พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 684 ไอผู้ชายเฮงซวย
ตอนที่ 684
ไอผู้ชายเฮงซวย
มู่อวี้เฉิงถูกเฉินจิ่วจิ่วต้อนจนจนมุม
กลิ่นน้ำหอมอันฉุนกึกโชยเข้ามาในรูจมูกของเขา
เขาทำได้เพียงอดกลั้น พยายามไม่ผลักไสเฉินจิ่วจิ่วออกไป
มู่อวี้เฉิงไม่ได้พูดอะไร แต่เฉินจิ่วจิ่วกลับรู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงตอบตกลงโดยปริยายแล้ว
พวกเขายังไม่ได้ทำเรื่องราวต่าง ๆ ให้กระจ่างเลย
แต่กลับกลายเป็นว่ามู่อวี้เฉิงชอบช่วงเวลาแห่งความคลุมเครือนี้
ถ้าเขาชอบมันจริง ๆ เฉินจิ่วจิ่วก็ไม่ปฏิเสธที่จะเล่นด้วย
เฉินจิ่วจิ่วคิดว่าตนเองสามารถดึงดูดความสนใจของ มู่อวี้เฉิงได้แล้ว เธอจึงถอยกลับไปแล้วพูดว่า “พี่อวี้เฉิง ฉันขอโทษ ฉันแค่แหย่เล่น พี่คงไม่รังเกียจหรอกใช่มั้ย?”
มู่อวี้เฉิงแสดงสีหน้าผิดหวังในเวลาที่เหมาะเจาะ จากนั้นก็ส่ายหัวแล้วพูดว่า “ไม่หรอก พี่ไม่รังเกียจ”
“พี่อวี้เฉิง ฉันรู้ว่าพี่แสนดีที่สุด” เฉินจิ่วจิ่วคว้าแขน มู่อวี้เฉิงแล้วเดินตรงไปข้างหน้า
หลังจากเรื่องน่าขบขันจบลง การประมูลก็เริ่มต้นขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคุยกับจี้หรานตลอดเวลา
และบังเอิญว่ามีเพียงคนคนเดียวที่นั่งคั่นกลางระหว่างพวกเขากับเฉินจิ่วจิ่วและมู่อวี้เฉิง
ไม่รู้ว่าเฉินจิ่วจิ่วคุยอะไรกับคนคนนั้น คนคนนั้นถึงได้ยอมสลับที่นั่ง ทำให้เฉินจิ่วจิ่วย้ายมานั่งลงข้าง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จี้หรานคือผู้พิทักษ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขารู้ว่าเฉินจิ่วจิ่วจงใจอยากจะทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว อับอาย
แต่เขาจะไม่มีวันยอมให้เฉินจิ่วจิ่วกลายร่างเป็นสัตว์ประหลาด
จี้หรานดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นสลับที่นั่ง และเขาย้ายไปนั่งข้างเฉินจิ่วจิ่วแทน
เฉินจิ่วจิ่วรู้แล้วว่าจี้หรานปากร้ายขนาดไหน
เธอจึงไม่ได้พูดคุยอะไรกับจี้หราน และเพื่อไม่ให้ตัวเองโมโหมากไปกว่านี้ เธอจึงสงบปากสงบคำ
จากนั้นงานประมูลก็เริ่มต้นขึ้น
เฉินจิ่วจิ่วขอให้มู่อวี้เฉิงประมูลภาพวาดไปมากมาย
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับจี้หรานกลับไม่เคยยกมือเลย
ในขณะเดียวกัน จี้หรานโน้มตัวลงไปกระซิบกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ถ้าอยากได้อะไรก็บอกผมนะ ผมมีเงิน”
“ไม่ต้องห่วง ถึงตอนนั้นพี่ไม่เกรงใจเธอแน่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ค่อยสนใจงานประมูลประเภทนี้เท่าไหร่
ไม่มีอะไรที่เธอต้องการ
เป้าหมายของเธอคือภาพวาดของลู่ซีจวี๋เท่านั้น
มู่อวี้เฉิงทำได้เพียงเฝ้าดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับจี้หรานพูดคุยกันกะหนุงกะหนิงอยู่ด้านข้าง
พวกเขาดูเหมือนกับคู่รักคู่หนึ่ง
มู่อวี้เฉิงกำมือเข้าหากันแน่น
จนเบาะหนังของเก้าอี้มีรอยย่นยับยู่ยี่
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะผล็อยหลับไป ภาพวาดดังกล่าวก็ถูกนำออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกป้ายประมูลทันที
ลู่ซีจวี๋มอบการ์ดให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาด้วย
มีเงินจำนวนหนึ่งอยู่ในการ์ด ซึ่งเพียงพอกับภาพวาดรูปนี้
