พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 681 ทนไม่ไหว
ตอนที่ 681
ทนไม่ไหว
“เหมี่ยวเหมี่ยว ฉันต้องไปร่วมงานเลี้ยงแต่ฉันไปไม่ได้แล้ว เธอไปงานเลี้ยงกับเพื่อนฉันแทนหน่อยได้มั้ย?” หนึ่งชั่วโมงก่อนเลิกงาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนั่งประมวลเอกสารอยู่
จู่ ๆ ลู่ซีจวี๋ก็เดินเข้ามาพร้อมกับการ์ดเชิญ
“งานเลี้ยงอะไร?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นและถามด้วยความสงสัย
“ก็แค่งานเลี้ยงธุรกิจธรรมดา ๆ แต่ว่ามีการประมูลด้วย ฉันอยากได้ภาพวาดจากราชวงศ์หมิง เห็นว่าเขาจะเอามาจัดแสดงในงานประมูลครั้งนี้ด้วย คุณปู่อินอยากได้มันมาก เธอก็รู้นี่” ลู่ซีจวี๋ส่งสายตาปริบ ๆ ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างประจบประแจง
“ไปประมูลเองจะไม่ดูจริงใจกว่าเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับการ์ดเชิญ
มันเป็นเพียงงานประมูลธรรมดาและหลังจากการประมูลก็จะมีการแจกเครื่องดื่มให้ฟรี
จากนั้นก็ให้ทุกคนแบ่งปันประสบการณ์ประมูลของตัวเอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยไปงานเลี้ยงประเภทนี้มาก่อน
ดังนั้นเธอจึงคุ้นเคยกับพิธีการอยู่บ้าง
“วันนั้นฉันดันมีนัดไปดูหนังกับอวี่โหรวน่ะสิ อวี่โหรวบอกจะอยู่กับฉันทั้งวันเลย เหมี่ยวเหมี่ยว เอาน่า ไปแทนหน่อย โอเคมั้ย?” ลู่ซีจวี๋จ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างเว้าวอน
เมื่อพิจารณาได้ว่าลู่ซีจวี๋ต้องการอยู่กับอินอวี่โหรวตลอดทั้งวัน
รวมถึงงานนี้ยังเป็นงานเลี้ยงธรรมดา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรและตอบรับคำเชิญชวน “ก็ได้ ฉันจะไปแทนพี่”
“เพื่อนฉันจะไปกับเธอด้วย เดี๋ยวฉันให้เขาไปรับ” ลู่ซีจวี๋พูดต่อ
“แล้วทำไมพี่ไม่ให้เพื่อนไปประมูลภาพแทนล่ะ? จะให้ฉันไปทำไม?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
มันทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ
“ฉันก็กลัวว่าเธอจะเบื่อมั้ย? เด็กนั่นไม่รู้อะไรเกี่ยวกับภาพวาดเลย ฉันจะเอามาผิดภาพน่ะสิ” ลู่ซีจวี๋โบกมือปฏิเสธพร้อมกับพูดอย่างเกียจคร้าน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าแล้วคิดว่าเธออาจจะคิดมากไป จากนั้นก็เก็บการ์ดเชิญใส่กระเป๋า
“เหมี่ยวเหมี่ยว จริง ๆ แล้วเธอก็เคยเจอเพื่อนฉันนะ” ลู่ซีจวี๋ขยิบตาให้เธออย่างน่าลึกลับ
“ใคร?” คือเพื่อนของลู่ซีจวี๋ที่เธอเคยเจอ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน
เธอคิดย้อนกลับไปอยู่นานแต่กลับคิดไม่ออก
“เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้เอง” หลังจากกระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นของถงเหมี่ยวเหมี่ยว ลู่ซีจวี๋ก็พูดทิ้งท้ายอย่างชั่วร้าย
“ไม่เอาแบบนี้สิ” ลู่ซีจวี๋รู้จักเธอดี
เธอเป็นคนค่อนข้างอยากรู้อยากเห็นและมีแรงผลักดันในการค้นหาคำตอบเหล่านี้อยู่เสมอ
