พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 706 เธอจะใจอ่อนอีกไม่ได้
ตอนที่ 706
เธอจะใจอ่อนอีกไม่ได้
สิ่งที่ลู่ซีจวี๋ไม่คาดคิดถึงบันทึกเสียงสนทนาดังกล่าวถูกส่งไปยังโทรศัพท์มือถือของอินอวี่โหรวในคืนนั้นเช่นกัน
อินอวี่โหรวเห็นว่าคนที่ตั้งชื่อนิรนามส่งข้อความเสียงมาให้เธอ
เธอจึงเปิดมันด้วยความอยากรู้อยากเห็นและเสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาจากในนั้น
“พี่อยู่กับเขาเพราะแค่รู้สึกผิดน่ะ…”
เพราะแค่รู้สึกผิด…
อินอวี่โหรวร้องไห้จนน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม
ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมลู่ซีจวี๋ถึงทำดีกับเธอมากขนาดนี้
กลับกลายเป็นว่าเขาแค่รู้สึกผิด
คงเป็นเช่นเดียวกับที่ลู่ซีจวี๋พูด เขาทำทุกอย่างเพื่อเซเรน่า ชดใช้ตราบาปให้เซเรน่า เพียงเพราะเสียใจกับลูกที่ตายไปแล้ว
สำหรับเธอคงเป็นแค่ของเล่นแก้เบื่อของลู่ซีจวี๋เท่านั้น
เหตุผลที่เขายอมคุกเข่าลงต่อหน้าเธอก็เพื่อเซเรน่า
เธอยกโทษให้ลู่ซีจวี๋ เขาก็ยกโทษให้เซเรน่าเหมือนกัน
นึกไม่ถึงเลยว่าลู่ซีจวี๋จะมีความคิดแบบนี้
แค่ต้องการชดใช้เหรอ? แล้วมาขอเธอคบอีกทำไม?
แม้ว่าอินอวี่โหรวจะบอกตัวเองว่าต่อให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกครั้ง เธอก็จะปล่อยวางมันลงได้อย่างง่ายดาย
ทว่าน้ำตาที่พรั่งพรูออกมากลับเต็มไปด้วยความเสียใจ จนทำให้ร่างกายของเธอสั่นเทา
เธอจะต้องยุติความสัมพันธ์กับลู่ซีจวี๋
อินอวี่โหรวกุมหน้าออกและปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด
…
“อะไรนะ? เธอจะไปต่างประเทศเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูอินอวี่โหรวด้วยสายตาเหลือเชื่อ
อยู่ดี ๆ ทำไมอินอวี่โหรวถึงจะไปต่างประเทศได้ล่ะ?
หนำซ้ำยังบอกอีกว่าจะชวนเธอไปหา
เธอคิดว่าน่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น
“มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า? อวี่โหรว ใจเย็น ๆ ก่อนสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความกังวล
โดยปกติแล้วอินอวี่โหรวไม่ใช่คนใจร้อน
“ลองฟังเองแล้วกัน” อินอวี่โหรวกดเปิดบันทึกเสียงสนทนาและวางโทรศัพท์มือถือลงบนโต๊ะ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคุ้นเคยกับลู่ซีจวี๋เป็นอย่างดี หลังจากฟังจบเธอก็มั่นใจได้ว่าเสียงบนโทรศัพท์เป็นเสียงของลู่ซีจวี๋
แต่ทำไมลู่ซีจวี๋ถึงพูดออกมาแบบนั้นล่ะ?