เฉินจิ่วจิ่วให้ความสนใจกับการเคลื่อนไหวของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอย่างมาก
แม้ว่าจะประมูลภาพวาดมาได้เยอะแล้ว แต่เธอก็ยังไม่พึงพอใจ
เธออยากจะใช้สามีของถงเหมี่ยวเหมี่ยวบดขยี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แบบนั้นสิเธอถึงจะมีความสุข
เมื่อเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกป้าย เฉินจิ่วจิ่วก็โน้มตัวเข้าไปหามู่อวี้เฉิง “พี่อวี้เฉิง ดูภาพวาดนั้นสิ สวยมาก ฉันอยากได้ พี่ช่วยประมูลให้จิ่วจิ่วหน่อยได้มั้ยคะ?”
เฉินจิ่วจิ่วพูดและมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างยั่วยุ มู่อวี้เฉิงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อยากได้ภาพวาดรูปนี้เช่นกัน
เขาจึงลังเลเล็กน้อย
ทุกอย่างที่เขาทำลงไปมันทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเศร้ามากพอแล้ว
หากเขาแย่งภาพวาดนี้มาจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว
หลังจากนี้เขายังจะสามารถอธิบายเรื่องทุกอย่างให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังได้จริง ๆ เหรอ?
มู่อวี้เฉิงคิดไม่ตก
จากนั้นเฉินจิ่วจิ่วก็พูดต่อว่า “พี่อวี้เฉิง เป็นอะไรไปคะ? ไม่อยากแข่งขันกับพี่สะใภ้เหรอ? ก็อย่างว่า ไม่ว่าจะยังไง พี่สะใภ้ก็ยังเป็นภรรยาของพี่ จิ่วจิ่วคงไม่สำคัญเท่าภรรยาพี่หรอก แต่ฉันชอบภาพวาดนี้มากจริง ๆ พี่อวี้เฉิงจะไม่ประมูลให้ฉันใช่มั้ย?”
เฉินจิ่วจิ่วแสร้งทำเป็นเสียใจมาก
เธอไม่เพียงแต่จะอยากได้ภาพวาดเท่านั้น แต่ยังอยากทดสอบทัศนคติของมู่อวี้เฉิงด้วย
แม้จะใช้เวลาด้วยกันมาบ้างแล้ว เฉินจิ่วจิ่วก็ยังไม่แน่ใจว่ามู่อวี้เฉิงรักถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรือไม่
คราวเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกหน้าผาในวันนั้น มู่อวี้เฉิงดูกังวลมากจนเหมือนกับว่าเขาไม่ได้เสแสร้ง
เขาจะตกหลุมรักคนอื่นในช่วงเวลาสั้น ๆ ได้อย่างไร?
เธอยอมรับว่าเธอพบปะผู้ชายมาหลายคนแล้ว
ผู้ชายก็เป็นแบบนี้ รู้แต่เรื่องช่วงล่างเท่านั้น
และเป็นปกติที่จะตกหลุมรักกัน
แต่สำหรับมู่อวี้เฉิง เธอยังคงต้องระมัดระวังให้มากขึ้น
หากในครั้งนี้มู่อวี้เฉิงยอมแข่งขันกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพื่อเธอ ก็พิสูจน์ได้ว่ามู่อวี้เฉิงกำลังสนใจเธอจริง ๆ
ไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงเต็มใจจะแข่งขันไหม
“ก็ได้ เดี๋ยวพี่ประมูลรูปให้” หลังจากพูดจบ มู่อวี้เฉิงก็ยกป้ายของตัวเองขึ้น
เฉินจิ่วจิ่วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
จากนี้ไม่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเพิ่มราคาเท่าไหร่ มู่อวี้เฉิงก็จะเพิ่มราคาตามไปด้วย
พวกเขาทั้งสองไล่ตามกันและแข่งขันอย่างดุเดือด
จนกระทั่งราคาเกินมูลค่าไปไกล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หยุดยกป้าย
เหมือนกับว่ากำลังทั้งหมดได้ถูกพรากไปเช่นกัน
นับตั้งแต่มู่อวี้เฉิงยกป้ายช่วยเฉินจิ่วจิ่ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้ว่าตนเองพ่ายแพ้อย่างสิ้นเชิง
ไม่มีประโยชน์ที่จะทำแบบนี้ต่อไป
ในงานเลี้ยงครั้งนี้ถือว่าเป็นการอธิบายทัศนคติของ มู่อวี้เฉิงด้วย
เขาเลือกเฉินจิ่วจิ่วใช่ไหม?
ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอจะหลอกลวงตัวเองไปทำไม
เมื่อเห็นว่าในที่สุดถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อยากได้ของบางอย่างแล้ว
จี้หรานอยากจะประมูลภาพวาดนี้ให้กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับหยุดเขาเอาไว้
ใครจะรู้ว่าสุดท้ายมันจะถูกปล้นไป
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว เสนอราคาต่อเลยสิ ผมมีเงิน ไม่ต้องกลัว!” เขาเป็นนายน้อยของตระกูลจี้และสามารถจ่ายได้หลายสิบล้าน
“ไม่ต้องหรอก พี่ไม่ได้อยากได้มันขนาดนั้น” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฝืนลุกขึ้นยืน
วันนี้เธอรู้สึกแย่มากจริง ๆ
หลังจากประมูลจบลง เฉินจิ่วจิ่วก็เอาภาพวาดที่มู่อวี้เฉิงประมูลให้เธอมาอวด “พี่สะใภ้ พี่อวี้เฉิงใจดีกับฉันมาก แค่ฉันบอกว่าอยากได้ พี่อวี้เฉิงก็รีบประมูลภาพนี้ให้ฉันทันที”
“เธอก็แค่ได้ของบางอย่างที่ฉันไม่ต้องการไป จะภูมิใจอะไรนักหนา?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองเฉินจิ่วจิ่วด้วยสีหน้าเย็นชา
“พี่สะใภ้ พี่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะคะ ภาพวาดนี้น่ะ เราได้มาจากกำลังของพวกเราเอง แฟนตัวน้อยของพี่ไม่มีตังเหรอคะ?” เฉินจิ่วจิ่วพูดและจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างดูถูก
“ไหนขอฉันดูหน่อยสิว่านังแม่มดอย่างเธอจะมีเงินสักแค่ไหนกันเชียว?” กล้าดียังไงมาบอกว่าคุณชายจี้ไม่มีเงิน
จี้หรานพับแขนเสื้อขึ้นและเตรียมจะเดินเข้าไป
เฉินจิ่วจิ่วรีบก้าวถอยหลังทันทีเมื่อเห็นว่าท่าทางของเขาดูก้าวร้าวขึ้น
“จี้หราน พอเถอะ ไปกันดีกว่า” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเฉินจิ่วจิ่วอย่างไม่แยแสและเรียกจี้หราน
จี้หรานเดินเข้าไปจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวทันที “พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ทำไมไม่ให้ผมสั่งสอนบทเรียนให้ยัยนั้นล่ะ? คนแบบนั้นสมควรได้รับบทเรียน!”
จี้หรานไม่ใช่คนโง่ เขาได้ยินเฉินจิ่วจิ่วเรียก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าพี่สะใภ้ และไหนจะชายที่อยู่ด้านข้าง เฉินจิ่วจิ่วอีก
เขาสามารถคาดเดาความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคนได้
ผู้ชายคนนั้นค่อนข้างหน้าตาดี
แต่ก็เป็นแค่ไอผู้ชายเฮงซวย!
กล้ามาหลอกพี่เหมี่ยวเหมี่ยวได้ยังไง
โลภมากไม่รู้จักพอ เขาจะสั่งสองบทเรียนให้ไอผู้ชายเฮงซวยคนนั้น!