ดูเหมือนว่าเธอจะต้องไปเข้าร่วมงานประมูลครั้งนี้จริง ๆ
“ฝากด้วยนะเหมี่ยวเหมี่ยว ฉันต้องไปจัดการกองเอกสารบนโต๊ะก่อน” ลู่ซีจวี๋พูดแล้วรีบเดินออกไปราวกับว่ากลัว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหยุดเขา
จนกระทั่งเดินเข้ามาในห้องทำงาน ลู่ซีจวี๋ก็ปิดประตูลง
เขาเห็นอินอวี่โหรวยื่นหัวออกมาจากห้องเล็ก ๆ
“เป็นไงบ้าง?” อินอวี่โหรวลดระดับเสียงลงแล้วพูดถาม
“เหมี่ยวเหมี่ยวตกลง” ลู่ซีจวี๋เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจ
สำหรับความช่วยเหลือประเภทนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวย่อมช่วยเหลือเป็นธรรมดา
คำพูดทิ้งท้ายของเขาทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะต้องไม่ปฏิเสธแน่ ๆ
“มันจะดีจริง ๆ เหรอ?” อินอวี่โหรวยังคงวิตกกังวลเล็กน้อย
สาเหตุที่ลู่ซีจวี๋ส่งต่อการ์ดเชิญให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพราะเขารู้มาว่ามู่อวี้เฉิงจะไปที่นั่นด้วย
และเขาน่าจะพากิ๊กสาวที่ยังไม่เปิดตัวไปร่วมงานเช่นกัน
พากิ๊กสาวไปออกงานอย่างนั้นจะเกิดอะไรขึ้นได้อีก
ก็คงจะมีถ่ายรูปคู่กันบ้างประปราย แต่ให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปเห็นใบหน้าของคนหลอกลวงพรรค์ด้วยตัวเองน่าจะดีกว่า
“ให้เหมี่ยวเหมี่ยวไปเห็นเองดีที่สุดแล้ว” ลู่ซีจวี๋หรี่ตาลง
ถ้าไม่ชอบก็มอบอิสระให้เธอสิ
มู่อวี้เฉิงออกไปเล่นชู้ทั้งที่ยังเก็บถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ ต้องเป็นคนแบบไหนกัน?
การกระทำก่อนหน้านี้ของเขาก็ทำให้อินอวี่โหรวเสียใจมากพอแล้ว
นึกไม่ถึงว่ามู่อวี้เฉิงจะยิ่งกว่า
ก่อนหน้านี้มู่อวี้เฉิงกล้าเยาะเย้ยเขาได้ยังไง?
เขาจงใจส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปร่วมงานเลี้ยงเพื่อทำให้มู่อวี้เฉิง “ประหลาดใจ”
เขายังคงรู้สึกพยาบาทอยู่มาก
“ก็ดี แต่ฉันแค่กลัวว่ามันจะจบลงไม่ดีน่ะ” อินอวี่โหรวรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย
การได้เห็นกับตาตัวเองอาจจะดีกว่าเห็นผ่านรูปภาพก็ได้
อินอวี่โหรวกังวลว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะทนไม่ไหว
“ทำไมถึงจะจบลงไม่ดีล่ะ? มู่อวี้เฉิงยังจะมีหน้ามาทำอย่างอื่นอีกเหรอ?” ลู่ซีจวี๋พูดเหยียดหยาม
“เหมี่ยวเหมี่ยวจะว่าที่เราสมรู้ร่วมคิดกันมั้ย?” น้ำเสียงของอินอวี่โหรวเต็มไปด้วยความวิตกกังวล
“ไม่หรอก เหมี่ยวเหมี่ยวจะเข้าใจความหวังดีของพวกเรา” ลู่ซีจวี๋ลูบผมอินอวี่โหรว
…
งานเลี้ยงจะถูกจัดขึ้นวันมะรืน จึงไม่ต้องรีบร้อนอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใช้ประโยชน์จากชั่วโมงการทำงานออกไปเก็บข้าวของที่คฤหาสน์ตี้หลานเป็นเวลาครึ่งวัน
กู้ชิงก็ออกมาช่วยเธอด้วย
ก่อนหน้านี้เธอนำเสื้อผ้าติดตัวมาแค่บางส่วนเท่านั้น และผลิตภัณฑ์ดูแลผิวก็มีขนาดกระจิดกระจ้อย
