พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 671 จะตกเป็นเป้าสายตาหรือเปล่า
ตอนที่ 671
จะตกเป็นเป้าสายตาหรือเปล่า
“อะไรนะ? ทำไมต้องย้ายเข้าไปอยู่ในโรงเรียนด้วยล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามเสียงหลง
“อาจารย์บอกว่าแบบนั้นมันง่ายที่จะจัดการและเรียนรู้มากกว่าฮะ” เสี่ยวเป่ากินโจ๊กแล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“อา? ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วเหรอ? ไม่ไปอยู่ในโรงเรียนได้มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีสีหน้ากังวล
แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะไม่ได้ใช้เวลากับเสี่ยวเป่ามากนัก
แต่อย่างน้อยถ้าเสี่ยวเป่าอยู่บ้าน เธอก็ยังสามารถสังเกตเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเสี่ยวเป่าได้
หากที่โรงเรียนมีอะไรเกิดขึ้นกับเสี่ยวเป่า พวกเขาก็จะไม่มีทางรู้เรื่องเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดจินตนาการถึงการกลั่นแกล้งต่าง ๆ นานา
แต่คิดก็ทำให้เธอรู้สึกขนหัวลุกแล้ว
“อาจารย์บอกว่าพวกเราทุกคนต้องเข้าร่วมฮะ” เสี่ยวเป่าค่อย ๆ พูดขึ้น
ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้เงียบขรึมหรือใจร้อน แต่อย่างน้อยก็ยังสงบกว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
“แล้วลูกคิดว่าไง?” หลังจากเงียบมานาน ในที่สุดมู่อวี้เฉิงก็พูดขึ้น
แน่นอนว่าเรื่องนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของโรงเรียน
แต่ขึ้นอยู่กับความคิดเห็นของเสี่ยวเป่า
ถ้าเสี่ยวเป่าอยากเข้าร่วมก็ไปเข้าร่วม ถ้าเสี่ยวเป่าไม่อยากไปเข้าร่วม เขาก็มีวิธีการป้องกันไม่ให้เสี่ยวเป่าไปเข้าร่วม
นั่นคืออำนาจของตระกูลมู่
แค่ปัญหาเรื่องที่พักง่าย ๆ เขาสามารถจัดการได้อย่างง่ายดายอยู่แล้ว
อาจารย์เหล่านั้นย่อมไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ
เสี่ยวเป่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า “แด๊ดดี้ ผมอยากไปฮะ”
“ทำไมล่ะเสี่ยวเป่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน “หนูไม่อยากอยู่กับแด๊ดดี้หม่ามี้เหรอ?”
ถ้าเกิดไปอยู่ในโรงเรียนจริง ๆ
เธอจะมีเวลาได้เจอหน้าเสี่ยวเป่าแค่สองวันเท่านั้น
“เพื่อนร่วมชั้นกับพวกอาจารย์ชอบสงสัยเกี่ยวกับผลการเรียนของผม ผมอยากเข้าไปอยู่ในโรงเรียนแล้วพิสูจน์ให้พวกเขาเห็น” เสี่ยวเป่าพูดบอก
เสี่ยวเป่ายังเด็กมาก แต่ท่าทางของเขากลับสุขุม
“ผลการเรียนของลูกมันจริงแท้แน่นอน เวลาจะพิสูจน์ทุกอย่างเอง ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข่าวลือที่ไม่มีมูลพวกนั้นหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกทุกข์ใจเมื่อรับรู้ว่าเสี่ยวเป่ากำลังถูกโจมตีโดยข่าวลือเหล่านั้น
“หม่ามี้ ผมอยากอยู่ในโรงเรียนจริง ๆ ฮะ หม่ามี้ไม่ต้องพูดหรอก” เสี่ยวเป่ามองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างทำอะไรไม่ถูก
บางทีในมุมมองของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาอาจจะถูกบังคับให้ประจำอยู่ในโรงเรียน
