พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 686 ลับลมคมใน
ตอนที่ 686
ลับลมคมใน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสภาพที่มีผ้าคลุมสีขาวบนไหล่
มันปกปิดแผ่นหลังที่เปลือยเปล่าอย่างสมบูรณ์แบบ และยังปกปิดรอยสีแดงสดและรอยคลุมเครือบนคออีกด้วย
จี้หรานเดินไปมาอยู่ในทางเดิน
เขารอไม่ไหวอีกต่อไปและตั้งใจจะเดินไปหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่จู่ ๆ เขาก็เห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ เดินออกมา
จี้หรานรีบเดินเข้าไปหา “พี่เหมี่ยวเหมี่ยว นี่ถ้าพี่ไม่ออกมา ผมกะจะเดินเข้าไปหาแล้วนะ”
แต่พอเดินเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็รู้สึกว่าเขากำลังตาฝาดไปหรือเปล่า ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าลิปสติกบนริมฝีปากของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเจือจางลง
ทว่าริมฝีปากกลับดูมีสีเข้มขึ้นมากและยังดูบวมเฉ่งเล็กน้อย
นอกจากนี้ยังมีร่องรอยอย่างอื่นอยู่ด้วย
“พี่มาแล้วนี่ไง ไปกันเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเร่งเร้า
เธอกลัวที่จะได้ยินคำถามหรือข้อสงสัยจากจี้หราน
ท้ายที่สุดพฤติกรรมที่เกิดขึ้นในห้องน้ำไม่เหมาะสมอย่างมาก และเธอก็ไม่รู้จักอธิบายอย่างไร
มู่อวี้เฉิงไม่ยอมปล่อยเธอจนกระทั่งเขาพึงพอใจ
หากเธอไม่บอกให้เขาหยุดก็เกรงว่าพฤติกรรมที่ไม่ควรเกิดขึ้นก็อาจจะเกิดขึ้น
นอกจากนี้พวกเขายังต้องหาข้ออ้างในการมาห้องน้ำ
ถ้ามู่อวี้เฉิงไม่มาหยุดเธอระหว่างทาง
ตอนนี้เธอก็คงจะไม่ถูกสงสัยหรอก
ไม่ว่าจะเป็นจี้หราน หรือเฉินจิ่วจิ่ว…
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ไม่มีอะไรจะพูดเหรอ?” จี้หรานมองออกทุกอย่าง
แม้ว่าเธอจะคลุมไหล่ด้วยผ้าคลุมสีขาว แต่เนื้อผ้าก็ยังโปร่งใสมาก
ดังนั้นเขาจึงเห็นร่องรอยชัดเจนบนลำคอของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จี้หรานอาจจะไม่เคยมีประสบการณ์ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยเห็นมันมาก่อนไหม?
ต่างประเทศค่อนข้างเปิดกว้าง ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่รู้
“พูดอะไร?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นสงบ แต่จริง ๆ แล้วเธอวิตกกังวลมาก
และเกิดภาพลวงตาว่าเธอกำลังนำพาสิ่งที่ไม่ดีมาสู่เด็กน้อย
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ไอบ้านั้นมันบีบบังคับพี่เหรอ? ผมจะไปจัดการมันให้” จี้หรานพูด พับแขนเสื้อและเตรียมจะเดินกลับเข้าไปในงานเลี้ยง
มู่อวี้เฉิงบอกว่าเขากำลังตกที่นั่งลำบาก ถ้าจี้หรานเข้าไปก่อเรื่องตอนนี้ เฉินจิ่วจิ่วก็จะรู้เรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างพวกเขา
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่รู้ว่ามันคือเรื่องอะไร แต่ มู่อวี้เฉิงทำตัวแปลกแยกไปจากเดิมขนาดนี้มันจะต้องไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ แน่นอน
เธอรีบคว้าจี้หรานเอาไว้แล้วพูดว่า “จี้หราน เดี๋ยวก่อน เดี๋ยวไปถึงรถแล้วพี่จะอธิบายให้เธอฟัง โอเคมั้ย?”
