พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 707 ให้โอกาสกันและกัน
ตอนที่ 707
ให้โอกาสกันและกัน
อินอวี่โหรวจากไปแล้ว เธอเดินทางออกไปโดยไม่บอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
กว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะได้รับข่าวสาร อินอวี่โหรวก็อยู่บนเครื่องบินแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเศร้าขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล
ขณะเดียวกันหลังจากจัดแจงเรื่องในต่างประเทศเสร็จแล้ว ลู่ซีจวี๋ก็รีบเดินทางกลับมาเซอร์ไพรส์อินอวี่โหรว
ทว่าเขากลับไม่สามารถติดต่ออินอวี่โหรวได้ไม่ว่าจะโทรหากี่สายก็ตาม
ลู่ซีจวี๋กำลังคิดข้อส่งความหาอินอวี่โหรวแต่กลับพบว่าเขาถูกบล็อก
ลู่ซีจวี๋ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นระหว่างที่เขาเดินทางไปต่างประเทศ
ในเมื่อทำอะไรไม่ถูก ลู่ซีจวี๋ก็รีบไปที่บ้านเก่าของตระกูลอิน แต่กลับพบว่าบ้านเก่านั้นว่างเปล่า
เจ้าของบ้านไม่อยู่แล้ว เหลือเพียงแค่ชายชราคนหนึ่งที่กำลังกวาดพื้น
ลู่ซีจวี๋ถามชายชราว่าอินอวี่โหรวกับผู้เฒ่าอินไปไหน แต่ชายชราเพิ่งได้รับการว่าจ้างมาใหม่และไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย
ลู่ซีจวี๋โมโหมาก
เขาคิดสงสัยว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับธุรกิจของตระกูลอินหรือเปล่า
แต่ถ้าเรื่องใหญ่ขนาดนั้น เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีข่าวหลุดออกมาเลย
เขาไม่ได้ยินข่าวอย่างว่าด้วยซ้ำ
ลู่ซีจวี๋เดินทางไปที่ตระกูลลู่และสอบถามกับผู้เฒ่าลู่ว่า “พวกตระกูลอินหายไปไหนกันหมดครับ? ผมซื้อชากลับมาจากต่างประเทศด้วย คิดว่าจะเอาให้คุณปู่อินสักหน่อย”
อันที่จริงแล้วไม่มีชาอะไรแบบนั้นหรอก
นี่เป็นเพียงข้ออ้างที่เขาใช้สอบถามสถานการณ์กับผู้เฒ่าลู่เท่านั้น
ไม่ว่าอย่างไรก็ตามผู้เฒ่าลู่กับผู้เฒ่าอินก็ยังมีสายสัมพันธ์กันอยู่บ้าง ก่อนจะจากไป พวกเขาน่าจะบอกอะไรผู้เฒ่าลู่สักนิด
“อวี่โหรวกับเฒ่าอินไปต่างประเทศแล้ว” ผู้เฒ่าลู่พูดอย่างใจเย็น
“ไปต่างประเทศ ประเทศไหน?” ลู่ซีจวี๋รีบลุกขึ้นจากเก้าอี้
ทำไมอินอวี่โหรวไม่บอกเขาว่าเธอจะไปต่างประเทศ?
เป็นไปไม่ได้
ก่อนเขาจะเดินทางออกไป พวกเขาไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย
ไม่มีเหตุผลที่อินอวี่โหรวจะต้องไม่บอกเขา
“แกมาถามหาอะไร? ตอนนี้แกมีคนรักแล้ว อวี่โหรวจะไปไหนมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับแก” ผู้เฒ่าลู่จ้องมองเขาด้วยสายตารังเกียจ
ไม่รู้ว่าทำไมลู่ซีจวี๋ถึงได้ตกอกตกใจขนาดนี้
ลู่ซีจวี๋พูดไม่ออกจริง ๆ ผู้เฒ่าลู่ไม่รู้ว่าคนรักของเขาก่อนหน้านี้ก็คืออินอวี่โหรว
ลู่ซีจวี๋รู้สึกปวดหัวอย่างมาก “คุณปู่ คุณปู่อินได้บอกมั้ยครับว่าไปไหน และอีกนานมั้ยกว่าจะกลับมา?”
