พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 687 ทนไม่ไหว
ตอนที่ 687
ทนไม่ไหว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรินน้ำใส่แก้วแล้วส่งให้จี้หราน “หิวมั้ย?”
จี้หรานกุมท้องแล้วจ้องมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยท่าทางน่าสงสาร “หิวฮะ”
“อยากกินอะไรล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าไม่ว่าจี้หรานจะเป็นอย่างไร สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็คือนิสัยความเป็นนักชิมของเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูสีหน้าเขาแล้วตกอยู่ในภวังค์ เธอหวนนึกถึงสมัยที่พวกเขาอาศัยอยู่ในต่างประเทศ
ตอนนั้นจี้หรานยังเด็กมาก
เพียงพริบตาเด็กคนนี้ก็โตขึ้นมาแล้ว
ยิ่งโตมากเท่าไหร่ ช่องว่างระหว่างพวกเขาก็ยิ่งน้อยลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวนนึกถึงตอนที่รับเขามาดูแล ตอนนั้นจี้หรานยังแค่เด็กตัวกะเปี๊ยก
“อยากกินบะหมี่ ผมไม่ได้กินบะหมี่ที่พี่ทำมานานแล้ว” จี้หรานพูดแล้วเลียริมฝีปาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอาหารเก่งมาก
เพียงแต่ทักษะการทำบะหมี่ของเธอค่อนข้างเป็นเลิศที่สุด และฝีมือการกระทำอาหารของเธอก็เพียงพอที่จะเปิดร้านอาหารได้
จี้หรานไม่ได้กินบะหมี่ฝีมือเธอมานานมากแล้ว
เขาคิดถึงมันมาก
“ได้ เดี๋ยวพี่ไปต้มให้” ตอนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวย้ายกลับมา เธอได้แช่วัตถุดิบมากมายเอาไว้ในตู้เย็น
จึงมีวัตถุดิบเหลือเฟือสำหรับการทำอาหารจานใหญ่ ๆ ไม่ต้องพูดถึงบะหมี่แค่หนึ่งถ้วยเลย
หากไม่มีวัตถุดิบเพียงพอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงไม่ถาม จี้หรานว่าอยากกินอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินไปที่ห้องครัว
จี้หรานกวาดสายตามองรอบบ้านของเธอ
ในตอนนี้ไม่มีร่องรอยของคนอื่นในบ้านของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เขาจำนิสัยเล็ก ๆ น้อย ๆ ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้อย่างชัดเจน
เพียงแค่มองดูก็พอจะสรุปได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาศัยอยู่ที่นี่เพียงลำพัง
แต่ผู้ชายคนนั้นดูจะมาจากครอบครัวที่ร่ำรวย เสื้อผ้าของเขามีราคาแพงมาก
ทำไมไม่พาถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปอยู่ด้วยล่ะ?
หรือว่าพวกเขาสองคนจะไม่ได้มีความรู้สึกต่อกันและอยู่ด้วยกันเพราะเสี่ยวเป่าเท่านั้น?