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ทำไมพี่ถึงปกป้องคนชั่วล่ะ? พี่ก็เห็นท่าทางมันแล้ว มันไม่ได้จริงจังอะไรกับพี่เลย!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคือคนสำคัญที่สุดในหัวใจของเขา
เขาจะยอมทนให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกรังแกได้อย่างไร
และไอเวรนั่น เขาไม่สามารถพูดถ้อยคำดี ๆ ถึงอีกฝ่ายได้เลย
ไอผู้ชายเฮงซวยกับผู้หญิงแรด ๆ นั่นเหมาะสมกันแล้ว
“จี้หราน พี่ไม่ได้จะปกป้องเขา แต่ต้องบอกว่าเรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อน เพราะงั้นถ้าหลังจากนี้พี่มีเวลาพี่จะอธิบายให้เธอฟังทุกอย่าง เธอคงไม่อยากเห็นพี่เดือดร้อนหรอกใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูจี้หรานด้วยสายตาอ้อนวอน
แน่นอนว่าท้ายที่สุดจี้หรานก็เลือกที่จะยอมอ่อนข้อ
เขาถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวลากไปที่ลานจอดรถ
จี้หรานยังคงอดไม่ไหวที่จะอยากเอาชนะมู่อวี้เฉิง
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ถึงพี่จะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ผมฟังไม่ได้ แต่พี่ก็น่าจะบอกผมได้ว่าผู้ชายคนนั้นหรือใครใช่มั้ย?” เขายังคงคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างคลุมเครือ
เขาอยากได้ยินคำยืนยันจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนวดขมับ “เขาคือพ่อแท้ ๆ ของ เสี่ยวเป่า”
“อะไรนะ?” จี้หรานเบิกตากว้าง “พวกพี่มีลูกด้วยกันแล้ว ไอเวรนั้นยังทำแบบนี้อีก ไม่น่ายกโทษให้มันเลย!”
“จี้หราน เขาไม่ใช่คนแบบนี้หรอก เขาใจดีกับพี่มาก พี่เชื่อในตัวเขา” ตราบใดที่มู่อวี้เฉิงเต็มใจจะอธิบาย เธอก็จะเชื่อเขา
มู่อวี้เฉิงเป็นคนวางตัวดีมาโดยตลอดและไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง
“พี่เหมี่ยวเหมี่ยว อย่าไปฟังมัน มันจะต้องโกหกพี่แน่ ๆ คำพูดของผู้ชายมันน่าเชื่อถือที่ไหน! มันก็แค่หาข้อแก้ตัวไปอยู่กับผู้หญิงคนอื่น ยังมีหน้ามาแตะต้องพี่อีก! ทีหลังถ้าเจอแบบนี้อีกผมจะตัดมือมันทิ้งซะ” ไม่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะอธิบายอย่างไร จี้หรานก็ไม่เชื่อ
ในความคิดเห็นของเขา ผู้ชายคนนั้นคือพ่อของเสี่ยวเป่า
ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะต้องรักผู้ชายคนนั้นมากแน่ ๆ
ถึงได้ยอมรับความอัปยศอดสูและเลือกที่จะประนีประนอมกับผู้ชายคนนั้น
“จี้หราน เธอไม่เชื่อการตัดสินใจของพี่เหรอ? พี่ไม่ใช่คนโง่นะ พี่มองออก” เหตุผลหลักคือมู่อวี้เฉิงดีกับเธอและเสี่ยวเป่ามาก
นอกจากนี้มู่อวี้เฉิงไม่ใช่คนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้เมื่อเห็นผู้หญิง
ถ้ามู่อวี้เฉิงคิดจะนอกใจจริง ๆ คงมีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยในเมืองเป่ยเข้ามาเสี่ยงโชค
แต่เขาไม่ได้เป็นแบบนั้น
เขาอยู่ในกฎเกณฑ์และใสสะอาดมานานหลายปี
นี่อาจเป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลือกเชื่อใจมู่อวี้เฉิง
