พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 677 จดจำเอาไว้ใน
ตอนที่ 677
จดจำเอาไว้ใน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับลู่ซีจวี๋เพิ่งพูดถึงอินอวี่โหรวไปเมื่อเช้า ตอนบ่ายอินอวี่โหรวก็เข้ามาหา
อินอวี่โหรวนำขนมหวานอันประณีตหลายอย่างเข้ามาด้วย
เมื่อเห็นว่าเธอขนกองขนมมาวางจนเกือบจะเต็มโต๊ะกาแฟในห้องทำงาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทำอะไรไม่ถูก
“อวี่โหรว ทำอะไรน่ะ?”
นี่อาจเป็นสิ่งที่อินอวี่โหรวคิดว่ามันดีที่สุดในการปลอบใจผู้คน
เธอใช้วิธีการของเธอเองเพื่อปลอบโยนถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างงุ่มง่าม
เมื่อได้ยินเสียงของถงเหมี่ยวเหมี่ยว อินอวี่โหรวก็กำชายเสื้อผ้าอย่างทำอะไรไม่ถูก “เหมี่ยวเหมี่ยว ฉันได้ยินมาว่าขนมหวานจะช่วยทำให้คนรู้สึกดีขึ้น อยากลองมั้ย ฉันเพิ่งทำสด ๆ เมื่อตอนเช้านี้เอง ขนมจะอร่อยที่สุดเวลาเพิ่งอบใหม่ ๆ นี่ล่ะ”
“เธอไม่เอาไปให้รุ่นพี่ล่ะ? ไม่กลัวว่าเขาจะอิจฉาเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบแก้วกาแฟสองใบออกมาจากตู้และเดินไปชงกาแฟ
ของหวานกับกาแฟตัดกันได้อย่างลงตัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชอบรสชาตินี้มาก
กลิ่นหอมกลมกล่อมของกาแฟคลุกเคล้ากับของหวานจนเกิดเป็นรสชาติที่น่าประทับใจ
“เขาเป็นผู้ชายตัวโตจะชอบกินของพวกนี้ได้ยังไง ให้เขาไปเดี๋ยวเขาก็เอียน” อินอวี่โหรวพูดบอกอย่างไม่สบอารมณ์
แม้ว่าเธอจะไม่ได้เอาของไปส่งให้ แต่เธอก็พอจะคาดเดาสถานการณ์ได้
“อวี่โหรว จะไม่แบ่งให้ผมเลยเหรอ? มาบอกผมไม่ชอบ คุณรู้จักผมดีเกินไปแล้ว” ขณะเดียวกัน เสียงของลู่ซีจวี๋ก็ดังขึ้นมาจากหน้าประตูห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
อินอวี่โหรวตัวแข็งทื่อ
จากนั้นเธอก็มองย้อนกลับไป “คุณมานี่ทำไม ทำไมไม่ไปนั่งทำงานในห้องล่ะ? ปกติประธานบริษัทเขาไม่ลุกไปไหนมาไหนเหมือนคุณกันหรอกนะ”
“ไม่ต้องห่วง ต่อให้ไม่มีบริษัท สามีคุณก็ยังสนับสนุนคุณได้ทุกทาง เพราะงั้นไม่ต้องกังวล” ลู่ซีจวี๋พูดก่อนจะเดินเข้าไปเลือกขนมหวานชิ้นโปรดของเขาและหยิบมันใส่ปากโดยไม่เกรงใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินทั้งหมดนี้ไม่หมด เพราะฉะนั้นต่อให้เขาหยิบไปหนึ่งหรือสองชิ้นก็ไม่สำคัญอะไร
อินอวี่โหรวทำขนมพวกนี้มาแต่กลับไม่ยอมไปส่งให้เขาในห้องทำงาน
กลับส่งมันมาให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว จนทำให้เขารู้สึกอิจฉาเล็กน้อย
อย่างไรก็ตามเขาไม่ใช่คนเผด็จการและไร้เหตุผล เมื่อเกิดเรื่องแบบนั้นกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็ไม่ได้ทำตัวขี้งกจนไม่ยอมให้อินอวี่โหรวทำอะไร
หากเป็นเช่นนั้นก็เกรงว่าอินอวี่โหรวกับเขาจะมีปัญหากันอีกครั้ง
เมื่อเห็นว่าลู่ซีจวี๋กำลังเคี้ยวขนม อินอวี่โหรวก็ชี้ไปที่มือของลู่ซีจวี๋แล้วพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า “นั่น นั่นมันของ เหมี่ยวเหมี่ยวนะ คุณกินมันทำไม?”
