พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 710 คืนนี้เธอคงจะถูกลงโทษอีก
ตอนที่ 710
คืนนี้เธอคงจะถูกลงโทษอีก
“ปล่อยให้เขาออกกินข้างนอกนั่นแหละ ไม่ต้องลำบากหรอก” มู่อวี้เฉิงรั้งถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ ไม่อยากให้เธอออกไปข้างนอก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจิ้มปลายจมูกมู่อวี้เฉิง “วันนี้คุณเป็นอะไรไป? ไม่อยากให้ฉันออกไปข้างนอกเหรอ? หรือว่าคุณอิจฉา?”
เมื่อนึกขึ้นได้ว่าผู้ชายคนนี้ลงโทษเธอจนเกือบตายเพราะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มสงสัยว่ามู่อวี้เฉิงน่าจะหึง
“เปล่าสักหน่อย” มู่อวี้เฉิงจะไม่มีทางยอมรับว่าเขาอิจฉาฉินคั่ว
เขาไม่ต้องการให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอาหารให้คนอื่นนอกจากเขา
ทุกอย่างเกี่ยวกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องเป็นของเขา
“ทำไมคุณเอาแต่ใจแบบนี้? ฉินคั่วเป็นเพื่อนคุณนะ ฉันทำอาหารให้เขาเพราะเห็นแก่คุณ หยุดทำตัวไร้สาระแล้วนั่งรออยู่ที่บ้านซะ เดี๋ยวฉันรีบกลับมา” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตีมือเขาเบา ๆ แล้วเดินออกไป
กระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกไปแล้ว ความอ่อนโยนบนใบหน้าของมู่อวี้เฉิงก็จางหายไป เหลือเพียงความเย็นชาเท่านั้น
เมื่อเห็นว่าเขาเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วขนาดไหน ฉินคั่วก็เดาะลิ้น
นี่ยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?
“ไม่น่าใช่คุณมู่ปะ ทำไมติดแฟนขนาดนี้ล่ะ?” ฉินคั่วเลิกคิ้วขึ้นราวกับกำลังมองดูเรื่องที่น่าสนใจอยู่
“แกไม่มีใครให้ติดก็งี้แหละ” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างใจเย็น
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ใบหน้ายียวนของฉินคั่วก็แข็งทื่อ เขาจ้องมองมู่อวี้เฉิงด้วยดวงตาเบิกกว้าง “มู่อวี้เฉิง ช่วงนี้แกสังเกตตัวเองบ้างมั้ยว่าแกชักจะไปใหญ่แล้วนะ? พูดจาแบบนี้หาเมียได้ยังไง?”
“แทนที่จะมาห่วงเรื่องฉัน ห่วงเรื่องตัวเองเถอะ แก่จนป่านนี้แล้วยังไม่มีใครต้องการอีก” มู่อวี้เฉิงเยาะเย้ยอย่างไม่สบอารมณ์
“ไม่มีใครต้องการฉันเหรอ? ฉันไม่ต้องการมากกว่าปะ? ฉันอยากเป็นเหมือนพวกแกที่ต้องมานั่งทุกข์ทรมานจมปลักอยู่กับเรื่องความรัก” ฉินคั่วเคยชินกับอิสรภาพและไม่ชอบการผูกมัด
ความรักคืออะไร
ในโลกของเขา ผู้หญิงที่เข้ามาหาเขาล้วนมีจุดประสงค์
แค่ให้เงินก็พอแล้ว
คิดจะอยากมีความสัมพันธ์กับเขาเหรอ?