“ผมไม่สนใจหรอก พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิดกันจริง ๆ ก็อย่าให้ผมเห็นหน้าไอผู้ชายคนนั้นอีก ไม่งั้นผมคงอดง้างมือต่อยมันไม่ได้!” จี้หรานโกรธที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงดื้อดึง
เขารู้สึกว่ามู่อวี้เฉิงกำลังหลอกลวงถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยท่าทางจอมปลอม
ผู้ชายคนนั้นกับนังแพศยานั่นสนิทสนมกันมาก แน่นอนว่าจะต้องมีเรื่องลับลมคมใน
เขามองออกทุกอย่าง แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังหลอกลวงตัวเอง
“ก็ได้ ถ้าเธอไม่อยากเจอก็ไม่ต้องเจอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกปวดหัวเมื่อต้องรับมือกับจี้หรานที่มีความเป็นเด็ก
จี้หรานมาส่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับบ้านด้วยความรู้สึกหงุดหงิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบีบแก้มจี้หรานแล้วพูดว่า “อย่าโมโหสิ อยากขึ้นไปนั่งพักข้างบนมั้ย?”
เมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดง้อ จี้หรานก็กอดอกอย่างเหิมเกริมและเอนตัวลงบนรถ “ผมไม่ไปที่ที่พี่กับผู้ชายคนนั้นอยู่หรอก แค่มองดูเขาผมก็อึดอัดจะตายแล้ว”
ตอนนี้จี้หรานไม่ชอบมู่อวี้เฉิงมากขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย
“นี่ไม่ใช่ที่ที่พี่กับเขาอยู่ มันคือบ้านของพี่ต่างหาก อยากขึ้นไปมั้ย หรือไม่ก็กลับบ้าน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขี้เกียจเกินจะตามใจเด็กคนนี้
“บ้าน บ้านของพี่เหรอ ผมอยากไป” จี้หรานค่อย ๆ พูดขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มและเดินนำทางจี้หราน
เมื่อมาถึงประตูบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยื่นรองเท้าแตะให้จี้หราน “ใส่สิ พอดีที่บ้านไม่มีคู่ใหม่น่ะ”
เธอไปอาศัยอยู่กับมู่อวี้เฉิงมาระยะหนึ่ง
เดิมทีเธอเคยมีรองเท้าแตะของมู่อวี้เฉิงอยู่ที่บ้าน
แต่หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวย้ายกลับเข้ามา เธอก็เก็บข้าวของออกไปให้พ้นตาและทิ้งของของเขาไปหมด
พอจี้หรานเข้ามา เธอก็พยายามหารองเท้าที่มีขนาดพอดีกับเขา
จี้หรานก้มมองรองเท้าลายสตรอว์เบอร์รี่สีชมพูอ่อนที่อยู่ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบาย “พี่เหมี่ยวเหมี่ยว ผมเป็นผู้ชายนะ จะให้ผมใส่มันเหรอ?”
แล้วเขาจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?
“ใส่ ๆ ไปเถอะ ดึกแล้วไม่มีเวลาไปหาซื้อรองเท้าใหม่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้
ท้ายที่สุดจี้หรานก็สวมรองเท้าลายสตรอว์เบอร์รี่ที่ขัดต่อความเป็นชายแท้ของเขา
เขาเหยียบย่ำรองเท้าบนพื้น
มันค่อนข้างนุ่มสบายเท้ามากทีเดียว
จี้หรานเดินเข้าไปดูเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านด้วยความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะเป็นแบบนี้ เธอตกแต่งบ้านออกมาได้อบอุ่นอยู่เสมอ
เหมือนกับตอนที่อยู่ต่างประเทศ
เธอมักจะให้ความรู้สึกอบอุ่นแบบนี้อยู่เสมอ
ไม่ว่าชีวิตจะลำบากแค่ไหน เธอก็จะเผชิญหน้ากับมันอย่างกล้าหาญ