เธอใช้เทคนิคมากมายในการทำขนม เพื่อหวังว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้สึกดีขึ้นเมื่อได้เห็นของสวย ๆ งาม ๆ
“ผมกินอันนี้ไม่ได้เหรอ?” ลู่ซีจวี๋ชะงัก
“ไม่ได้” อินอวี่โหรวพูดบอกอย่างหนักแน่น
หลังจากเห็นทั้งสองคุยกันกะหนุงกะหนิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกดีขึ้นมาก
“มีขนมตั้งเยอะแยะ ฉันกินไม่หมดหรอก มากินด้วยกันดีกว่า” เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวชงกาแฟแค่สองถ้วย แต่เมื่อเห็นลู่ซีจวี๋เดินเข้ามา เธอก็หันกลับไปชงกาแฟอีกถ้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางถ้วยกาแฟไว้ตรงหน้าทั้งสองแล้วนั่งลง
ยิ่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น อินอวี่โหรวก็ยังรู้สึกกังวล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะเก็บงำเรื่องทุกอย่างเอาไว้ในใจเสมอ
ต่อให้เจ็บปวดแค่ไหนเธอก็จะไม่บอกใครเลย เก็บงำเอาไว้เงียบ ๆ คนเดียว
มู่อวี้เฉิงนี่เหลือเกินจริง ๆ
ทำแบบนี้กับถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยังไง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเมื่อเห็นว่าอินอวี่โหรวไม่ยอมดื่มกาแฟ เอาแต่มองหน้าเธอ
“มีอะไรเหรอ?”
“เหมี่ยวเหมี่ยว ไม่เป็นไรนะ ถ้าเกิดเธออัดอั้นอะไรก็บอกฉันมาได้ ฉันจะอยู่ข้าง ๆ เธอเอง” เดิมทีอินอวี่โหรววางแผนจะรีบอ่านข้อมูลให้เสร็จตั้งแต่เนิ่น ๆ
แต่พอมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอก็หยุดอ่านข้อมูลชั่วคราว เพราะงานที่บริษัทก็ไม่ได้รีบร้อนเท่าไหร่
เรื่องพรรค์นั้นไม่สำคัญเท่าเพื่อนของเธอหรอก
เธอบอกผู้เฒ่าอินว่ามีเรื่องเกิดขึ้นกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว ผู้เฒ่าอินจึงเห็นด้วยแนวทางความคิดของเธอและเร่งเร้าให้เธอออกมาหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ฉันไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกเธอคิดกันสักหน่อย อวี่โหรว ไปอ่านหนังสือต่อเถอะ ไม่ต้องห่วงฉันหรอก ฉันจัดการเรื่องของตัวเองได้” นอกจากนี้เรื่องของความรู้สึก ต่อให้บอกคนอื่นก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
“มันเป็นไปได้ยังไงนะ? เหมี่ยวเหมี่ยว เขาทำแบบนี้ได้ยังไง?” อินอวี่โหรวเผลอพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นออกมาโดยที่ไม่รู้ตัว
ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความทุกข์ใจ
“เราไปเปลี่ยนความรู้สึกใครไม่ได้หรอก ฉันเคยอยู่คนเดียวมาก่อน หลังจากนี้ก็แค่กลับไปอยู่คนเดียวอีกครั้ง ไม่ได้แตกต่างอะไรนักหรอก” อย่างมากสุด มู่อวี้เฉิงก็แค่สั่งสอนบทเรียนให้เธอและปล่อยให้เธอได้สัมผัสกับความเจ็บปวดนับพันเท่าอีกครั้ง
“เหมี่ยวเหมี่ยว เธอสวยขนาดนี้ จะต้องได้เจอคนที่ดีกว่านี้แน่” เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่ามู่อวี้เฉิงคิดอะไรถึงได้ทำกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแบบนี้
“เอาล่ะ ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ กินขนมเถอะ ไม่งั้นเดี๋ยว อวี่โหรวคงจะผิดหวังแย่ใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดพร้อมกับหยิบขนมขึ้นมากิน