รอชาติหน้าเถอะ
เขาจะไม่เสียสละความเป็นตัวเองเพื่อใคร
“ฉินคั่ว แกไม่เคยคิดจะปักหลักเลยหรือไง?” มู่อวี้เฉิงรู้ดีว่าฉินคั่วไม่มีทางชอบใครง่าย ๆ
แต่ถ้าหากเขาอยู่เปล่าเปลี่ยวคนเดียวเป็นเวลานาน เขาก็อาจจะเหงา
ต้องให้มีคนอยู่เคียงข้างเท่านั้นถึงจะรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่ง
“ปักหลัก?” ฉินคั่วหัวเราะดังลั่นราวกับว่าเขาเพิ่งได้ยินเสียงตลก
“อวี้เฉิง แกคิดว่าคนอย่างฉันจะปักหลักได้เหรอ? การแต่งงานมันเหนื่อยมากนะ ฉันไม่อยากถูกผูกมัดไปตลอดชีวิตหรอก” มู่อวี้เฉิงเปลี่ยนไปมาก แต่เขายังไม่กล้าลอง
การอยู่คนเดียวนั้นยอดเยี่ยมจะตาย
เขาไม่ต้องการใครให้มาอยู่ด้วยหรอก
“ฉินคั่ว คิดตัดสินใจตอนนี้มันยังเร็วไป วันหนึ่งแกจะได้เจอกับคนที่เอาชนะใจแกได้” นี่คือสาเหตุที่มู่อวี้เฉิงมาลงเอยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
พวกเขาต่างมีความรู้สึกให้กัน
ทั้งหมดเป็นเพราะเธอ
เพียงมองแวบแรกก็รู้สึกถึงความรู้สึกที่แตกต่าง
“งั้นฉันก็จะรอจนกว่าวันที่จะได้เจอ” ฉินคั่วไม่ได้จริงจังกับเรื่องนี้มากนัก
แม้ว่าจะเจอกันแต่ก็คงจะต้องใช้เวลาอีกนาน
เขาไม่รีบร้อน
“งั้นก็รอก่อนเถอะ หวังว่าตอนนั้นแกจะไม่ต่างจากคำพูดฉันนะ” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างเย็นชา
ฉินคั่วดูถูกเขานักใช่ไหม?
เดี๋ยวหลังจากนี้ฉินคั่วจะเข้าใจความรู้สึกนี้เอง
“ไม่มีทาง แกไม่ต้องคิดเลย ฉันเป็นใครเป็นนายน้อย ใครจะมาผูกมัดฉันได้? คนพวกนั้นก็แค่เล่น ๆ ไม่ได้จริงจังหรอก” ฉินคั่วยักไหล่และแทะเมล็ดแตงโมอย่างไม่ใส่ใจนัก
“ได้ ฉันจะรอดู” มู่อวี้เฉิงไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของเขาเช่นกัน
คนเราจะเข้าใจเรื่องแบบนี้ได้ก็ต่อเมื่อเจอกับตัว
ในสายตาของฉินคั่วไม่มีสิ่งที่เรียกว่าความรักเลย
ทว่านี่ยังหมายถึงฉินคั่วประสบความล้มเหลวอย่างยิ่งใหญ่ในความสัมพันธ์ของเขาเช่นกัน
แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะเผลอเข้าใจผิดจนทำเรื่องน่าอับอายกับอินอวี่โหรว แต่มันก็พิสูจน์ได้ว่าฉินคั่วยังมีความรู้สึกอยู่
ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่เคยรู้สึกถึงความรัก เพียงคิดว่าไม่จำเป็นต้องทำเรื่องไร้สาระใด ๆ ในโลกนี้
กระทั่งเขาได้เจอกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็เข้าใจ
ปรากฏว่าโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่มีคุณค่าที่เงินตราไม่สามารถซื้อได้เหลืออยู่
ฉินคั่วจะได้แต่งงานมีลูกเหมือนกัน
เพียงแต่ตอนนี้เขายังคิดไม่ได้
ขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไปซื้อของกลับมา
“ดึกมากแล้ว ฉันเลยว่าจะทำเมนูง่าย ๆ แล้วกันนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพบว่ามันดึกมากแล้วและแทบจะไม่มีวัตถุดิบสดใหม่หลงเหลืออยู่เลย
เธอซื้อมาแค่บางส่วนเท่านั้น
แต่เนื่องจากซื้อมาแค่บางส่วนจึงทำให้ไม่สามารถปรุงอาหารอลังการงานสร้างได้
“ไม่เป็นไรพี่สะใภ้ เอาที่พี่อยากทำเลย ผมกินได้หมด” ฉินคั่วรีบพูดตอบ
เขารู้สึกละอายใจที่ขอร้องให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอาหาร
หากเขาเรียกร้องอะไรเพิ่มเติมก็เกรงว่ามู่อวี้เฉิงจะฆ่าเขา
“อืม” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินถือวัตถุดิบเข้าไป
มู่อวี้เฉิงเดินตามเธอเข้าไปในห้องครัว “เดี๋ยวผมช่วยล้าง”
“นิดเดียวเอง ฉันทำเองได้ อวี้เฉิง คุณไปอยู่กับฉินคั่วเถอะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีทักษะการทำอาหารมายาวนาน ดังนั้นเธอจึงไม่ใช่มือใหม่ที่ไร้ประโยชน์
ไม่จำเป็นต้องร้องขอความช่วยเหลือจากมู่อวี้เฉิง
“เขาอยู่คนเดียวได้ ไม่ต้องห่วงหรอก เขาไม่ใช่เด็กแล้ว ผมช่วยคุณจะได้เสร็จไวขึ้น คุณเหนื่อยยังไม่พออีกเหรอ?” มู่อวี้เฉิงพูดแล้วเริ่มล้างผัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดแล้วตระหนักได้ว่าสองคนช่วยกันน่าจะเร็วกว่า ฉินคั่วจะได้กินข้าวเร็วขึ้นกว่านี้อีกหน่อย เธอจึงไม่ได้พูดไล่มู่อวี้เฉิงออกไปอีก
ทั้งสองทำอาหารเสร็จอย่างรวดเร็ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอาหารสี่จานและซุปอีกหนึ่งถ้วย ซึ่งมีปริมาณเพียงพอสำหรับสามคน
เมนูทั้งหมดนี้คือเมนูอาหารที่สามารถทำง่าย ๆ ได้ที่บ้าน
เนื่องจากเวลามีจำกัด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้ทำอย่างอื่นเพิ่มเติม
เมื่อมองดูอาหารที่ส่งกลิ่นหอมโชยออกมาบนโต๊ะอาหาร ฉินคั่วก็เดินเข้ามาพูดทันทีว่า “ว้าว พี่สะใภ้ สมคำล่ำลือจริง ๆ พวกพี่สองคนทำอาหารเก่งกันขนาดนี้จะเรียกว่าพรสวรรค์ได้ปะ?”
ฉินคั่วมองดูแล้วพบว่าอาหารของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้มีแค่กลิ่นหอมเท่านั้น แต่ยังจัดจานออกมาได้สวยงาม
ไม่ต่างจากอาหารในภัตตาคารโรงแรมเลย
“ขอบใจนะ ฉันแค่ทำจานง่าย ๆ น่ะ คุณก็ลองชิมดูสิคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเขินอายเล็กน้อยหลังจากได้รับคำชม
“แบบนี้จะเรียกว่าง่าย ๆ ได้ยังไง? หลังจากนี้ผมจะหาภรรยาที่อ่อนโยนแบบพี่สะใภ้ให้ได้เลย” ฉินคั่วก้มหน้ากินอาหารในชามด้วยความเอร็ดอร่อยจนแทบอยากจะกลืนลิ้นลงไปด้วย
อาหารทำให้เขามีความสุขอย่างท่วมท้น
“กินข้าวแล้วหยุดพูดไร้สาระซะ” มู่อวี้เฉิงพูดขณะที่เส้นเลือดบนหน้าผากเริ่มปูดโปนออกมา
พูดแบบนี้หมายความว่าจะแย่งภรรยาเขาหรือไง?
เขารู้ว่าฉินคั่วไม่ใช่คนดี เขาไม่ควรปล่อยให้ฉินคั่วเข้ามา
“พี่สะใภ้ คุณใจดีมาก” ฉินคั่วสูดจมูกราวกับเขากำลังซาบซึ้งจนแทบร้องไห้
“รีบกินเถอะ ไม่งั้นมันเย็นชืดแล้วจะไม่อร่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากก่อนจะมองดูฉินคั่วแล้วหัวเราะเบา ๆ
เธอรู้สึกว่าความอิจฉาของใครบางคนกำลังก่อตัวเป็นรูปเป็นร่างและส่งต่อมาที่เธอ
หากไม่ห้ามปรามเอาไว้ คืนนี้เธอคงจะถูกลงโทษอีก