พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 679 ทารุณเธอ
ตอนที่ 679
ทารุณเธอ
“ไม่เป็นไร เธอไม่สนใจหรอก เดี๋ยวพี่กลับไปอธิบายให้เธอฟังเอง ไม่ต้องโทษตัวเอง” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างอ่อนโยน
“พี่อวี้เฉิง น่าอิจฉาพี่สะใภ้จังที่มีสามีใจดีแบบพี่” เฉินจิ่วจิ่วพูดพร้อมกับมองตรงไปที่มู่อวี้เฉิง
ความหมายนั้นชัดเจนมาก
“จิ่วจิ่ว เธอเป็นคนเรียบง่าย อย่าตกหลุมรักอะไรง่าย ๆ ไม่งั้นจะถูกหลอกเอาได้” มู่อวี้เฉิงพูดกับเฉินจิ่วจิ่วในฐานะพี่ชาย
เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจถงเหมี่ยวเหมี่ยว เฉินจิ่วจิ่วก็แอบมีความสุขเงียบ ๆ จากนั้นเธอก็พูดด้วยรอยยิ้มว่า “ถ้าไม่ใช่พี่อวี้เฉิง ฉันก็ไม่ตกหลุมรักใครง่าย ๆ หรอก”
คำพูดของเธอชัดเจนมาก
มู่อวี้เฉิงไม่พูดอะไร เพียงแค่แอบให้ความหวังลม ๆ แล้ง ๆ กับเฉินจิ่วจิ่ว
ตอนนี้ในสายตาของเฉินจิ่วจิ่ว เธอคิดว่ามู่อวี้เฉิงชอบเธอ
ส่วนที่มู่อวี้เฉิงต้องดูแลถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั้นเป็นเพราะความรับผิดชอบอย่างเดียว
แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา เธอจะทำอะไรใจร้อนไม่ได้
หลังกินอาหารเช้าเสร็จ มู่อวี้เฉิงก็ไปส่งเฉินจิ่วจิ่วที่บ้านเก่า
ไม่เพียงแต่มู่อวี้เฉิงเท่านั้น ลิ่นอวี๋เหยียนยังมอบความรักให้เธออย่างล้นหลาม
ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ลิ่นอวี๋เหยียนแสดง ความโอบอ้อมอารีต่อเธอเสมอและยังดูแลเธอดีกว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เฉินจิ่วจิ่วรู้สึกว่าลิ่นอวี๋เหยียนน่าจะปฏิบัติต่อเธอในฐานะลูกสะใภ้มากกว่า
ไม่ต้องดูหรอกว่าลิ่นอวี๋เหยียนดีกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากแค่ไหน
เธอแค่ชื่นชอบที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่านอนสอนง่ายเท่านั้น
อีกอย่างวันนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถูกติเตียนไม่ใช่เหรอ?
ในตรงกันข้าม เธอสามารถทำได้ทุกอย่างและได้รับการสนับสนุนจากคนในตระกูลมู่เป็นอย่างดี
ชีวิตแสนวิเศษขนาดนี้
เฉินจิ่วจิ่วก็คิดว่าแผนการไม่จำเป็นอีกต่อไป
หากเธอสามารถเป็นคุณหนูสะใภ้ของตระกูลมู่ได้จริง ๆ คนพวกนั้นจะทำอะไรเธอได้?
เธอไม่อยากถูกคนพวกนั้นบงการอีกต่อไป และนี่ถือว่าเป็นโอกาสที่ดี
…
ในวันนี้เฉินจิ่วจิ่วไม่ได้ออกไปเที่ยวหามู่อวี้เฉิง
เธอบอกลิ่นอวี๋เหยียนว่าเธอจะออกไปซื้อของใช้ส่วนตัวเพื่อไม่ให้ลิ่นอวี๋เหยียนถามเธอออกไป
หลังจากเฉินจิ่วจิ่วออกไปแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียนก็โทรศัพท์หามู่อวี้เฉิงทันทีและบอกตำแหน่งของเฉินจิ่วจิ่วให้เขาฟัง
เฉินจิ่วจิ่วสวมชุดกระโปรงสีขาว
คราวเมื่อเธอมาอาศัยอยู่ในบ้านตระกูลมู่ เสื้อผ้าที่เธอสวมใส่ก็ดูดีขึ้นมามาก
เธอมีหน้าตาใช้ได้ทีเดียว เมื่อออกไปบาร์ ชายหนุ่มหลายคนต่างจ้องมองมาทางเธอ
เฉินจิ่วจิ่วจ้องมองคนพวกนั้นด้วยสายตาดูถูก
ก็แค่พวกปรสิตที่หัวมีแต่เรื่องบ้ากาม
เธอชอบคนอย่างมู่อวี้เฉิง
คนพวกนี้จะมาเทียบกับมู่อวี้เฉิงได้อย่างไร?
ไม่มองดูสารรูปตัวเองกันเลย
เฉินจิ่วจิ่วเดินจับกระโปรงเข้าไปในห้องด้านในสุด
ภายในห้องมีชายวัยกลางคนนั่งอยู่
ชายวัยกลางคนมีรูปร่างค่อนข้างผอม สวมแว่นตากรอบทอง ใบหน้าซีดเซียวและมีรอยช้ำดำ ๆ อยู่ที่ใต้ขอบตา
เห็นได้ชัดว่าเขาปลดปล่อยความต้องการของตัวเองมากจนเกินไป
เฉินจิ่วจิ่วเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าชายวัยกลางคนและส่งเสียงเรียกด้วยความเคารพ “ลุงหวาง”
ชายคนนั้นจ้องมองร่างกายเธอด้วยสายตาแทะโลม
ดวงตาที่เย็นชาราวกับงูพิษกำลังพันรอบร่างของ เฉินจิ่วจิ่ว
เธอพยายามระงับความหวาดกลัวและแสร้งทำเป็นยืนอย่างสงบ
โชคดีที่ชายคนนั้นรีบหันไปมองอีกทาง
“ไม่มีใครตามมาใช่มั้ย” ลุงหวางนั่งอยู่บนเก้าอี้และพูดถามอย่างเกียจคร้าน
“ไม่มีใครสงสัยหนูหรอก ลุงหวาง ไม่ต้องห่วงค่ะ” เฉินจิ่วจิ่วพูดด้วยความนอบน้อม
“อย่าประมาทมู่อวี้เฉิง เขาไม่ได้รับมือได้ง่าย ๆ” ลุงหวางพูดด้วยสีหน้ามืดมน
“ลุงหวาง ตอนนี้มู่อวี้เฉิงหลงฉันหัวปักหัวปำ ทิ้งเมียมาอยู่กับฉัน ต่อให้รับมือยากแค่ไหนแต่เขาก็ยังเป็นผู้ชายอยู่วันยังค่ำไม่ใช่เหรอคะ? พวกผู้ชายน่ะชอบเด็กสาวสวย ๆ กันทั้งนั้นแหละ” เฉินจิ่วจิ่วพูดด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม
ลุงหวางฝืนเชื่อคำพูดของเฉินจิ่วจิ่ว
โดยปกติแล้วมู่อวี้เฉิงจะเกลียดข่าวซุบซิบบนอินเทอร์เน็ตมากที่สุด
เมื่อไหร่ก็ตามที่มีข่าวเกี่ยวข้องกับเขา เขาจะรีบขับไล่คนคนนั้นออกไปทันที
แต่ข่าวของเขากับเฉินจิ่วจิ่วปรากฏเด่นอยู่บนหน้าแรกมานานแล้ว
ซึ่งพิสูจน์ได้ว่าเฉินจิ่วจิ่วสอดคล้องกับความปรารถนาของมู่อวี้เฉิง
หลังจากมองดูเฉินจิ่วจิ่ว ลุงหวางก็ยิ้มออกมา
เฉินจิ่วจิ่วมองดูรอยยิ้มตรงด้วยความสั่นสะท้าน
“มานี่สิ” ลุงหวางเรียกเธอ
เฉินจิ่วจิ่วยืนเม้มปากอยู่นานก่อนจะค่อย ๆ เดินเข้าไปหา
“ปลดตะขอให้ลุงหน่อย” ลุงหวางชี้นิ้วไปที่ตรงกลาง
เฉินจิ่วจิ่วปลดกระดุมกางเกงอย่างเชื่อฟัง
เฉินจิ่วจิ่วมองดูสิ่งที่น่าขยะแขยงตรงหน้าด้วยความรู้สึกสะอิดสะเอียน
“ทำไมยังนิ่งอยู่อีก? ลุงสอนเธอว่ายังไง?” ลุงหวางจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา
เฉินจิ่วจิ่วทำได้เพียงเขยิบเข้าไปใกล้
ลุงหวางมองดูเฉินจิ่วจิ่วที่คุกเข่าอยู่ระหว่างขาแล้วยิ้มกว้าง “ฮ่า ๆ ๆ เธอว่าถ้ามู่อวี้เฉิงมาเห็นฉากนี้มันยังจะชอบเธออยู่อีกมั้ย”
เฉินจิ่วจิ่วไม่อยากตอบรับ
บางอย่างกำลังผงาดอยู่ในปาก เธอจึงไม่อยากตอบโต้อะไร
ลุงหวางมองออกว่าเฉินจิ่วจิ่วกำลังฝืนใจทำ
แต่เขาแค่ชอบมองดูเฉินจิ่วจิ่วอดกลั้น ชอบที่เธอไม่สามารถต้านทานเขาได้
ท้ายที่สุดก็ต้องนอนอยู่ในร่างอย่างเชื่อฟังไม่ใช่เหรอ?