“รุ่นพี่ไม่ได้บอกเธอเหรอว่าจะเดินทางไปเยี่ยมเซเรน่าที่ต่างประเทศ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว
“อืม ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงโกหกฉัน และคำพูดพวกนี้น่าจะเป็นเรื่องจริง เหมี่ยวเหมี่ยว ฉันอยากไปจากที่นี่แล้ว” คำทิ้งท้ายทำให้เธอใจสลาย
“แต่ถ้าเธอไป คุณปู่อินจะทำยังไง? ฉันว่าเรื่องนี้อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิดก็ได้ บางทีอาจจะมีเรื่องลึกเรื่องหลังซ่อนอยู่ปะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดปลอบใจเธอ
“ถึงมันจะมีเบื้องหลัง แต่เขาก็ไม่ควรโกหกฉัน พูดแบบนี้โดยไม่บอกฉันคงคิดว่าฉันจะไม่มีวันได้ยินสิท่า? ฉันจะชวนคุณปู่ไปกับฉันด้วย” อินอวี่โหรวซู้ดจมูก
ดูเหมือนว่าเธอได้ตัดสินใจครั้งสำคัญแล้ว
“อวี่โหรว รอให้รุ่นพี่กลับมาก่อนได้มั้ย?” เรื่องมันกลายมาถึงจุดนี้แล้ว และลู่ซีจวี๋ก็ไม่เคยเรียนรู้วิธีรักษาเลย
เธอไม่รู้จะพูดโน้มน้าวใจอย่างไร
“ฉันไม่อยากรอเขาแล้ว เหมี่ยวเหมี่ยว เธอน่าจะเข้าใจความรู้สึกของฉันใช่มั้ย?” อินอวี่โหรวสูดจมูกและดวงตาก็กลายเป็นสีแดงก่ำ
“ในเมื่อเธอตัดสินใจแล้วฉันก็จะไม่ห้าม ฉันจะเคารพการตัดสินใจของเธอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ
เธอยังจะพูดอะไรได้อีก?
ใครใช้ให้ลู่ซีจวี๋โกหกอินอวี่โหรวแล้วไปทำเรื่องพรรค์นี้ล่ะ
ทั้งที่ก็รู้ว่าอินอวี่โหรวใส่ใจกับการมีอยู่ของเซเรน่า เขาก็ยังไปเจอเซเรน่าและพูดประโยคที่คลุมเครือเหล่านี้อีก
มันทำให้อีกฝ่ายสงสัยอย่างมาก
“เหมี่ยวเหมี่ยว เอาไว้เดี๋ยวฉันกลับมาหานะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคือคนที่อินอวี่โหรวอาลัยอาวรณ์มากที่สุดในเมืองเป่ย
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เธอมาบอกลาถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อน จะออกเดินทาง
“อืม เธอไปอยู่ต่างประเทศแล้วต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะรู้มั้ย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่อินอวี่โหรว
จากนี้ไปเธอจะสูญเสียเพื่อนที่สามารถพูดคุยกันได้อย่างสนิทใจในเมืองเป่ยไปอีกคน แล้วเธอจะไม่เศร้าได้ยังไง?
“แต่เดี๋ยวฉันจะกลับมางานแต่งเธอแน่นอน” อินอวี่โหรวเดินเข้ามาสวมกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“อืม ฉันจะรอเธอกลับมานะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกอดตอบ
พวกเธอฝืนใจกล่าวอำลาและแยกจากกันด้วยความลังเล
ดวงตาแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงทั้งคู่
“กว่าจะสุขได้ก็ต้องเจออุปสรรคก่อนนั่นแหละ เดี๋ยวหลังจากนี้เธอก็จะได้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะพูดปลอบโยนอย่างไร
ทำได้แค่พูดปลอบเสียงแผ่ว
“อืม หวังว่าจะเป็นแบบนั้นนะ” อินอวี่โหรวสูดลมหายใจแล้วพยายามฝืนยิ้ม
อินอวี่โหรวอยู่ที่นี่ต่ออีกสองวัน แต่ระหว่างสองวันนั้นเธอไม่ได้กินหรือดื่มอะไรเลย และยังพยายามชักชวนผู้เฒ่าอินไปต่างประเทศ
คราวนี้เธอจริงจังมากและไม่ได้แสดงอารมณ์ฉุนเฉียว
ถ้าผู้เฒ่าอินไม่ไปกับเธอ เธอก็จะไม่ยอมกินข้าวกินปลาเลย
ผู้เฒ่าอินเดินวนอยู่หน้าห้องเธอด้วยความหงุดหงิด “อวี่โหรว ปู่ไม่ไปหรอก หลานจะขู่กันด้วยวิธีนี้ใช่มั้ย? งั้นก็ไปคนเดียวสิ จะมาถามปู่ทำไม?”
เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ ๆ อินอวี่โหรวถึงจะเดินทางไปต่างประเทศ
ไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้าและไม่มีแม้แต่คำอธิบาย
คราวนี้อินอวี่โหรวต้องการให้เขาเดินทางไปต่างประเทศด้วย และยังใช้วิธีการอดอาหารมาขมขู่เขา
ผู้เฒ่าอินคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในประเทศ เขาจึงไม่อยากเดินทางไปต่างประเทศ
หากเขาเดินทางไปต่างประเทศ ใครจะนั่งเล่นหมากรุกและตกปลากับเขา แค่คิดมันก็น่าเบื่อแล้ว
“คุณปู่ ร่างกายคุณปู่ไม่แข็งแรง ควรเดินทางไปตรวจสุขภาพที่ต่างประเทศเนิ่น ๆ จะได้พักฟื้นที่ต่างประเทศด้วยไงคะ” อินอวี่โหรวไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้ว
น้ำเสียงของเธอยังฟังดูอ่อนปวกเปียกเล็กน้อย
“หลานก็รู้ว่าปู่ไม่ชอบต่างประเทศไม่ใช่เหรอ? ทำไมยัง จะมาบีบบังคับให้ไปด้วยอีก?” ผู้เฒ่าอินแสดงสีหน้าบูดบึ้ง
“แต่คุณปู่ ถ้าคุณปู่อยู่นี่คนเดียวหนูก็เป็นห่วง ไปต่างประเทศจะได้ไปพักฟื้นด้วย ช่วงนี้ร่างกายคุณปู่แย่ ลงเรื่อย ๆ เลย นี่เพิ่งจะผ่านไปแค่ครึ่งปีเองนะคะ ไปตรวจดูก่อน ถ้าไม่เป็นอะไรก็ค่อยกลับมา ตกลงมั้ยคะ?” อินอวี่โหรวต้องการให้เวลาตัวเองทำใจครึ่งปี
เธอเชื่อว่าแค่ครึ่งปีก็เพียงพอแล้ว
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? ทำไมถึงรีบร้อนจะไปต่างประเทศ?” ผู้เฒ่าอินจ้องมองด้วยความสับสน
“คุณปู่ แค่คิดว่าหนูเอาแต่ใจก็พอค่ะ ไปต่างประเทศกับหนูเถอะนะ?” อินอวี่โหรวอ้อนวอนผู้เฒ่าอินด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
เมื่อมองดูหลานสาวที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็ก ผู้เฒ่าอินจะทำตัวใจแข็งใส่ได้อย่างไร?
“ก็ได้ ปู่จะไปอยู่ด้วยครึ่งปี แต่อีกครึ่งปีหลังจะต้องกลับมาที่นี่นะ” ผู้เฒ่าอินถอนหายใจ
อินอวี่โหรวดูอ่อนล้าขนาดนี้ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไร?
“ขอบคุณค่ะคุณปู่” อินอวี่โหรวถอนหายใจด้วยความ โล่งอกเมื่อเห็นว่าสุดท้ายผู้เฒ่าอินก็ยอมอ่อนข้อ
“ขอบคุณปู่ ขอบคุณปู่ทำไม? ถ้าไม่รีบไปกินข้าวจะมีแรงไปต่างประเทศมั้ย?” ผู้เฒ่าอินยังคงโมโหมากเมื่อมองดูท่าทางซังกะตายของอินอวี่โหรว
ให้อินอวี่โหรวออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ดี
มัวแต่ขลุกตัวอยู่ใต้ความดูแลของเขาแบบนี้ พอเกิดเรื่องทีไรก็วิ่งหนีปัญหาทุกที
เขาจึงคิดจะพาหลานสาวออกไปเที่ยวเล่นพักผ่อนหย่อนใจที่ต่างประเทศ
ขอเวลาแค่ครึ่งปีเท่านั้นแล้วเธอจะรีบกลับมา
จากนั้นพ่อบ้านก็นำโจ๊กมาเสิร์ฟให้อินอวี่โหรว
เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าอินตอบตกลง อินอวี่โหรวก็ไม่ได้เก็บตัวอีกต่อไปและนั่งกินโจ๊กเงียบ ๆ
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ใบหน้าของอินอวี่โหรวก็เริ่มมีสีสันขึ้น
พอไปต่างประเทศแล้ว เธอจะใจอ่อนอีกไม่ได้
เธอจะตัดขาดทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับลู่ซีจวี๋