“ไม่ได้บอก ปู่ก็ไม่ได้ถามด้วย อาจจะไปประเทศที่พ่อแม่ของอวี่โหรวอยู่ก็ได้” ผู้เฒ่าลู่แก่แล้วและเขาก็ไม่ได้แยแสกับความเป็นความตายมากนัก
เขาเพียงอยากจะใช้เวลากับเพื่อนเก่าที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก น่าเสียดายที่ผู้เฒ่าอินจากประเทศนี้ไปแล้ว
จากนี้ไปเขาคงต้องอยู่ที่นี่เพียงลำพัง
ชายชราไม่ได้พูดเรื่องนี้ออกไปและอารมณ์ที่ซ่อนอยู่ในใจนั้นยากยิ่งกว่าที่จะอธิบายออกมาเป็นคำพูด
“คุณปู่ ช่วยถามให้ผมหน่อยได้มั้ยครับ?” ตอนนี้ลู่ซีจวี๋ไม่สามารถติดต่อกับอินอวี่โหรวได้
ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้น
ผู้เฒ่าลู่น่าจะยังมีข้อมูลการติดต่อเหลืออยู่
เขาจึงฝากความหวังทั้งหมดไว้กับผู้เฒ่าลู่
“ฉันไม่ใช่นักตรวจสอบทะเบียนราษฎร์สักหน่อย ถามไปจะเกิดประโยชน์อะไร แต่ซีจวี๋ แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไง? พอเธออยู่ก็ไม่เคยคิดจะดูแล พอเธอไปก็หยุดนึกถึงไม่ได้ ถึงแกจะเป็นหลานชายของฉัน แต่ถ้าแกจะทำแบบนี้ฉันก็ไม่เห็นด้วย” ผู้เฒ่าลู่ตะคอกเบา ๆ
ลู่ซีจวี๋ไม่รู้จะพูดอะไรจริง ๆ
ความจริงคือความรักไม่ควรเป็นเช่นนี้
แต่ถ้าเขาพูดอธิบายมันก็คงดูเหมือนว่าเขากำลังพูดเล่น
ลู่ซีจวี๋จึงจำใจยอมแพ้
มีใครอีกบ้างที่สามารถติดต่ออินอวี่โหรวได้?
ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็แวบขึ้นมาในหัวของลู่ซีจวี๋
ใช่แล้ว ถ้าอินอวี่โหรวจากไป เธอจะต้องบอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแน่ ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะต้องรู้ว่าอินอวี่โหรวอยู่ที่ไหน
ลู่ซีจวี๋รีบเดินไปทางที่บริษัทด้วยผมเผ้ากระเซอะกระเซิง
เมื่อเห็นท่าทางรีบร้อนของลู่ซีจวี๋ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดาได้ว่าลู่ซีจวี๋จะต้องเข้ามาถามเกี่ยวกับอินอวี่โหรว
เธอก้มหน้าดูเอกสารแล้วแสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องอะไร “รุ่นพี่ มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“อวี่โหรวล่ะ? เธอรู้มั้ยว่าอวี่โหรวไปไหน?” ตอนนี้ดวงตาของลู่ซีจวี๋เป็นสีแดงและใบหน้าของเขาก็ดูเสียสติเล็กน้อย
“รุ่นพี่ ฉันจะไปรู้ได้ยังไงว่าอวี่โหรวอยู่ที่ไหน? พี่ก็พูดอะไรแปลก ๆ นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำหน้าไร้เดียงสา
“พี่รู้ว่าเธอรู้ว่าอวี่โหรวอยู่ไหน ได้โปรดบอกพี่หน่อยได้มั้ย?” ลู่ซีจวี๋พูดถามขณะที่น้ำเสียงของเขาเกือบจะสะอื้นไห้ออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอะไรไม่ถูก “รุ่นพี่ ถ้ารู้แล้วทำไมทำแบบนั้นล่ะ?”
