พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 713 ทำอะไรไม่ถูก
ตอนที่ 713
ทำอะไรไม่ถูก
“ฮะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน หมายความว่ายังไง?
เธอยังไม่ได้พูดอะไรเลย
“อวี่โหรวบอกเธอว่าจะกลับมาใช่มั้ย?” ดวงตาของลู่ซีจวี๋เป็นประกายราวกับว่าเขามีความหวัง
“เธอ…”
“วันนั้นฉันไปประเทศGมา เกือบจะบีบคอเซเรน่าตายคาคุกแล้ว ฉันเข้าใจแล้วว่าพอไม่มีอวี่โหรวอยู่ คนอื่นก็ไม่สำคัญอะไรอีก” ความรักที่เขามีให้เซเรน่าหมดสิ้นลงแล้ว นับตั้งแต่ที่เซเรน่าทำร้ายเขาครั้งแล้วครั้งเล่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ
นึกไม่ถึงว่าลู่ซีจวี๋จะทำแบบนี้
คราวนี้เซเรน่าทำให้ลู่ซีจวี๋โกรธเคืองมากจริง ๆ ใช่ไหม?
หลังจากหลอกลวงให้ลู่ซีจวี๋พูดแบบนั้นเรื่องก็ผ่านมานานแล้ว แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงนับถือแผนการของเซเรน่า
แม้จะสงบปากสงบคำแต่ก็ยังทำให้ทุกคนอยู่ภายใต้การควบคุมได้ กระทั่งผู้เฒ่าสตีเฟนก็ไม่เว้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอ้าปากแต่ไม่รู้จะพูดอะไร
ในที่สุดเธอก็พูดออกไปว่า “รุ่นพี่ ในฐานะเพื่อนของ อวี่โหรว ฉันพูดอะไรมากไม่ได้หรอก ฉันสัญญากับเธอเอาไว้แล้ว บอกได้แค่ว่าอวี่โหรวจะกลับมา ส่วนจะกลับมาเมื่อไหร่… ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงกังวลเกี่ยวกับเรื่องของอินอวี่โหรวกับลู่ซีจวี๋อยู่มาก
และนี่คือทั้งหมดที่เธอสามารถช่วยลู่ซีจวี๋ได้
“ไม่เป็นไร พูดแค่นี้ก็พอแล้ว เธอจะกลับมา งั้นพี่ก็ยินดีรอจนกว่าเธอจะกลับมา” ลู่ซีจวี๋ยิ้มทั้งที่น้ำตาเริ่มเอ่อล้นออกมาจากหางตา
ไม่รู้ว่าเขาร้องไห้เพราะเสียใจหรือดีใจกันแน่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถเมินเฉยต่อเรื่องระหว่างพวกเขาได้
หลังจากพูดคุยกับลู่ซีจวี๋ต่ออีกสักพัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับมาที่ห้องทำงาน
เธอนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าว่างเปล่า ในที่สุดเธอก็เปิดอีเมล แก้ไขย่อหน้าแรกและส่งไปให้อินอวี่โหรว
เธอคิดลังเลอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ช่วยลู่ซีจวี๋อธิบาย
หากอินอวี่โหรวรู้ความจริงและต่อให้เธอไม่ต้องการกลับมา แต่อย่างน้อยเธอก็จะรู้สึกดีขึ้น
อีเมลที่เธอส่งออกไปนั้นเหมือนกับทะเลเดดซี ไม่มีการตอบกลับและไม่มีสัญญาบ่งชี้ว่าผู้รับได้รับแล้ว
ราวกับอินอวี่โหรวได้หายไปจากโลกใบนี้ ซึ่งทำให้เธอกังวลมาก
กู้ชิงเดินเข้ามาและเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวสีหน้าเศร้าหมอง
ยากนักที่จะเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลกับอะไรสักเรื่อง
เธอค่อย ๆ วางถ้วยกาแฟลงบนโต๊ะของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณถง ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่าคะ?”
กู้ชิงไม่ใช่คนนอก แต่เธอรู้เรื่องระหว่างลู่ซีจวี๋กับ อินอวี่โหรวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลและไม่มีทางออก เธอจึงเล่าเรื่องนี้ให้กู้ชิงฟัง
เธอรู้ว่ากู้ชิงเป็นคนเก็บความลับเก่งและไม่ชอบเล่าต่อให้ใครฟัง
หลังจากได้ยินเรื่องทั้งหมด กู้ชิงก็รู้สึกเหลือเชื่อเล็กน้อย
มันเหมือนกับละครโทรทัศน์ไม่มีผิด
“เส้นทางความรักของคุณลู่มีอุปสรรคเยอะจังเลยค่ะ แต่เขาทำแบบนั้นกับคุณอิน ใครจะคิดว่ามันจะกลายมาเป็นแบบนี้?” กู้ชิงพูดแสดงความคิดเห็นอย่างเป็นกลาง
ท้ายที่สุดทัศนคติของลู่ซีจวี๋ที่มีต่ออินอวี่โหรวในตอนแรกนั้นไม่ดีเลยจริง ๆ
“ใช่ สวรรค์ลงโทษ มีใครบ้างที่จะหนีโทษจากสวรรค์ได้?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ จากนั้นเธอก็มองไปที่กู้ชิง
หากพูดกันตามตรง กู้ชิงค่อนข้างดูดีมาก มีความสามารถและเฉลียวฉลาดตามแบบฉบับของผู้หญิงที่มีวุฒิภาวะ รูปร่างหน้าตาเธอก็ค่อนข้างดูดีพอ ๆ กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ไม่เคยสังเกตเห็นมาก่อนเลยแฮะ
อย่างไรก็ตามช่วงนี้ชีวิตของกู้ชิงดีขึ้นมากจนสามารถดูแลตัวเองได้ดี ดังนั้นความงามจึงเปล่งประกายออกมา
สายตาสอดส่องที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองมาทำให้กู้ชิงหวาดกลัว จนเธอเผลอยกมือขึ้นมาสัมผัสใบหน้า “คุณถง มีอะไรหรือเปล่าคะ?”