ทว่าเมื่อนึกถึงรอยแดงบนลำคอของถงเหมี่ยวเหมี่ยว จี้หรานก็รู้สึกว่ามันน่าจะแตกต่างออกไป
จี้หรานรู้สึกว่าเรื่องดังกล่าวทำให้เขาสับสน
เขารู้สึกว่ามันสมองของเขาเริ่มไม่เพียงพอ
รอกินบะหมี่เสร็จก่อน เขาจะถามถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลย มันจะรบกวนการกินบะหมี่ของเขาเปล่า ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปรุงบะหมี่เสร็จอย่างรวดเร็ว
เธอทำบะหมี่ทั้งหมดสองชาม
และมอบชามที่เต็มไปด้วยวัตถุดิบต่าง ๆ ให้จี้หราน
ส่วนที่เหลืออีกเล็กน้อยนั้นเป็นของเธอ
เวลาต้องไปเข้าร่วมงานเลี้ยง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะไม่ค่อยกินอะไรมากนัก
เธอต้องการแสดงสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบและไม่ต้องการให้พุงยื่นออกมา
เธอติดนิสัยนี้ตั้งแต่อยู่ในต่างประเทศ
แม้ว่าตอนนี้จะไม่ต้องทำแบบนั้นแล้ว แต่เธอก็ยังติดมันจนเป็นนิสัย
หลายครั้งที่หลังจากงานเลี้ยงจบลง เธอหิวมากจนหน้ามืดตามัว
วันนี้ดันไปเจอเรื่องแบบนั้นมาอีก มันน่าหงุดหงิดมาก จริง ๆ
พวกเขาทั้งสองเพลิดเพลินกับการกินบะหมี่เงียบ ๆ
หลังจากกินเสร็จแล้ว จี้หรานก็เป็นฝ่ายอาสาล้างจาน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาด้วยสายตาหวาดระแวง
เธอกลัวว่าจี้หรานจะเผลอทำจานตกแตก
จากนั้นเธอก็เห็นว่าจี้หรานวางชามไว้ใต้ก๊อกน้ำและเตรียมจะล้างมัน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบก้าวเข้าไปหาแล้วพูดว่า “จี้หรานไปนั่งพักเถอะ เดี๋ยวพี่ล้างเอง”
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว พี่ทำบะหมี่ให้ผมแล้ว ผมก็ควรเป็นฝ่ายล้างจานสิ” จี้หรานพูดบอกอย่างมั่นใจ
“ไม่ เธอไม่รู้วิธีการล้างจาน เดี๋ยวจะเจ็บมือเอาเปล่า ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบชามออกจากมือเขา วางลงใต้ก๊อกน้ำและรีบล้างชาม
จากนั้นเธอก็นำชามไปใส่ตู้ฆ่าเชื้อ
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว พี่ดูถูกผมเกินไปแล้ว ผมอยู่ต่างประเทศมาตั้งนาน แค่ล้างจานจะทำไม่เป็นได้ยังไง?” จี้หรานพูดอย่างไม่พอใจ
แม้ว่าเขาจะไม่เคยล้างจานด้วยตัวเองมาก่อน แต่เขาก็เคยเห็นคนอื่นล้างจาน
เขาจะไม่รู้เรื่องง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไง?
เขาไม่ได้โง่เขลาเบาปัญญาสักหน่อย
“ก็ได้ เธอทำได้” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเช็ดมือแล้ววางผ้ากันเปื้อนไว้ที่ตำแหน่งเดิม
เธอเดินไปที่ห้องนั่งเล่นและนั่งลงบนโซฟา
เธอมักจะคุ้นเคยกับการกอดหมอนไว้ในอ้อมแขน
จี้หรานเดินไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว บอกผมมา ผู้ชายคนนั้นไม่ยอมให้สถานะพี่และปล่อยให้พี่อยู่ที่นี่ใช่มั้ย?” จี้หรานพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี
จี้หรานคิดว่าเธอเป็นเมียเก็บของมู่อวี้เฉิงใช่ไหม?
ก็ไม่เชิงจริง ๆ
ในความเป็นจริงถ้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังอยู่ในบ้าน ตระกูลมู่ เธอก็คงจะได้รับอภิสิทธิ์ของคุณหนูสะใภ้
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องการ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ จดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้และรู้สึกว่าความยากลำบากที่มู่อวี้เฉิงพูดถึงนั้นไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
แต่การที่มู่อวี้เฉิงปฏิเสธที่จะหย่าอย่างหัวชนฝานั้นก็สามารถยืนยันในจุดนี้ได้เช่นกัน
“จี้หราน เรื่องนี้มันซับซ้อนมากจริง ๆ หยุดคิดได้แล้ว พี่สบายดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะอธิบายเรื่องนี้ให้จี้หรานฟังอย่างไร
มันซับซ้อนมากจนเธอไม่สามารถอธิบายให้ตัวเองฟังได้ด้วยซ้ำ
“ถ้างั้นผู้ชายคนนี้ก็ขี้งกเกินไปแล้ว ภาพวาดที่เขาประมูลให้นังแรดคนนั้นซื้อคอนโดแบบนี้ได้อีกตั้งสิบห้อง เขาคิดยังไงกับพี่กันแน่? พี่เหมี่ยวเหมี่ยว พี่สวยขนาดนี้ เดี๋ยวผมจะแนะนำผู้ชายที่ดีกว่าหลายสิบพันเท่าให้พี่เอง!” จี้หรานพูดด้วยความโกรธ
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังมีเขาอยู่ในใจ
และดูเหมือนว่าเธอจะยอมทนทุกข์เพราะความรัก
“จี้หราน ไม่ต้องหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหมดหนทาง
ภายในสองวัน มีคนถึงสองคนอยากจะแนะนำผู้ชายใหม่ให้กับเธอ
พวกเขาอยากทำให้มู่อวี้เฉิงโกรธมากขนาดนั้นเลยเหรอ?
