พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 669 ขัดกับสถานที่
ตอนที่ 669
ขัดกับสถานที่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือขณะรอรถแท็กซี่ด้วยความเบื่อหน่าย
จู่ ๆ ก็มีรถยนต์ขับมาจอดตรงหน้าเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่ารถแท็กซี่ที่รอคอยมาถึงแล้ว
เธอมองดูรถยนต์ด้วยดวงตาสว่างไสว
แต่กลับเห็นคนที่คาดไม่คิด “กู้ชิง”
“สวัสดีค่ะคุณถง” ซ่งโมโม่นั่งอยู่ด้านหลังและโบกมือทักทายถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างตื่นเต้น
“ซ่งโมโม่ มาทำอะไรที่นี่กัน?” ดวงตาของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“ฉันกับพี่กู้ชิงกำลังจะไปกินข้าวเย็นกันค่ะ คุณถง ไปกับพวกเรามั้ยคะ?” ซ่งโมโม่รู้สึกขอบคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยวและชื่นชอบเธอมาก
หากมีของอร่อย เธอก็อยากจะเชิญชวนคนที่ชอบมาร่วมแบ่งปัน
ซ่งโมโม่แสดงความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา และพูดบอกด้วยความสุขเต็มเปี่ยม
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ซ่งโมโม่ต้องทำงานที่ชั้นล่าง ทำให้เธอแทบจะไม่ได้เจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลย
เธอมีหลายเรื่องที่อยากจะพูดคุยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
กู้ชิงรู้สึกหวาดกลัวกับความกล้าหาญของซ่งโมโม่
เธอเหลือบมองซ่งโมโม่ที่อยู่ด้านหลัง
ปากเล็ก ๆ ที่เหมือนประทัดของซ่งโมโม่หุบลงทันที
จากนั้นกู้ชิงก็หันไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “คุณถง อย่าไปฟังคำพูดไร้สาระเลยค่ะ ให้ฉันไปส่งที่บ้านมั้ยคะ?”
“ไม่เป็นไร ฉันอยากไปกินข้าวกับพวกเธอเหมือนกัน ฉันยังไม่ได้กินข้าวเย็นเลยน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เกรงใจเช่นกัน
การรอรถแท็กซี่ที่นี่เป็นเรื่องยากลำบากมาก
เธอนั่งรอตั้งแต่เลิกงานจนท้องของเธอเริ่มหิวโหย
เธอเพิ่งโทรศัพท์หาคุณป้าแม่บ้านว่าให้อยู่เป็นเพื่อน เสี่ยวเป่าก่อน
ส่วนเธอจะกลับไปมืด ๆ หน่อย
ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องเป็นห่วงเสี่ยวเป่า
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะเดินเข้าไป กู้ชิงก็เปิดประตูรถลงมาช่วยพยุงถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ไปนั่งลงบนเบาะด้านข้าง
“ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาทำงานสักหน่อย กู้ชิง ไม่ต้องทำแบบนี้หรอก” ความภักดีของกู้ชิงทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกดี
ตอนนี้เธอรู้สึกว่ามีคนแบบนี้ในโลกนี้ที่ควรค่าแก่การไว้วางใจ
ทำทุกอย่างให้เธอสุดหัวใจ
แม้ว่ากู้ชิงจะบอกเธอคือลูกน้อง แต่จริง ๆ แล้วคือเพื่อนสนิทใช่ไหม?
“คุณถง ฉันถือว่าคุณคือผู้มีพระคุณของฉันคนหนึ่งค่ะ และฉันเต็มใจทำ ถือว่าฉันตอบแทนน้ำใจคุณเถอะนะคะ” กู้ชิงพูดขณะขับรถยนต์ออกไป
“กู้ชิง มันก็แค่คำพูดคำหนึ่ง ส่วนเธอจะทำงานร่วมกับสตีเฟนกรุ๊ปได้มั้ยนั่นล้วนขึ้นอยู่กับความสามารถของเธอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าการกระทำของเธอไม่มีนัยสำคัญอะไรเลย
กู้ชิงไม่จำเป็นต้องทำอะไรขนาดนี้
“คุณถง คุณอาจจะคิดว่าคำพูดของคุณไม่สำคัญอะไร แต่สำหรับฉัน มันเป็นกุญแจสำคัญในการกำหนดโชคชะตาของฉัน ถ้าไม่มีคุณ ต่อให้ฉันจะเก่งแค่ไหนก็ไม่มีวันได้เฉิดฉายหรอกค่ะ” กู้ชิงพูดอย่างจริงจัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเคอะเขินกับคำพูดชมเชยของเธอมาก
“ใช่ค่ะ คุณถง คุณเป็นคนดีมากจริง ๆ ถ้าฉันอยู่ใกล้ ๆ ฉันคงจะทำงานให้คุณได้เหมือนกัน ติดที่ว่าฉันไม่เก่งเท่าพี่กู้ชิง” น้ำเสียงของซ่งโมโม่แผ่วลงในช่วงท้าย
ทักษะการทำงานของเธอในสตีเฟนกรุ๊ปค่อนข้างน่าพึงพอใจ ไม่มีข้อผิดพลาดแต่ก็ไม่ได้ออกมาดีเลิศ
คนที่สามารถอยู่เคียงข้างถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้นั้นควร จะเป็นคนที่มีความสามารถโดดเด่น
“เธอยังเด็กยังมีเวลาได้พัฒนาฝีมืออีกเยอะ อย่าเพิ่งเศร้าไป รีบพยายามเข้ามาร่วมงานกับแผนกของเรานะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปลอบใจ
“ค่ะคุณถง ฉันจะตั้งใจทำงาน” ซ่งโมโม่พูดพร้อมกับ กำหมัด
“ตอนนี้ทั้งสองคนสนิทกันแล้วสินะ” กู้ชิงดูเหมือนจะเข้ากับคนอื่นง่ายแต่จริง ๆ แล้วสนิทกับใครค่อนข้างยาก
พอเห็นซ่งโมโม่กับกู้ชิงอยู่ด้วยกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกประหลาดใจ
“ใช่ค่ะ พี่กู้ชิงเป็นคนใจดีเหมือนคุณถงเลย คอยดูแลฉันอย่างดี” ซ่งโมโม่รีบพูดชมเชยก่อนจะมองดูสีหน้าของกู้ชิงอย่างระมัดระวัง
เมื่อเห็นว่ากู้ชิงไม่พูดอะไร ซ่งโมโม่ก็รู้สึกสบายใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเธอแล้วอดไม่ได้ที่จะยิ้มแย้ม แต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
หลังจากนั้นไม่นาน พวกเขาก็มาถึงร้านเกี๊ยวที่กู้ชิงกับ ซ่งโมโม่มากินกันประจำ
ซ่งโมโม่รีบลงจากรถยนต์ไปช่วยประคอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ขณะที่กู้ชิงไปหาที่จอดรถ
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับซ่งโมโม่ลงมายืนอยู่ข้างถนน ซ่งโมโม่ก็พูดสบาย ๆ ว่า “คุณถง นี่เป็นร้านโปรดของฉันกับพี่กู้ชิงค่ะ อร่อยมาก ฉันเชื่อว่าคุณถงจะต้องชอบมันแน่ ๆ”
“จริงเหรอ อยากลองกินแล้วสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแย้มขณะพูดคุยกับเธอ
กู้ชิงรีบเดินเข้ามา แต่ดูเหมือนว่าเธอจะวิ่งเข้ามามากกว่าเพราะผมเผ้ายุ่งเหยิงมาก
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็เดินไปนั่งลงบนโต๊ะเปิดโล่ง
โต๊ะอาหารค่อนข้างเก่าและมีคราบน้ำมันประปราย
ตัวตนและการแต่งกายของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูขัดกับสถานที่แห่งนี้อย่างสิ้นเชิง
กู้ชิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความไม่สบายใจเล็กน้อย “คุณถง เปลี่ยนร้านกันดีมั้ยคะ”
นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมากินอาหารข้างนอกและพวกเขาก็ดันเลือกร้านอาหารข้างถนนเสียได้
“กู้ชิง ตั้งแต่ฉันมา เธอก็ดูไม่ค่อยสบายใจเลยนะ เธอลืมที่ฉันพูดไปแล้วเหรอ? ฉันไม่ได้รู้สึกขยะแขยงอย่างที่เธอคิดเลย พูดตามตรงฉันก็เคยกินอาหารข้างถนนมาก่อน เคยทำงานเป็นเด็กล้างจานด้วยซ้ำ พวกเราก็เหมือน ๆ กัน เธอไม่ต้องยัดเยียดสถานะสูงส่งให้ฉันหรอก”
นี่คือสิ่งที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการพูด
นับตั้งแต่เธอเดินขึ้นรถยนต์ กู้ชิงก็ดูอึดอัดไปทั่วทั้งร่างกาย
แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าเธอไม่ชอบ เพียงแค่เคารพเธอในฐานะเจ้านายก็พอ
เธอไม่ชอบที่มันเป็นแบบนี้
“กู้ชิง…” ดวงตาของกู้ชิงเต็มไปด้วยอารมณ์มากมาย
“อา คุณถง” ซ่งโมโม่น้ำตาคลอ “ก่อนหน้านี้คงลำบากมากเลยสินะคะ ฉันยังไม่เคยทำงานเป็นเด็กล้างจานเลย”
หรือว่าเครื่องล้างจานจะมีปัญหา?
กู้ชิงส่ายหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก เธอมองตรงไปข้างหน้าและเม้มปากเมื่อเห็นรอยยิ้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จนกระทั่งเกี๊ยวมาเสิร์ฟ กู้ชิงก็เห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังก้มหน้ากินเกี๊ยวด้วยสีหน้าปกติจึงตระหนักได้ว่าคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้เกินจริงเลย มันจึงทำให้เธอรู้สึกโล่งใจขึ้น
ซ่งโมโม่กะพริบตาและจ้องมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว จนกระทั่งเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดเกี๊ยวเธอก็ถามว่า “คุณถง เป็นยังไงบ้างคะ?”
เกี๊ยวมีกลิ่นหอม แป้งบางและเนื้อเยอะ รสชาติดีมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “อร่อยมาก”
เกี๊ยวเหมาะสำหรับกินในฤดูหนาวมากกว่า หากเป็นฤดูหนาวและได้กินเกี๊ยวอุ่น ๆ แบบนี้สักชามก็ไม่รู้ว่าจะสบายท้องแค่ไหน
แต่ได้กินตอนนี้ก็ไม่เลว
แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เปิดโล่งที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศและ พัดลม
แต่เมื่อสายลมอ่อน ๆ พัดผ่านมาก็ยังรู้สึกเย็นสบายมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินเกี๊ยวในชามจนหมดเกลี้ยง ไม่หลงเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
ท้ายที่สุดกู้ชิงเป็นคนจ่ายเงินทั้งหมด
จำนวนเงินทั้งหมดน้อยกว่าห้าสิบหยวน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้ห้ามปรามเธอ
หากเธออาสาจ่ายแทน มันจะส่งผลเสียต่อความมั่นใจในตัวเองของกู้ชิงกับซ่งโมโม่ได้
หลังจากกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว กู้ชิงกับซ่งโมโม่ก็ไปส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ท่าทางของกู้ชิงดูผ่อนคลายลงมากหลังจากได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
และบางครั้งเธอพูดหยอกล้อกับพวกเขาด้วย
กระทั่งขับรถยนต์มาถึงคฤหาสน์ตี้หลาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เห็นร่างหนึ่งยืนอยู่หน้าบ้านจากระยะไกล
ร่างสูงโปร่งสวมชุดสูทสีดำ นั่นคือมู่อวี้เฉิง
แต่มันมืดมากแล้ว มู่อวี้เฉิงมาทำอะไรที่หน้าประตูบ้าน?