“กู้ชิง ฉันเพิ่งสังเกตว่าเธอสวยมาก” สง่างามมากด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนสายตาหลักแหลม
หากเธอพูดชมความงามของใครสักคนก็เห็นได้ชัดว่าคนคนนั้นหน้าตาดีมากจริง ๆ
เมื่อเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังโดยปราศจากการล้อเล่นและเสียงหัวเราะ ใบหูของกู้ชิงก็เปลี่ยนเป็นสีแดง “คุณถง ชมกันเกินไปแล้วค่ะ”
“กู้ชิง เธอไม่คิดหาแฟนกับเขาบ้างเลยเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเสียดายที่ไม่มีใครมาตกหลุมรักคนสวยอย่างกู้ชิง
กู้ชิงยืนนิ่งกับคำถามของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตเป็นความทรงจำที่เลวร้ายสำหรับกู้ชิงมากจริง ๆ
ดังนั้นเธอจึงมีความคิดที่อยากจะอยู่คนเดียว
ไม่ได้คิดจะหาใครอื่นเลย
“ฉันยังไม่มีความคิดแบบนั้นเลยค่ะ” กู้ชิงไม่เข้าใจว่าทำไมถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกังวลกับการแต่งงานของเธอ แต่เธอรู้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้มีเจตนาไม่ดี
“กู้ชิง ฉันว่าชีวิตคนเรายังมีอีกหลายอย่างให้ต้องเจอ เธอกลัวแล้วจะวิ่งหนีอย่างเดียวไม่ได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เธอเผชิญหน้ากับความยากลำบากได้ เมื่อนั้นแหละเธอถึงจะรู้ว่าเธอหลุดพ้นจากเรื่องในอดีตได้แล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากให้กู้ชิงถูกเงามืดปกคลุมไปตลอดชีวิต
ชายคนนั้นคือไอเฮงซวย ในขณะที่กู้ชิงเป็นแค่เหยื่อ กู้ชิงไม่ควรหวาดกลัวแบบนี้
คนที่เลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานคือคนที่ต้องทนทุกข์ต่างหาก
“คุณถง ฉันรู้ค่ะ ฉันลืมมันไปนานแล้ว แค่รู้สึกเจ็บปวดนิดหน่อยเวลานึกถึง ไม่เป็นไรหรอกค่ะ” น้ำเสียงของกู้ชิงแผ่วเบาลง
แน่นอนว่าเธอเข้าใจว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวหมายความว่ายังไง
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับปัญหา ผู้คนมักจะอยากหลบหนีโดยไม่รู้ตัว
เธอเองก็เหมือนกัน เธอผลักตัวเองกลับไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย
ตราบใดที่ไม่ออกมาเห็นก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บ
“กู้ชิง เธอจะรู้สึกสบายใจมากกว่านี้ถ้ามีใครอยู่เคียงข้างไปตลอดชีวิตด้วยกัน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยความจริงใจ
เธอทำเพื่อประโยชน์ของกู้ชิงจริง ๆ ไม่ได้พูดล้อเล่น
“คุณถง ฉันจะลองเก็บเอาคำพูดคุณไปคิดดูนะคะ” กู้ชิงเม้มปากอย่างทำอะไรไม่ถูก
เธอไม่รู้ว่าท่าทางของเธอจะทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวผิดหวังหรือเปล่า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใจดีที่จะให้อภัยเธอเสมอ แต่เธอยังไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ดังนั้นเธอจึงรู้สึกผิดกับความตั้งใจดีของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เพียงแค่มองดูท่าทางของกู้ชิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
กู้ชิงเป็นคนเก่งทุกอย่าง แต่เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่อาศัยอยู่ ทำให้บางครั้งเธอก็ค่อนข้างอ่อนไหวและดูเป็นคนคิดมาก
พอเห็นสีหน้าของกู้ชิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้าใจ
เธอทำอะไรไม่ถูก ถ้าเธอรู้ว่ากู้ชิงจะเป็นแบบนี้ เธอคง จะไม่พูดออกไป
“กู้ชิง ที่ฉันพูดฉันไม่ได้จะบอกว่าเธอต้องทำอะไร ฉันแค่ถือว่ามันเป็นการพูดคุยระหว่างเพื่อนสาวเท่านั้น เธออย่าเก็บเอาไปคิดใส่ใจเลย หรือว่าเธอไม่ได้ถือว่าฉันเป็นเพื่อน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจทำหน้านิ่ง
“เปล่าค่ะคุณถง ฉันถือว่าคุณเป็นเพื่อนค่ะ แต่พอคนตำแหน่งอย่างคุณกลายมาเป็นเพื่อนกับฉัน ฉันก็เลย… รู้สึกทำอะไรไม่ถูกนิดหน่อยค่ะ” กู้ชิงไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีนัก
“เพื่อนจะแยกแยะตำแหน่งสูงต่ำได้ยังไง? ขอแค่รู้สึกสบายใจต่อกันก็ถือว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว กู้ชิง อย่ากดดันตัวเองนักเลย มันไม่จำเป็นหรอก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว รู้สึกปวดหัวเต็มที
“คุณถง ฉันจะลองกลับไปคิดตามคำพูดคุณดูค่ะ” กู้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วส่งยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
กู้ชิงเข้าใจว่าเธอไม่ควรเป็นแบบนี้ เธอไม่ควรผลักดันความปรารถนาดีของคนอื่นออกไป