ถ้ามู่อวี้เฉิงรู้เข้า เขาจะต้องโมโหเป็นฟืนเป็นไฟแน่ ๆ
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ผู้ชายคนนั้นเล่นของใส่พี่หรือเปล่า? ทำไมพี่ถึงได้ปกป้องเขาขนาดนี้!” คนคนนั้นจะต้องใช้ถ้อยคำแสนหวานพูดหว่านล้อมถงเหมี่ยวเหมี่ยวแน่ ๆ
ไม่น่าใช่คนดีเลยจริง ๆ!
“จี้หราน ฟังนะ ไม่ว่ายังไงก็ตาม มันเป็นเรื่องของพี่ ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ เพราะงั้นเธอไม่ต้องกังวลไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลว่ามู่อวี้เฉิงจะระบายความโกรธใส่จี้หราน อย่างไม่เลือกหน้า
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ทำไมจะไม่เกี่ยวกับผมล่ะ? ใช่สิ ผมมันเป็นคนแปลกหน้าสำหรับพี่นี่” จี้หรานพูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นและดวงตาเริ่มแดงก่ำ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทนมองดูจี้หรานไม่ไหว
ท้ายที่สุดเธอไม่สามารถทำตัวโหดร้ายได้
เธอเดินเข้าไปลูบหัวนุ่ม ๆ ของจี้หราน “จี้หราน ปล่อยให้พี่คิดเรื่องนี้เองคนเดียวได้มั้ย? พี่ก็มีแผนการของพี่เหมือนกัน”
“ก็ได้ ผมจะไม่ยุ่งเรื่องของพี่ แต่อย่าเมินผมนะ” จี้หราน มองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยท่าทางเสียใจ
“เอาล่ะ เริ่มดึกแล้ว กลับบ้านก่อนเถอะ เดี๋ยวอีกสักสองวันพี่จะพาเธอไปเที่ยวรอบ ๆ เมืองเป่ย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่ จี้หรานแล้วพูดให้สัญญา
ท้ายที่สุดเขาก็เป็นเพียงเด็กน้อยคนหนึ่ง
คำพูดของเธอรุนแรงเกินไป
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ผมค้างที่นี่ไม่ได้เหรอ?” จี้หรานไม่ได้คิดอย่างอื่น เขาแค่อยากอยู่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ไม่ได้ จี้หราน ตอนนี้เธอโตแล้วนะ แล้วอีกอย่างพี่ก็อยู่ที่นี่คนเดียว แล้วให้เธออยู่คงจะไม่สะดวกเท่าไหร่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปฏิเสธคำขอร้องนี้โดยไม่ต้องคิด
เธอไม่สนใจเรื่องชื่อเสียง แต่จี้หรานนั้นแตกต่างออกไป
“แต่พี่เหมี่ยวเหมี่ยว พี่เป็นพี่สาวผมนะ” ดวงตาของ จี้หรานเต็มไปด้วยความครหา ราวกับจะบอกว่าเธอกล้าปฏิเสธเขาได้อย่างไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบือนหน้าหนีอย่างโหดร้าย “กลับบ้านเถอะ ขับรถดี ๆ ล่ะ”
จี้หรานเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้มองมาที่เขา เขาจึงจำใจก้มหน้าลง หันหลังกลับและเดินออกไป