสับสนเพราะเธอไม่เข้าใจคำเปรียบเทียบของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะระเบิดเสียงหัวเราะออกมา “กู้ชิง เธอนี่ซื่อเกินไปแล้ว ทำไมฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่าเธอน่าสนใจขนาดนี้? ถ้าเป็นคนอื่นฉันคงปล่อยไปแล้ว แต่กับเธอ ฉันเข้าใจเธอนะ หลังจากนี้มาสนิทกันขึ้นอีกหน่อยเถอะ ไม่ต้องเก็บตัวหรอก ฉันจะถือว่าเธอเป็นเพื่อนคนหนึ่ง”
ปฏิกิริยาของกู้ชิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย “คุณถง…”
“ไม่ต้องมาบอกว่าฉันเป็นเจ้านายหรอก ตอนนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปแล้ว เขาเลิกทำแบบนั้นกันแล้วไม่ใช่เหรอ? และถ้าเธอคิดว่าฉันดีกับเธอจริง ๆ ก็ปฏิบัติเหมือนกับฉันเป็นเพื่อนคนหนึ่งสิ” ขณะที่กู้ชิงกำลังพูดถ้อยคำสุภาพออกมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดหยุดเอาไว้ได้ทันเวลา
กู้ชิงใช้เวลาอยู่นานกว่าจะตอบตกลง
แต่เมื่อกินอาหารกลางวัน กู้ชิงก็ยังคอยระมัดระวังตัวและไม่ได้แตะต้องอาหารของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้บีบบังคับเธอ
ทุกอย่างต้องใช้เวลาและไม่เร่งรีบ
“คุณถง ขาไปโดนอะไรมาคะ?” กู้ชิงตกใจมากเมื่อเห็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินพยุงไม้ค้ำลากขาที่ถูกพันเอาไว้เหมือนขาหมูเข้ามา
“ไม่มีไรหรอก แค่หกล้มขาแพลงน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่ประมาทเลินเล่อ
แต่เมื่อมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว เธอคงจะไม่อยากพูดมากกว่า
กู้ชิงจึงไม่ได้ถามอะไรต่อ
ทั้งสองก้มหน้ากินข้าวกันเงียบ ๆ
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว กู้ชิงก็ช่วยทำความสะอาดต่อ
เธอทำความสะอาดเสร็จและนำกาแฟมาเสิร์ฟให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดื่มกาแฟหอมกรุ่นและพูดชมเชย “กู้ชิง ขาฉันคงต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะหายดี ยังไงรบกวนเธอด้วยนะ”
ท่าทางและความสามารถของคนเราไม่สามารถหลอกลวงกันได้
ทุกครั้งก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะมาถึง กู้ชิงมักจะเข้ามาทำความสะอาดห้องทำงานของเธอเสมอ
จากนั้นก็ใส่ดอกไม้ที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโปรดปรานไว้ในแจกัน
กู้ชิงเป็นคนเอาใจใส่มากและทำให้คนอื่นรู้สึกสบายใจอยู่เสมอ
อดีตสามีของกู้ชิงช่างตาบอดจริง ๆ
อุตส่าห์ได้แต่งงานกับภรรยาที่แสนดีขนาดนี้แล้วก็ควรจะจุดธูปขอบคุณพระเจ้าสิ
กล้าดียังไงมาไม่ถูกใจ
ดูเหมือนว่าครอบครัวนั้นจะไม่ได้รับพร
กู้ชิงยังคงช่วยถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดเรียงเอกสาร
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เธอก็ยิ้มและพูดว่า “คุณถง มันเป็นหน้าที่ที่ฉันควรทำ คุณไม่ต้องหนักใจไปหรอกค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดาะลิ้นสองครั้งแล้วไม่พูดอะไร
งานยุ่ง ๆ มักจะทำให้เวลาผ่านไปเร็วเสมอ
หลังเลิกงาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเก็บเอกสารสำคัญไว้ในลิ้นชักและลงกลอนไว้อย่างแน่นหนา
เท้าของเธอกำลังได้รับบาดเจ็บ มู่อวี้เฉิงจึงสัญญาว่าจะมารับเธอ
มู่อวี้เฉิงมักจะมารับเธอตรงเวลาเสมอหรือไม่ก็มาก่อนเวลา
แต่ตอนนี้เลิกงานมาได้ครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่เห็นมู่อวี้เฉิงโผล่มาสักที ไม่มีแม้แต่ข้อความหรือโทรศัพท์มาบอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าเขาอาจจะมีงานด่วนบางอย่างจึงไม่สามารถมารับได้
เธอว่าจะรออีกสักหน่อย ถ้ามู่อวี้เฉิงยังไม่มา เธอก็จะกลับบ้านเอง
