พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 682 คนที่ให้ความอบอุ่นแก่เขา
ตอนที่ 682
คนที่ให้ความอบอุ่นแก่เขา
ไม่นานก็ถึงเวลาเข้าร่วมงานประมูล
ลู่ซีจวี๋อนุญาตให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลาหยุดครึ่งวันเพื่อให้เธอเตรียมตัวสำหรับไปเข้าร่วมงานเลี้ยง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลือกเสื้อผ้าแล้วไปให้ร้านเสริมสวยช่วยออกแบบจัดแต่งทรงผมให้
ผมดัดลอนเล็กน้อยทำให้เธอดูเป็นผู้หญิงที่อ่อนหวานมากขึ้น
ชุดที่เธอใส่เปลือยแผ่นหลัง เผยให้เห็นสะบักหลังอันงดงาม ดูน่าดึงดูดอย่างมาก
หลังจากเตรียมตัวพร้อมแล้ว
ไม่กี่วินาทีต่อมา ลู่ซีจวี๋ก็ส่งข้อความมาหาเธอ
เขาบอกให้เธอออกมารอเจอเพื่อนเขาที่ด้านนอกริมถนน
ลู่ซีจวี๋ยังบอกว่าเธอรู้จักคนคนนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกวาดสายตามองด้วยความคาดหวัง
ชายคนนั้นไม่ได้ปล่อยให้เธอรอนาน
ในไม่ช้า มายบัคก็มาจอดอยู่ตรงหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ประตูรถยนต์ถูกเปิดออก
ชายที่เดินลงมามีหน้าตาหล่อเหลา สันกรามคมได้รูปสวย มีออร่าที่แข็งแกร่งทรงพลังแต่ใบหน้าดูอ่อนเยาว์และดูค่อนข้างเด็กมาก
ดวงตาของเขาเป็นสีน้ำตาลที่หาดูได้ยาก
เมื่อเขามาถึง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “จี้หราน มาที่นี่ได้ยังไง”
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว” หลังจากนั้นออร่าที่ดูเย็นชาก็พังทลายลง เขาเข้าไปจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวและแนบชิดกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างรักใคร่
ปีนี้จี้หรานอายุเพียงสิบเก้าปีและเขาเคยไปเรียนที่ต่างประเทศมาก่อน
เขาบังเอิญเจอกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอนที่ได้รับบาดเจ็บและถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พาเขากลับบ้านด้วยกัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคอยดูแลจี้หรานเหมือนกับน้องชายของตัวเอง
การดูแลเขากับเสี่ยวเป่าเหมือนกับการดูแลลูกสองคน
แม้ว่าตอนนี้จี้หรานจะเอาตัวเข้ามาแนบชิดติดกับเธอ แต่เธอกลับไม่รู้สึกรังเกียจเลย
หนำซ้ำยังรู้สึกภาคภูมิใจที่เด็กคนนี้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบผมแหลมคมของจี้หราน “กลับมาทำไม? ยังเรียนไม่จบไม่ใช่เหรอ?”