แต่สำหรับเขา เขาต้องการพิสูจน์ตัวเองและปิดปากคนพูดจาไร้สาระพวกนั้น
อย่างที่สอง เขาไม่เคยมีประสบการณ์การใช้ชีวิตในโรงเรียนมาก่อน เขาจึงอยากลองดู
“แต่ลูกยังเล็กมาก ไปอยู่ที่โรงเรียนแล้วใครจะดูแลลูก?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้อิสระเขามาโดยตลอด
แต่เธอก็ยังมีความเห็นแก่ตัวของความเป็นแม่ด้วย
เธอกลัวว่าถ้าเสี่ยวเป่าอยู่ห่างสายตาแล้ว เขาจะกินไม่อิ่มใส่เสื้อผ้าไม่สะอาดนอนหลับไม่สบาย
“ที่โรงเรียนมีโรงอาหาร และผมจัดเตียงเองได้ หม่ามี้ไม่ต้องห่วงไปหรอกครับ” คราวเมื่อใช้ชีวิตอยู่ในต่างประเทศ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ค่อยมีเวลามากนัก เสี่ยวเป่าจึงสามารถจัดการเรื่องง่าย ๆ หลายอย่างได้ด้วยตัวเอง
“แต่…”
“เหมี่ยวเหมี่ยว ในเมื่อเสี่ยวเป่าอยากไปก็ปล่อยลูกไปเถอะ เสี่ยวเป่าเป็นเด็กฉลาด ปกป้องตัวเองได้อยู่แล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลับถูกมู่อวี้เฉิงขัดจังหวะ
“สักวันหนึ่งเสี่ยวเป่าก็ต้องบินออกไป จะซ่อนตัวอยู่ใต้ปีกเราตลอดไปไม่ได้หรอก และอีกอย่างมันไม่ใช่สิ่งที่เสี่ยวเป่าต้องการ”
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มองไปที่ เสี่ยวเป่า
ใบหน้าของเสี่ยวเป่าดูคล้ายคลึงกับมู่อวี้เฉิงมาก
แม้ว่าใบหน้าของเขาจะดูอ่อนเยาว์ แต่กลับสามารถมองเห็นโครงร่างของความมุ่งมั่นได้
เธอถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะยอมประนีประนอม “ในเมื่อเสี่ยวเป่าอยากแล้วหม่ามี้จะพูดอะไรได้อีกล่ะ? จะไปก็ได้แต่ต้องสัญญากับหม่ามี้ก่อนว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นในโรงเรียน เสี่ยวเป่าจะต้องมาบอกแด๊ดดี้กับหม่ามี้นะ รู้มั้ย?”
“หม่ามี้ เข้าใจแล้วฮะ ถ้าผมถูกรังแกผมจะบอกอาจารย์ และบอกหม่ามี้กับแด๊ดดี้” ตอนนี้เสี่ยวเป่ารู้ถึงความสำคัญของตนเองแล้ว
เขาเป็นลูกชายของมู่อวี้เฉิงและเป็นหลานชายเพียงคนเดียวของตระกูลมู่
ใครจะหน้ามืดตามัวมากลั่นแกล้งเขา?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งกินอาหารเช้าด้วยสภาพเหม่อลอย
“จะไปอยู่โรงเรียนประจำแล้วต้องเตรียมเก็บข้าวของหรือเปล่า? เอาเสื้อผ้าไปสักสองชุดมั้ย? อาหารเครื่องดื่มล่ะ? จะเอาไปเพิ่มมั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมือเสี่ยวเป่าด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์
“แค่เอาเสื้อผ้าติดตัวไปก็พอฮะ อย่างอื่นที่โรงเรียนมีหมดแล้ว ต้องใส่ชุดนักเรียนทุกวัน ไม่ต้องเตรียมอย่างอื่นไปหรอก” เสี่ยวเป่าเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นกังวลกับเขามากจึงพยายามตอบรับถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความอดทน
“แล้วอาหารที่โรงเรียนอร่อยมั้ย? เคยชินกับรสชาติหรือยัง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามต่อ
“เคยชินแล้วฮะ ผมปรับตัวได้แล้ว” เสี่ยวเป่าพยักหน้า
ขณะเดียวกันมู่อวี้เฉิงก็เดินเข้าไปหาเสี่ยวเป่าและยื่นบัตรให้เสี่ยวเป่า “อยากกินอยากดื่มอะไรก็เอาบัตรไปซื้อเอา”
“ขอบคุณฮะแด๊ดดี้” เสี่ยวเป่ารับบัตรมาอย่างไม่เกรงใจและพูดขอบคุณโดยตรง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูแล้วอดไม่ได้ที่จะกระตุกมุมปาก