เฉินจิ่วจิ่วเงยหน้ามองใบหน้าอึมครึมของลุงหวางแล้วจินตนาการถึงมู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงดีกว่าลุงหวางหลายเท่า
มู่อวี้เฉิงมีอำนาจมหาศาล อย่างลุงหวางจะไปได้ไกลสักแค่ไหนเชียว?
ราวกับว่าลุงหวางรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจับหน้าเธอและบีบบังคับให้เธอเงยหน้าขึ้น
เฉินจิ่วจิ่วเงยหน้าขึ้น “ลุง ลุงหวาง มีอะไรเหรอคะ?”
“อ๊ะ ฉันจะบอกอะไรเธอให้ อย่าริอาจคิดเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้เด็ดขาด อย่าลืมว่าเธอตกอยู่ในกำมือฉันแล้ว เกิดมู่อวี้เฉิงรู้ว่าเธอเป็นแค่นางบำเรอที่ผ่านมือผู้ชายมาแล้ว มู่อวี้เฉิงจะคิดยังไง? ถ้าเธอยังคิดเพ้อเจ้ออยู่ก็เก็บเอาคำพูดของฉันไปคิดซะให้รอบคอบ ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันใจร้ายล่ะ!” ลุงหวางพูดอย่างชั่วร้าย ประกอบกับใบหน้าที่เกรี้ยวกราดของเขาแล้ว ทำให้คนฟังรู้สึกหวาดกลัวอย่างมาก
“ลุงหวางก็รู้ว่าหนูจริงใจขนาดไหน หนูจะทำแบบนั้นได้ยังไงล่ะคะ?” เฉินจิ่วจิ่วฝืนยิ้มบาง ๆ
วิปริตและน่าขยะแขยงแบบนี้ ใครจะไปชอบแกลง?
“แบบนั้นก็ดี” ลุงหวางพูดแล้วผลักเฉินจิ่วจิ่วลงบนโซฟา
เฉินจิ่วจิ่วทำได้เพียงอดทนกัดฟันเงียบ ๆ
จนกระทั่งทุกอย่างจบลง เฉินจิ่วจิ่วก็ถูกเหวี่ยงลงกับพื้นเหมือนผ้าขี้ริ้ว
เฉินจิ่วจิ่วสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกายและพยายามจับผนังเพื่อลุกขึ้นยืน
ไม่ช้าหรือเร็ว เธอจะต้องตอนไอแก่นี่ให้จนมุม
มันไม่ใช่คน
เพียงเพราะมันแข็งแกร่งกว่าเธอ ถึงได้กล้าทารุณเธอแบบนี้
เฉินจิ่วจิ่วเข้าไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนจะเดินทางกลับ
หลังจากกลับมาถึงบ้าน ลิ่นอวี๋เหยียนก็เดินเข้ามาหา “ไอหยาจิ่วจิ่ว ทำไมหน้าตาอิดโรยจัง? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
ตอนนี้เฉินจิ่วจิ่วเหนื่อยล้ามากจนอยากจะนอนหลับ แต่เธอยังคงหันกลับมาตอบลิ่นอวี๋เหยียน
“คุณป้า หนูไม่เป็นไรค่ะ แค่เหนื่อยเฉย ๆ” เฉินจิ่วจิ่วเดินเข้าไปจับแขนของลิ่นอวี๋เหยียนอย่างออดอ้อน
“ถ้าเหนื่อยก็ไปพักผ่อนเถอะ ทีหลังก็พาคนใช้ออกไปด้วยนะ จะได้ไม่เหนื่อยมาก” ลิ่นอวี๋เหยียนตบมือปลอบโยนเธอเบา ๆ
“ค่ะ ขอบคุณค่ะคุณป้า” เฉินจิ่วจิ่วพูดแล้วรีบเดินขึ้นไปที่ชั้นบน
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูรอยแดงที่ปรากฏอยู่บนลำคอของ เฉินจิ่วจิ่วด้วยดวงตาที่มืดมนลง