“ผมคิดถึงบ้าน อีกอย่างมันเป็นวันเกิดคุณยายด้วย ผมก็เลยแวะมาหาพี่ พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ทำไมไม่ใช้วีแชตอันเก่าแล้วล่ะ ผมเลยต้องติดต่อหาพี่ผ่านพี่ซีจวี๋เลยเนี่ย” น้ำเสียงของจี้หรานเต็มไปด้วยความไม่พอใจ
“พี่กลับมาแล้วงานยุ่งมาก จำรหัสผ่านวีแชตไม่ได้ ก็เลยยังไม่ได้เพิ่มเพื่อนเธอ” ตามจริงแล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้คาดหวังว่าจะเจอจี้หรานอีก
แต่ตอนนี้พอเธอได้เห็นเด็กน้อยที่เธอเลี้ยงดูมาดูสบายดี เธอก็พึงพอใจมาก
“งั้นตอนนี้ก็เพิ่มเพื่อนผมเลยสิ” จี้หรานหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอย่างมีความสุขและรีบเพิ่มเพื่อน ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วบอกให้เขาสแกนบาร์โค้ด
จี้หรานเปิดประตูรถยนต์และให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปนั่งลง
จากนั้นจี้หรานก็ขึ้นไปนั่งในที่คนขับ
“ว่าแต่ทำไมเธอไปร่วมงานประมูลด้วยล่ะ? หรือว่ามีของที่อยากได้เหรอ?” หากลู่ซีจวี๋พูดถึงคนอื่น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะเข้าใจได้
แต่คนที่ลู่ซีจวี๋พูดถึงกลับเป็นจี้หราน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่แปลกใจ
จี้หรานไม่เข้าใจเรื่องภาพวาดพวกนี้จริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากจะเล่าว่าก่อนหน้านี้จี้หรานสับสนเรื่องวัฒนธรรมมากแค่ไหน
อาจเป็นเพราะว่าเขาอาศัยอยู่ในต่างประเทศมาตั้งแต่เด็ก
“เปล่า ผมไม่ได้อยากได้ภาพวาดอะไรหรอก แต่พี่ซีจวี๋น่ะสิ เขาข่มขู่ผมว่าถ้าผมไม่มาเข้าร่วมงานประมูล เขาจะไม่ให้วีแชตพี่ เขาบอกว่าอยากให้ผมเรียนรู้วัฒนธรรมในประเทศให้มากขึ้น” หลังจากพูดจบ จี้หรานก็มีสีหน้าเศร้าสร้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามกั้นขำ
“แต่ถ้าหลังจากนี้เธอจะกลับมาอยู่ที่ที่ เธอก็ต้องเรียนรู้เรื่องวัฒนธรรมให้มากกว่านี้”
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ผมคิดถึงพี่กับเสี่ยวเป่ามาก พรุ่งนี้พาผมไปหาเสี่ยวเป่าได้มั้ย?” จี้หรานชอบถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับ เสี่ยวเป่ามาก
เขาถูกแทงจนเกือบจะเสียชีวิตลงเงียบ ๆ
ถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่แบกเขากลับไปและดูแลเขาอย่างดี เขาก็คงจะตายอยู่ในต่างประเทศแล้ว
จี้หรานถือว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นผู้มีบุญคุณและญาติคนหนึ่ง
แต่เมื่อพูดถึงเสี่ยวเป่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มมีสีหน้าลังเลเล็กน้อย “จี้หราน ตอนนี้เสี่ยวเป่าอยู่โรงเรียนประจำแล้ว คงไปเจอเขาไม่ได้หรอก”
หากเธอพาจี้หรานไปหาเสี่ยวเป่า มู่อวี้เฉิงก็จะต้องรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน
เมื่อเป็นเช่นนั้น มู่อวี้เฉิงก็จะพรากเสี่ยวเป่าไป
เธอเป็นคนไร้อำนาจ แม้ว่าเธอจะประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน
แต่เธอก็ไม่มีกำลังสนับสนุนที่จะสามารถแข่งขันกับ มู่อวี้เฉิงได้
จี้หรานตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ยิ้มแล้วพูดว่า “งั้นไม่เป็นไร หลังจากนี้ผมยังอยู่ที่นี่อีกนาน เดี๋ยวค่อยเจอกันก็ได้”
“ได้ เอาไว้ค่อยหาเวลามาเจอกันนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มตอบรับ
เธอกลัวว่าแม้แต่เธอที่เป็นมารดาผู้ให้กำเนิดเสี่ยวเป่าจะไม่สามารถเจอหน้าเสี่ยวเป่าได้อีก
หากมู่อวี้เฉิงไปคบหากับเฉินจิ่วจิ่วจริง ๆ
ด้วยอุปนิสัยของคนในตระกูลมู่แล้ว
พวกเขาจะไม่มีวันให้เลือดเนื้อเชื้อไขของมู่อวี้เฉิงกระเด็นเซ็นซ่านออกไปอย่างแน่นอน
ได้แต่หวังว่ามู่อวี้เฉิงจะไม่ทำเกินไปกว่านี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเห็นความจริงอย่างชัดเจน
และนี่คือทั้งหมดที่เธอจะสามารถขอร้องได้
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว อารมณ์ไม่ดีเหรอ?” จี้หรานมองดูสีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวผ่านกระจก
ก่อนจะพูดถามอย่างระมัดระวัง
“ทำไมถามงี้ล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสัมผัสใบหน้า นี่เธอแสดงออกชัดเจนเกินไปเหรอ?
“อาจเป็นเพราะพวกเราสนิทกัน ผมถึงรู้สึกได้ว่าพี่กำลังอารมณ์ไม่ดี” จี้หรานรู้สึกอยู่ตลอดเวลาว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีสีหน้าเศร้าหมอง
มันแตกต่างจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เขาเคยเจอในต่างประเทศเมื่อตอนนั้น
แม้ว่าชีวิตของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าจะตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวัง
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังคิดในแง่ดีอยู่เสมอ
เธอเป็นเหมือนลำแสงอาทิตย์อันน้อย ๆ ที่ทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกอบอุ่น
ทว่าตอนนี้ดูเหมือนว่าออร่าบนร่างกายของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะระเหยออกไป
จนมันทำให้รู้สึกใจสลายอย่างมาก
“ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย เธอคิดมากไปแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฝืนยิ้มเบา ๆ
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับพี่จริง ๆ พี่ต้องบอกผมนะ เพราะถ้าผมปล่อยให้พี่เศร้า มันก็เหมือนกับว่าผมเนรคุณไม่ใช่เหรอ?” การที่จี้หรานกลับมาร่วมงานวันเกิดคุณย่าในครั้งนี้เป็นอีกจุดประสงค์หนึ่ง
จุดประสงค์หลักคือการกลับมาเยี่ยมถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าต่างหาก
พวกเขาคือคนที่ให้ความอบอุ่นแก่เขามากที่สุดในชีวิต
“พี่จะบอกเธอแน่นอน” แน่นอนว่าถึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดแบบนี้
แต่ในสายตาของเธอ จี้หรานก็ยังเป็นเด็กอยู่
เป็นเหมือนกับน้องชายคนหนึ่ง
จะปล่อยให้เขารู้เรื่องที่น่าลำบากใจได้อย่างไร?
นอกจากนี้เธอไม่อยากให้คนรอบตัวรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
เธอเสียใจคนเดียวก็มากพอแล้ว ทำไมจะต้องให้คนรอบข้างมาเสียใจกับเธอด้วยล่ะ?
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ตอนนี้ผมโตแล้ว ผมปกป้องพี่ได้ เลิกทำเหมือนว่าผมเป็นเด็กสักทีเถอะ” จี้หรานพูดออกมาอย่างไม่พอใจ
“ก็ได้ ๆ ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคล้อยตามอย่างตามใจ
แม้ว่าจี้หรานจะสูงกว่าเธอและมีโครงร่างที่ค่อนข้างใหญ่
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มองว่าเขาเป็นน้องชายที่ยังต้องดูแลเสมอ
เรื่องแบบนี้ไม่เกี่ยวกับความรักเลย บางทีมันอาจจะเป็นความเชื่อมโยงที่ทำให้พวกเขาสนิทสนมกับ
จี้หรานคิดว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้จริงจังกับคำพูดของเขาเลย ก่อนจะขับรถยนต์ออกไปด้วยความโกรธ
เมื่อมาถึงลานจอดรถ จี้หรานก็จอดรถ
จากนั้นจี้หรานก็เดินเข้าไปจับมือของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบพูดแก้ต่างว่า “แบบนี้ได้ยังไง พี่เป็นคู่ควงเธอนะ เธอต้องกางแขนออกสิ”
จี้หรานอยากจะจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่สุดท้ายเขาก็จำใจกางแขนออก
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ควงแขนจี้หราน