หลังจากรอมาเกือบหนึ่งชั่วโมงเต็ม มู่อวี้เฉิงก็ยังไม่มา
หัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ จมดิ่งลง
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและกดโทรหามู่อวี้เฉิง
จากนั้นไม่นานมู่อวี้เฉิงก็รับสาย
“เหมี่ยวเหมี่ยว ขอโทษนะ วันนี้ผมคงจะไปรับคุณไม่ได้ ผมมีเรื่องที่ต้องการจัดต่อ” ฟากมู่อวี้เฉิงมีเสียงดังรบกวนมากจนยากจะได้ยินว่าเขาพูดอะไร
แต่ตราบใดที่เขารับโทรศัพท์ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกสบายใจ
มู่อวี้เฉิงบอกว่าเขากำลังยุ่งอยู่ ดังนั้นเธอจึงเชื่อว่าเขาไม่ว่าง
มู่อวี้เฉิงดำรงตำแหน่งประธานบริษัท ดังนั้นจึงมีหลายครั้งที่เขาต้องทำงานเร่งด่วนด้วยตัวเอง
เธอก็ต้องทำงานเช่นกัน เธอจึงเข้าใจธรรมชาติการทำงานของมู่อวี้เฉิง
“ไม่เป็นไร คุณทำงานเถอะ ฉันกลับเองได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอก เธอไม่ได้ขัดจังหวะต่อและวางสายลง
อันที่จริงแล้วการกลับบ้านด้วยตัวเองไม่ใช่เรื่องยาก
ลิฟต์อยู่ห่างจากห้องทำงานของเธอเพียงแค่ไม่กี่ก้าว เพียงแค่ออกไปเรียกแท็กซี่ก็กลับบ้านได้แล้ว
ทว่าไม่รู้ว่าเย็นนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโชคไม่ดีหรือไร
เธอมานั่งรอแท็กซี่อยู่ที่ชั้นล่างนานแล้วแต่ก็ยังเรียกแท็กซี่ไม่ได้สักที
กู้ชิงกับซ่งโมโม่ค่อนข้างสนิทสนมกัน
ทั้งสองพักอาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของพนักงานด้วยกัน และพวกเธอก็สนิทกันในฐานะเพื่อนร่วมห้อง
ซ่งโมโม่เป็นคนมีชีวิตชีวา หลังจากอาศัยอยู่ร่วมกันมานาน กู้ชิงก็รับรู้ได้ว่าซ่งโมโม่เป็นคนเรียบง่ายและไม่มีเจตนาร้าย
ดังนั้นความเกลียดชังที่กู้ชิงมีต่อซ่งโมโม่จึงจางหายไป
กู้ชิงมักจะดูแลซ่งโมโม่อย่างดีและปฏิบัติกับเธอเหมือนน้องสาว
ซ่งโมโม่เป็นเด็กที่เกิดมาจากครอบครัวยากจน
เธอไม่คิดอะไรมากนักและมักจะช่วยกู้ชิงทำความสะอาดห้อง
ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองดีขึ้นเรื่อย ๆ
ขณะที่กู้ชิงกำลังจะขับรถออกจากบริษัท ซ่งโมโม่ก็ร้องตะโกน
กู้ชิงเหลือบมองซ่งโมโม่ด้วยสายตาไม่พอใจ “จะร้องตะโกนทำไม?”
ซ่งโมโม่มักจะทำให้คนอื่นพึงพอใจเสมอ
ยกเว้นแต่นิสัยกระโตกกระตาก อย่างอื่นค่อนข้างน่าพึงพอใจหมด
แต่ซ่งโมโม่เพิ่งจะอายุยี่สิบปีเท่านั้น
จึงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะซุกซนเล็กน้อย
“พี่กู้ชิง เห็นคนที่ประตูมั้ย ใช่คุณถงหรือเปล่า?” ซ่งโมโม่ชี้นิ้วไปที่ประตูบริษัทและพูดขึ้นด้วยความคับข้องใจ
“คุณถงจะยังอยู่ในบริษัทได้ยังไง อย่ามาล้อเล่นนะ…” กู้ชิงพูดขณะที่เสียงของเธอค่อย ๆ แผ่วลงเมื่อสังเกตเห็นร่างที่หน้าประตูบริษัท
คนที่ยืนอยู่หน้าประตูบริษัทคือถงเหมี่ยวเหมี่ยวจริง ๆ
เมื่อเห็นว่ากู้ชิงจำถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ ซ่งโมโม่ก็กระซิบว่า “คราวนี้ฉันไม่ผิดนะ ฉันแค่ดีใจที่ได้เจอคุณถง แต่มันเย็นแล้ว ทำไมคุณถงยังอยู่ที่นี่ เหมือนว่ากำลังรอรถอยู่หรือเปล่า?”
กู้ชิงก็สังเกตเห็นเช่นกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบอกเธอในช่วงบ่ายว่ามู่อวี้เฉิงจะมารับ
อาจเป็นเพราะว่ามู่อวี้เฉิงยุ่งมากจนไม่มีเวลาว่างมารับ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงนั่งรออยู่ที่นี่เพียงลำพัง
ทุกคนรู้ดีว่าสามีของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นประธานของ มู่กรุ๊ป
คงจะยุ่งมาก ๆ
เป็นธรรมดาที่จะไม่มีเวลาว่าง
เพียงแต่นี่เป็นเรื่องของเจ้านาย ลูกน้องอย่างพวกเธอเข้าไปยุ่งเกี่ยวคงจะไม่ดี
แต่เมื่อคิดได้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวใจดีกับเธอขนาดไหน กู้ชิงก็กัดฟันและขับรถเข้าไปหา