วิธีการของมู่อวี้เฉิงเป็นตามที่คาดการณ์เอาไว้ไม่มีผิด ส่งเงินให้โดยตรง ดูเรียบง่ายและหยาบกระด้างเสียไม่มี
แต่อาศัยอยู่ในโรงเรียนประจำแบบนั้น เงินคงเป็นเพียงคำตอบสุดท้าย
“อวี้เฉิง เอาเงินให้เยอะแบบนั้นจะตกเป็นเป้าสายตาหรือเปล่า?” แม้ว่าจะเป็นเพียงโรงเรียนประถม แต่เด็กดื้อก็ไม่ได้ถูกกีดกันออกไป
“ใครจะกล้า?” มู่อวี้เฉิงสบถอย่างเย็นชา
“หม่ามี้ เพื่อนร่วมชั้นนิสัยดี เป็นมิตรกับผมมาก ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หม่ามี้คิดสักหน่อย” เสี่ยวเป่าขมวดคิ้วราวกับกำลังปวดหัว
“แต่ลูกเพิ่งบอกว่ามีคนสงสัยลูก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว รู้สึกว่าเสี่ยวเป่ากำลังโกหกเธอ
“แค่คนกลุ่มน้อยน่ะฮะ หม่ามี้ ทุกคนในโรงเรียนจะชอบผมหมดทุกคนก็ไม่ได้ปะครับ? มันเป็นเรื่องปกติ” เสี่ยวเป่าอธิบาย
“ก็ใช่ ใช่ ไปก็ไป ในเมื่อลูกอยากไปจากหม่ามี้ หม่ามี้ก็ไม่มีอะไรจะพูดหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดจมูก หันหน้าหนีพยายามอดกลั้นน้ำตา
เมื่อเห็นว่าจวนถึงเวลาจะไปโรงเรียนแล้ว เสี่ยวเป่าก็ถือกระเป๋าเดินทางเล็ก ๆ ของเขาตามหลังมู่อวี้เฉิงออกไป “หม่ามี้ ผมไปก่อนนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตัดสินใจว่าจะไม่มองเขา
จนกระทั่งเสี่ยวเป่าจากไปแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะร้องไห้ออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวร้องไห้จนตาบวมแดง เธอพยายามใช้ก้อนน้ำแข็งประคบเพื่อลดอาการบวม ทำให้มันดูไม่ร้ายแรงก่อนจะออกไปบริษัท
กู้ชิงเดินเข้ามาหาเธอที่โต๊ะทำงานอยู่หลายครั้ง มองดูเธอด้วยความลังเลก่อนจะพูดอะไร
วันนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่แต่เธอกลับรู้สึกขบขันกับท่าทางของกู้ชิง “กู้ชิง ถ้ามีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ ไม่ต้องเก็บเป็นความลับขนาดนั้นหรอก”
“คุณถง ทะเลาะกับคุณมู่มาหรือเปล่าคะ?” กู้ชิงมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยว กะพริบตาแล้วถามออกไปอย่างไม่มั่นใจ
เมื่อวานเธอไปกินข้าวเย็นกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ทำให้ระยะห่างระหว่างเธอกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวใกล้ชิดกันมากขึ้น
ดังนั้นเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวปริปาก เธอจึงถือวิสาสะถามออกไปโดยตรง
“ไม่นิ? ทำไมเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสนเล็กน้อย ไม่เข้าใจว่าทำไมกู้ชิงถึงถามแบบนั้น
“ก็เมื่อวานคุณมู่ไม่ได้มารับคุณ และวันนี้ตาของคุณก็…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนที่แข็งแกร่งมาตลอด
นอกเหนือจากเรื่องความรู้สึกที่มากระทบกระเทือนจิตใจ ดูเหมือนว่าจะไม่มีเรื่องอื่นแล้ว
ดังนั้นเธอคิดคาดเดาว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวทะเลาะกับ มู่อวี้เฉิง ส่งผลให้ดวงตาของเธอกลายเป็นแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของกู้ชิง