ดังนั้นจึงมีเสื้อผ้าหนึ่งกล่องและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกับเครื่องสำอางอีกหนึ่งกล่อง
ส่วนที่เหลือล้วนไม่ใช่ของของเธอทั้งสิ้น
สำหรับส่วนของเสี่ยวเป่า เธอจะรอจนกว่าเสี่ยวเป่าจะกลับมาจากโรงเรียนและถามความคิดเห็นของเขา
ไม่รู้ว่าเสี่ยวเป่าจะกลับมาเมื่อไหร่
เขาเพิ่งส่งข้อความมาหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวเมื่อสองวันก่อนว่าจะมีแข่งขันที่เมือง H และจะไม่กลับบ้านในสัปดาห์นี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เธอจะซ่อนตัวอยู่สักพัก รอจนกระทั่งไม่มีทางหนีแล้วค่อยออกมาเผชิญหน้า
ในการแต่งงานครั้งนี้ คนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอยากขอโทษมากที่สุดก็คือเสี่ยวเป่า
เธออยากจะมอบครอบครัวให้เสี่ยวเป่า แต่สุดท้ายมันกลับถูกทำลายลงแบบนี้
ตอนนี้ถึงจะยังไม่ได้หย่ากัน แต่ในอนาคตก็ต้องหย่ากันอยู่ดี
เธอดีใจที่ยังเก็บห้องคอนโดมีเนียมห้องเดิมเอาไว้อยู่ ทุกอย่างที่นั่นยังคงเหมือนเดิม เหมือนตอนที่เธออาศัยอยู่กับ เสี่ยวเป่า
เธอจึงไม่ต้องเตรียมอะไรเลย
คฤหาสน์แห่งนี้เต็มไปด้วยความทรงจำของเธอ
แต่ตอนนี้ถึงเวลาบอกลาอย่างเป็นทางการแล้ว
เธอตรวจสอบจนแน่ใจว่าไม่หลงลืมอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางกุญแจคฤหาสน์ไว้บนโต๊ะอย่างที่มู่อวี้เฉิงเคยวางเอาไว้ให้เธอแล้วเดินออกไป
กู้ชิงช่วยถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกกระเป๋าเดินทางไปที่รถยนต์
หลังจากกลับมาถึงคอนโดมีเนียม กู้ชิงอยากจะช่วย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจัดแจงเสื้อผ้าแต่กลับถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดเอาไว้
“กู้ชิง ไม่ต้อง เสื้อผ้านิดเดียวเอง ฉันทำเองได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรินน้ำใส่แก้วให้กู้ชิง
แม้ว่าเธอจะอ่อนไหว แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก
เธอไม่สามารถล้มเลิกการใช้ชีวิตเพียงเพราะอารมณ์ที่อ่อนไหวได้หรอก
ประสบการณ์ก่อนหน้านี้สอนให้เธอรู้จักกับชีวิตที่นองเลือด และเธอจะไม่ยอมแพ้ให้กับความโศกเศร้า
เธอรู้ว่าคนรอบตัวพยายามดูแลอารมณ์ของเธอให้เป็นปกติ
แต่เธออยากจะเผชิญหน้ากับความจริง
ในเมื่อมันเกิดเรื่องขึ้นแล้วก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้
“คุณถง มองบวกเข้าไว้นะคะ ผู้ชายไม่ได้มีแค่คนเดียว” กู้ชิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพ่นประโยคที่งุ่มง่ามออกมา
“กู้ชิง ฉันเข้าใจ มันไม่ได้ร้ายแรงอย่างที่พวกเธอคิดกันหรอก ฉันเคยเจอเรื่องลำบากมาเยอะแล้ว เรื่องแค่นี้ทำอะไรฉันไม่ได้หรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มอย่างโล่งใจ
เธอจะทำอะไรได้อีก?
ก็แค่ลืมเรื่องที่ควรลืมและทำงานใช้ชีวิตกันต่อไป
ในเมื่อไม่สามารถย้อนกลับไปได้ก็แค่มองตรงไปข้างหน้า