“เธอหมายความว่ายังไง?” ลู่ซีจวี๋รู้สึกได้อย่างคลุมเครือว่ามีบางอย่างผิดปกติ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดบันทึกเสียงที่อินอวี่โหรวได้รับมาให้ลู่ซีจวี๋ฟัง
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ลู่ซีจวี๋ก็เปิดตากว้าง
อินอวี่โหรวรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร?
“มะ มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ฉันไม่ได้หมายความว่า อย่างนั้น” ลู่ซีจวี๋กังวลมากจนพูดตะกุกตะกัก
เขาพยายามทุกวิถีทางเพื่อปิดบังเรื่องนี้จากอินอวี่โหรว
แต่นึกไม่ถึงว่าอินอวี่โหรวจะรู้
“รุ่นพี่ ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าเซเรน่าไม่ใช่คนธรรมดา แต่พี่ไม่ฟังฉันเอง เซเรน่าให้คนบันทึกเสียงส่งมาใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ
“คุณตาบอกว่าเซเรน่ามีปัญหาทางจิต ให้ฉันช่วยไปดูหน่อยฉันก็ไป” ลู่ซีจวี๋แสดงสีหน้าเจ็บปวด
“เพราะงั้นพี่เลยยอมไปหาเซเรน่าเหรอ? แต่รุ่นพี่ ทำไมถึงไปโกหกอวี่โหรวล่ะ? พี่ก็รู้ว่าเธอคิดมากเรื่องพี่กับเซเรน่า ตอนนี้เธออ่อนไหวง่ายมากแต่พี่ก็ยังจะไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะตำหนิใครจริง ๆ
“ฉันโกหกเพราะกลัวว่าถ้าเธอรู้เธอจะโกรธ แต่ฉันไม่ได้ตั้งใจจะปิดบังเธอสักหน่อย” จากนั้นลู่ซีจวี๋ก็ตระหนักได้ว่าเขาถูกเซเรน่าหลอกลวงอีกครั้ง
ทว่าเซเรน่าแสดงออกเหมือนคนที่เสียสติไปแล้วจริง ๆ
เซเรน่าแสดงเก่งมาก
“ฉันเคยบอกพี่ไปแล้วว่าเซเรน่าไม่ใช่คนธรรมดา” มันไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรมากไปกว่านี้
“ถ้างั้นบอกฉันทีว่าอวี่โหรวอยู่ไหน แล้วเดี๋ยวฉันจะไปอธิบายให้เธอฟังเอง” ลู่ซีจวี๋มองตรงไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว สูดลมหายใจเข้าและพยายามสงบสติอารมณ์
“รุ่นพี่ ไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากบอกพี่ แต่พูดตามตรงฉันก็ไม่รู้ว่าอวี่โหรวอยู่ไหน เธอแค่บอกว่าจะพาคุณปู่อินไปรักษาตัวที่ต่างประเทศ ไม่ได้บอกว่าไปที่ไหนหรือจะกลับมาเมื่อไหร่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งก่อนจะพูดปกปิดความจริงว่าอินอวี่โหรวจะกลับมาร่วมงานแต่งงานของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวนนึกถึงครั้งสุดท้ายที่อินอวี่โหรวพูดกับเธอ
ตอนนี้เธอเข้าใจความกังวลของอินอวี่โหรวแล้ว
ปัญหาระหว่างเธอกับลู่ซีจวี๋มักจะมีเซเรน่าเข้ามาเกี่ยวข้องเสมอ และมันก็เป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้ไขได้
ตอนนี้จึงทำให้มันปะทุกว่าเก่า
นอกจากนี้ลู่ซีจวี๋ยังปิดบังอินอวี่โหรวอีก
แทนที่จะปล่อยให้พวกเขาอยู่ทรมานกันต่อ
สู่ปล่อยให้อินอวี่โหรวไปต่างประเทศดีกว่า พวกเขาควรไปสงบสติก่อนและรอคอยที่จะกลับมาพบกันใหม่ในอนาคต ถึงตอนนั้นค่อยให้โอกาสกันและกัน
ลู่ซีจวี๋รู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่จำเป็นต้องโกหกเขา
เขาจึงเดินออกจากห้องทำงานของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความเสียใจ