พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 711 แกยังเป็นคนอยู่มั้ย?
ตอนที่ 711
แกยังเป็นคนอยู่มั้ย?
จนกระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูด ฉินคั่วก็หยุดส่งเสียงดังและนั่งกินเงียบ ๆ
หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว ฉินคั่วก็บอกว่าเขาต้องการอยู่ต่อที่นี่
มันดึกมากแล้วและเขาไม่ต้องการออกไปหานอนโรงแรม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงจัดเตรียมห้องพักรับแขกให้เขา
กระทั่งฉินคั่วเดินเข้าไปในห้องพัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็นวดคลำเอวที่ปวดร้าวและเดินเข้าไปในห้องนอน
มู่อวี้เฉิงมองดูเธอด้วยความทุกข์ใจ
“ก็แค่ปล่อยให้เขาออกไปหาข้าวกินเอง คุณจะมานั่งทำให้มันทำไม?” มู่อวี้เฉิงนวดไหล่ให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“เขาเป็นเพื่อนคุณและตอนที่อยู่เมืองหนานเขาก็ช่วยเรามามาก อวี้เฉิง ต่อให้คุณจะสนิทกับเขา แต่คุณจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดกระซิบ
เธอจึงต้องออกแรงใช้พลังงานชดเชยข้อบกพร่องของมู่อวี้เฉิง
ทุกคนย่อมมีข้อบกพร่องไม่มากก็น้อย
มู่อวี้เฉิงอาจจะเป็นคนไม่ค่อยสบอารมณ์แต่เขาไม่ใช่คนไม่ดี
แม้ฉินคั่วจะเข้าใจแต่การทำแบบนี้มันไม่ดีเลย
“คุณก็อย่าเข้มงวดนักสิ คุณก็รู้ว่าเขาเป็นเพื่อน ดูแลกันตามปกติก็พอ” มู่อวี้เฉิงรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังอบรมสั่งสอนเขาอยู่
เขาไม่ปฏิเสธและพยายามทำตามคำบอกของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ขอแค่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสุขก็พอแล้ว
“คุณบอกเองว่าดูแลกันตามปกติก็พอ แต่คุณจะไม่ยอมให้ฉันทำอาหารหาห้องพักให้เขาด้วยซ้ำ ฉันก็ทำแบบเป็นกันเอง แต่คุณนั่นแหละต้องเปลี่ยนนิสัยขี้อิจฉาสักที” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกอดคอเขาโดยที่ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่ออีก
“ผมไม่อยากเห็นคุณยิ้มให้คนอื่น รวมถึงเพื่อนของผมด้วย” มู่อวี้เฉิงอยากจะซ่อนถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้
ขังเอาไว้ในบ้าน ไม่ให้ใครเห็น
“คุณเอาแต่ใจมากเกินไปแล้ว ฉันก็ยิ้มให้พวกกู้ชิง อวี่โหรว เหมือนกัน ไม่เห็นคุณจะพูดแบบนี้เลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างไม่สบอารมณ์
“อันนั้นมันไม่เหมือนกัน” มู่อวี้เฉิงเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มอารมณ์เสีย เขาจึงซุกไซ้ซอกคอเธอแล้วพูดอู้อี้
“คุณหมายความว่าถ้าเป็นเพศตรงข้ามคือยิ้มไม่ได้เลยใช่มั้ย? มู่อวี้เฉิง ฉันเป็นคนนะไม่ใช่ของเล่น ทำไมคุณถึงเอาแต่เรียกร้องกับฉันขนาดนี้?” แค่เข้ากันได้มันคงยังไม่พอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าความสำคัญของการมีกันและกันมันคืออะไร
“ผมแค่กลัวว่าจะมีคนมาแย่งคุณไป” เขารัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาก
ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าทำตัวประมาทกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“คุณไม่เชื่อใจฉันบ้างเลยเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับมามองหน้ามู่อวี้เฉิงด้วยสายตาจริงจัง
“ผมไม่ได้ไม่เชื่อใจคุณ…”
“นี่คือสัญญาณของการไม่ไว้วางใจของคุณ ในสายตาคุณ ฉันเป็นผู้หญิงหลายใจเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโมโหเขามากเช่นกัน
เขาคิดว่าเธอเป็นคนยังไง?
“เหมี่ยวเหมี่ยว ผมไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ผมพูดผิดเอง อย่าโกรธเลยนะ ผมผิดเอง” มู่อวี้เฉิงรีบขอโทษ
ความคิดอันมืดมนทั้งหมดควรจะซ่อนตัวอยู่ในหัวใจของเขา ไม่ควรมีใครรู้เกี่ยวกับมัน
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ความคิดที่แท้จริงของเขา เธออาจจะปลีกตัวห่างจากเขาได้ใช่ไหม?
“ช่างเถอะ ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว ฉันเหนื่อย อยากนอน” พูดจบถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ห่มผ้าห่มและม้วนตัวอยู่ในผ้าห่มราวกับลูกบอล
ไม่ให้มู่อวี้เฉิงเห็นหน้าเธอด้วย
มู่อวี้เฉิงรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจทำแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธอยู่ เขาจึงไม่ได้สร้างปัญหาอะไรอีก
“ฝันดี” เขาพูดกระซิบแล้วมองดูผ้าห่ม ก่อนจะกอด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและผล็อยหลับไป
มู่อวี้เฉิงตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและพบว่าเตียงว่างเปล่า
เขากลัวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะหนีหายไป เขาจึงรีบลุกขึ้นจากเตียงทันที
กลับกลายเป็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังทำอาหารเช้าอยู่ในห้องครัว
ฉินคั่วเดินขยี้ตาออกมาและเห็นท่าทางวิตกกังวลชองมู่อวี้เฉิง
“เกิดอะไรขึ้นแต่เช้า? มีเรื่องอะไรเหรอ?” ฉินคั่วยืนพิงกำแพงราวกับว่าเขากำลังสะลึมสะลือยังไม่ตื่นดี
“ไม่มีอะไร” มู่อวี้เฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังอยู่ที่นี่
“ตื่นกันแล้วเหรอ? ล้างหน้าอาบน้ำแล้วมากินข้าวสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
การทะเลาะกันเมื่อคืนนี้ได้รับการปฏิบัติราวกับว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดพิจารณาว่าคนสองคนอยู่ด้วยกันก็ย่อมเกิดการขัดแย้งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ชีวิตของมู่อวี้เฉิงไม่เคยมีขวากหนามและถูกรายล้อมไปด้วยคนประจบสอพลอ
ดังนั้นเขาจึงหลีกเลี่ยงการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างแรงกล้าไม่ได้
มู่อวี้เฉิงสามารถควบคุมตัวเองได้เป็นอย่างดีและไม่เคยติดต่อกับผู้หญิงคนอื่น
หากถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเช่นนั้น เธอก็คงจะรู้สึกไม่สบายมากแน่
เมื่อเอาใจเขามาใส่ใจเรา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดว่าเธอควรจะพยายามทำความเข้าใจมู่อวี้เฉิงด้วย
แค่ต้องยับยั้งตัวเองหน่อย
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้สึกว่าการทำแบบนี้ไม่มีอะไรเลย
แต่ในเมื่อมันทำให้มู่อวี้เฉิงไม่สบายใจ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จะต้องแก้ไข
หลังจากทำอาหารเสร็จแล้ว เธอก็นำอาหารมาวางเสิร์ฟไว้สามตำแหน่ง
เมื่อเขาลุกขึ้นมาเขาก็ได้กลิ่นอาหารเช้าอันหอมกรุ่น จึงทำให้ฉินคั่วแทบจะน้ำลายไหลทันที
เขารีบเดินไปที่โต๊ะอาหารแล้วพูดว่า “พี่สะใภ้ ตื่นเข้ามาอาหารแต่เช้าเลยเหรอ? ทำไมขยันขนาดนี้เนี่ย?”
“กินไปซะอย่ามัวแต่พูด” มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเขาเบา ๆ
ฉินคั่วมีถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นผู้สนับสนุน เขาจึงไม่กลัวมู่อวี้เฉิง
เขาถอนหายใจ “ก็ต้องกินอยู่แล้วสิ จะให้ฉันเมินการทำงานหนักของพี่สะใภ้ได้ยังไง?”
เขาพูดและก้มหน้ากินโจ๊กเต็มปากเต็มคำ
ตั้งแต่ฉินคั่วมาที่บ้านของมู่อวี้เฉิง เขาค้นพบว่าชีวิตดูแตกต่างไปจากเดิมมาก
เขารู้สึกว่าชีวิตแบบนี้ดีมากและค่อนข้างเหนือความคาดหมาย
โดยปกติเวลาที่เขาตื่นขึ้นมา บ้านของเขาจะว่างเปล่า และมีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น
เวลาปวดหัวจากอาการเมาค้างก็ทำได้แค่สั่งอาหารจากข้างนอก
นานแล้วที่เขาไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่เพื่อกินอาหาร ร้อน ๆ แบบนี้
บางทีถ้าเขาเจอคนใส่ใจอย่างถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็อาจจะตกหลุมรักได้อย่างรวดเร็ว
น่าเสียดายที่ผู้หญิงดี ๆ มักจะถูกฉกแย่งชิงเอาไปก่อน
ทำไมไม่มาเจอะเจอกับเขาบ้างนะ?
มู่อวี้เฉิงเฝ้าดูฉินคั่วถอนหายใจและขมวดคิ้วอยู่พักหนึ่ง ไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ทั้งสามคนนั่งกินข้าวเช้ากันเงียบ ๆ
จนกระทั่งถึงเวลาไปทำงาน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไป
มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาโอบเอวถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ให้ผมไปส่งมั้ย?”
เวลามีคนนอกอยู่ด้วย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะเผลอผลักมู่อวี้เฉิงออกไปโดยไม่รู้ตัว
แต่เมื่อนึกถึงการทะเลาะกันเมื่อคืนนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หยุดผลักไสและเริ่มเปลี่ยนแปลงนิสัยให้เหมาะสมกับทัศนคติของพวกเขา
ดังนั้นแทนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะผลักไสออก เธอตบมือมู่อวี้เฉิงเบา ๆ แล้วพูดว่า “ฉันก็ออกไปทำงานคนเดียวทุกวันอยู่แล้ว ไม่เป็นไรหรอก อีกอย่างคุณจะสายด้วยไม่ใช่เหรอ? ส่วนเรื่องอื่นเอาไว้เลิกงานแล้วค่อยมาคุยกันนะ”
มู่อวี้เฉิงยืนสกัดกั้นฉินคั่วเอาไว้ทางด้านหลังและก้มลงไปจูบติ่งหูของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “อย่าลืมคิดถึงผมนะ วันนี้ผมน่า จะอยู่กับฉินคั่วทั้งวัน แล้วจะรอคุณกลับมา”
“งั้นก็ขอให้สนุกล่ะ ฉันไปก่อนนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผลักเขาออก มู่อวี้เฉิงจึงปล่อยมือออกเช่นกัน
ฉินคั่วมองดูท่าทางน่าพะอืดพะอมของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงแล้วรู้สึกปวดฟัน “นี่ มู่อวี้เฉิง มันไม่ได้ปะ ถึงแก จะประชดประชันฉันเป็นเรื่องปกติ แต่มาแสดงความรักต่อหน้าฉันแบบนี้ แกยังเป็นคนอยู่มั้ย?”