“อืม ใช้ได้เลยนะ อวี่โหรว ฝีมือการทำอาหารของเธอดีขึ้นมาก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลองชิมและพูดชมเชยโดยไม่ลังเล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเปลี่ยนหัวข้อ เห็นได้ชัดว่าไม่ต้องการพูดถึงเรื่องนี้อีก
อินอวี่โหรวเหลือบมองลู่ซีจวี๋ ลู่ซีจวี๋จึงส่ายหัวให้เธอเบา ๆ
อินอวี่โหรวกัดริมฝีปาก ยิ้มแล้วพูดว่า “ถ้าเธอชอบ ฉันจะทำมาให้กินทุกวันเลย”
“ขอบใจนะอวี่โหรว” ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม นี่คือความจริงใจของอินอวี่โหรว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้ปฏิเสธ
เธอจะจดจำความดีและความมีน้ำใจของทุกคนเอาไว้ในใจ
ในวันนี้ อินอวี่โหรวนั่งอยู่ในห้องทำงานกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทั้งวัน
แม้ว่าจะเดินไปที่ห้องทำงานของลู่ซีจวี๋บ้าง แต่เธอก็อยู่ที่นั่นเพียงสั้น ๆ เท่านั้นและรีบกลับออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ห้ามปรามเธอ
อาจเป็นเพราะที่ทำกับอินอวี่โหรวก่อนหน้านี้ เธอเผลอทำให้อินอวี่โหรวรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้อยู่กับเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลองพูดดูอีกครั้ง แต่เธอก็ยังดื้อดึงจะอยู่ที่นี่ต่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหยุดพูด
และปล่อยให้เธอทำตามอำเภอใจ
กู้ชิงเข้ามาส่งเอกสารแล้วต้องตกตะลึงเมื่อเห็น อินอวี่โหรว จากนั้นเธอก็รีบกล่าวทักทายอินอวี่โหรว “สวัสดีค่ะคุณอิน”
ทุกคนในบริษัทต่างรู้ดีว่าลู่ซีจวี๋กำลังปลูกต้นรักกับสาวน้อยคนหนึ่ง
และทุกคนต่างรู้ว่าลู่ซีจวี๋กับอินอวี่โหรวหย่าร้างกันแล้ว
เธอคงแวะมาหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากกว่า
คุณอินเป็นคนที่น่าสงสาร
กู้ชิงมองดูเธอด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ
“สวัสดีค่ะ” อินอวี่โหรวรู้ว่ากู้ชิงเป็นผู้ช่วยของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
พวกเธอเคยเจอกันหลายครั้ง แต่อินอวี่โหรวไม่รู้จักชื่อเธอ
หลังจากวางเอกสารลง กู้ชิงก็กลับออกไป
เมื่อมีอินอวี่โหรวอยู่ด้วย การทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่น่าเบื่อเหมือนเคย
หลังจากนั้นไม่นานก็ถึงเวลาเลิกงาน
เท้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงพันผ้าก๊อซอยู่ แต่ตอนนี้เธอสามารถเดินได้ปกติโดยไม่ต้องใช้ไม้พยุงแล้ว
อินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ
“เหมี่ยวเหมี่ยว จะไม่ไปกินข้าวกับฉันจริง ๆ เหรอ?” อินอวี่โหรวมองดูเธอด้วยสายตากังวล
“ไม่เป็นไร ฉันไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอน่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธ
อินอวี่โหรวพยายามพูดชักชวนอยู่หลายครั้ง แต่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธตลอดจนเธอต้องออกไปกับลู่ซีจวี๋สองคน
เมื่อกลับมาถึงบ้านที่ว่างเปล่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เอนกายลงบนโซฟาอย่างเหนื่อยล้า เธอรู้สึกไม่มีพลังที่จะทำอะไรอีกต่อไป เธอเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ราวกับว่าความเจ็บปวดและความอึดอัดที่อดกลั้นเอาไว้ได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเธอ
เธอจับหน้าอกแน่นราวกับว่ามันสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดได้